ดีมานด์เชื้อเพลิง RDF พุ่ง PTG ทุ่ม 400 ล้านถือหุ้น “ไทยไพบูลย์”

261
PTG ผนึก "ไทยไพบูลย์" รุกธุรกิจบริหารจัดการและผลิตเชื้อเพลิงขยะ

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เปิดเผยว่า Renewable Energy คือ1 ใน 7ธุรกิจ “Non-Oil” ที่บริษัทให้ความสำคัญในปีนี้เนื่องจากเล็งเห็นดีมานด์ “เชื้อเพลิงขยะ” หรือ RDF ในอนาคตที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้เข้าลงทุนใน “บริษัท ไทยไพบูลย์ อีควิปเม้นท์จำกัด” เพื่อดำเนินธุรกิจบริหารจัดการและผลิตเชื้อเพลิงขยะตามแผน5 ปีของบริษัทฯ

 

“ ปัจจุบันธุรกิจ Renewable Energy ของ PTG  มีโรงไฟฟ้าจากขยะขนาด 4.5 MW ซึ่งธุรกิจนี้จะต้องใช้เวลาพัฒนาเพราะต้องรอใบอนุญาตและโควต้าจากทางภาครัฐ แต่โรงไฟฟ้าทุกโรงจำเป็นจะต้องใช้พลังงานหรือต้นทางวัตถุดิบ เพราะฉะนั้นเราจึงเอนมาทางวัตถุดิบต้นทาง ซึ่งปัจจุบันขยะในประเทศไทยมีมากกว่า 25- 28 ล้านตันต่อปี จำนวนนี้ขยะ 5-8 ล้านตันยังไม่ได้จัดการอย่างถูกต้องเปรียบเสมือนบ่อน้ำมันดิบสำรองที่เราสามารถเข้าไปจัดการเพิ่มเติมได้”

 

สำหรับการลงทุนใน “ไทยไพบูลย์” ครั้งนี้ใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท โดยจะทยอยลงทุนถือหุ้นทีละเฟสใช้งบลงทุนเฟสละ 100 กว่าล้านบาท โดยในเฟสแรกเป็นการเข้าถือหุ้น 10% และคาดว่าจะเข้าถือหุ้นครบทั้งหมด 33.33% ไม่เกินปี 2568 ซึ่งจะทำให้ธุรกิจ “Non-Oil” ของ PTG สามารถทำอัตรากำไรที่สูงขึ้น

 

“การลงทุนครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเชื้อเพลิงที่จะเข้ามาในพอร์ตของ PTG  และสามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้นไม่ไช่แค่ป้อนโรงไฟฟ้าเท่านั้น แต่รวมไปถึงธุรกิจปูนซีเมนต์และบอยเลอร์ต่างๆ ซึ่งมีโอกาสอย่างมาก เพราะปัจจุบันสำรองขยะในประเทศไทยมีมากกว่า 25 ล้านตันต่อปี ซึ่งตอนนี้ “ไทยไพบูลย์” มีสต๊อกขยะในมือประมาณ 7,000 ตัน นั่นหมายความว่าตลาดยังมีโอกาสอีกมาก โดย PTGจะเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนเฟสแรก 15-20% ของยอดขายภายในครึ่งปีแรก”

 

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า สำหรับงบลงทุนในปีนี้อยู่ในกรอบการลงทุน 5,000 ล้านบาทแบ่งเป็นการลงทุนใหญ่ 2 ดีล และส่วนที่เหลือของปีจะเน้นไปที่การลงทุนในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอีก 2-3 ดีลโดยจะใช้งบลงทุนไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อดีล พร้อมกันนี้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของปี 2567 ราวๆ  10-12% และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนธุรกิจ Non-Oil เป็น25-30% จากปัจจุบันมีสัดส่วน 21% และภายในปี2568 ตั้งเป้าสัดส่วน Non-Oil มากกว่า 30% 

 

ด้านนายไพบูลย์ คุ้มคำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยไพบูลย์ อีควิปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน “ไทยพิบูลย์” ถือหุ้นใหญ่โดย “ไพบูลย์ คุ้มคำ” และครอบครัว  ส่วนที่เหลือเป็นการถือหุ้นของ PTG  33.33% และกลุ่มทุนระยอง-สมุทรปราการประมาณ 10%  

 

 

ปัจจุบันบริษัทผลิต “เชื้อเพลิงขยะ” หรือ RDF  17 บ่อ กำลังการผลิตเชื้อเพลิงไม่ต่ำกว่าวันละ 1,500 – 2,000 ตันจัดส่งพลังงานให้กับโรงไฟฟ้าเป็นหลัก ทั้งนี้บริษัทวางเป้าหมายเพิ่มบ่อขยะไม่ต่ำกว่า 30 บ่อภายในปี 2568และมี  RDF จัดส่งไม่น้อยกว่า 3,000-4,000 ตันต่อวัน เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มที่ต้องการใช้เชื้อเพลิง RDF ทดแทนถ่านหิน 

 

 

“ปัจจุบันเรามีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 2,000 ตันต่อวัน มียอดขายอยู่ประมาณ 800 ล้านบาท มีมาร์จิ้นไม่ต่ำกว่า 15%  แต่หลังจากที่ได้แหล่งเงินทุนจาก PTG เข้ามาร่วมกิจการจะทำให้ มาร์จิ้นของเราเกิน 20% และทำให้เราเติบโตแบบก้าวกระโดด”