กรมบัญชีกลาง แจงกรณีชายจากสุโขทัย ไม่ได้รับ เบี้ยคนพิการ

223

กรมบัญชีกลางแจง กรณีชายพิการจากสุโขทัยไม่ได้รับ “เบี้ยคนพิการ” เพราะชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง ไม่ได้รับข้อมูลขอเบิกเงินจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

5 ก.พ. 2567 นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่มีชายพิการ โยกรถสามล้อจากสุโขทัยมุ่งหน้ากรมบัญชีกลาง กรุงเทพฯ เพื่อจะยืนยันตัวตนขอสิทธิ เนื่องจากตนเองถูกตัดสิทธิผู้พิการ และไม่มีบัตรประชาชน และได้รายงานข่าวการติดต่อประสานงานและการให้ความช่วยเหลือไปแล้ว นั้น

กรมบัญชีกลางขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า วันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเจรจากับนายมลฑล เพ็ชรสังข์ เพื่อหาแนวทางให้การช่วยเหลือร่วมกันในการอำนวยความสะดวกการเดินทาง การทำบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวคนพิการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินการลงทะเบียนและยื่นขอรับเงินเบี้ย ความพิการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน โดยจะได้รับเงินเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป แต่นายมลฑลยังไม่ประสงค์รับการช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งจากการสอบข้อเท็จจริง สรุปได้ดังนี้

  1. นายมลฑล เพ็ชรสังข์ เป็นผู้พิการที่ได้รับสิทธิเบี้ยความพิการ ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2563 และถูกระงับการรับเบี้ยความพิการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เนื่องจากผลการตรวจสอบข้อมูลจากกรมการปกครองประจำเดือนตุลาคม 2563 พบว่า นายมลฑล มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง (ไม่สามารถทำนิติกรรมใด ๆ ได้) โดยระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e – Social Welfare) ของกรมบัญชีกลางได้ทำการระงับการจ่ายโดยอัตโนมัติ ในเดือนตุลาคม 2563 พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบให้แก่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
  2. กรมบัญชีกลางทำหน้าที่ในการเบิกจ่ายและโอนเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยความพิการแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามข้อมูลที่ได้รับจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยตั้งแต่เดือพฤศจิกายน 2563 จนถึงปัจจุบัน กรมบัญชีกลางไม่ได้รับข้อมูลการขอเบิกเงินเบี้ยความพิการรายนายมลฑล จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแต่อย่างใด

นางสาวทิวาพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 กำหนดให้คนพิการ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการลงทะเบียนและยื่นขอรับเงินเบี้ยความพิการด้วยตนเองต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีภูมิลำเนา ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสถานที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด และมีสิทธิรับเงินเบี้ยความพิการในเดือนถัดไป โดยมีหลักฐานพร้อมสำเนาที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยความพิการลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง ดังต่อไปนี้ (1) บัตรประจำตัวคนพิการ (2) ทะเบียนบ้าน (3) สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร