ดาวโจนส์ ปิดตลาดบวก 156.00 จุด ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทำนิวไฮ ขานรับผลประกอบการแข็งแกร่ง

267

ดัชนี ดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (7 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทำนิวไฮ ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ ปิดที่ 38,677.36 จุด เพิ่มขึ้น 156.00 จุด หรือ +0.40%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,995.06 จุด เพิ่มขึ้น 40.83 จุด หรือ +0.82% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,756.64 จุด เพิ่มขึ้น 147.65 จุด หรือ +0.95%

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.4% โดยหุ้นอินวิเดีย พุ่งขึ้น 2.7% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 2.1% หุ้นเมตา แพลตฟอร์มส์ ทะยานขึ้น 3.3%

หุ้นซีวีเอส เฮลธ์ คอร์ป (CVS Health Corp) ซึ่งเป็นบริษัทด้านการดูแลสุขภาพและเครือข่ายร้านขายยาขนาดใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 3.1% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรและรายได้สูงกว่าคาดในไตรมาส 4/2566

หุ้นอูเบอร์ เทคโนโลยีส์ ปรับตัวขึ้น 0.27% ขานรับผลกำไรและรายได้ที่ออกมาดีเกินคาดในไตรมาส 4/2566 ขณะที่หุ้นฟอร์ด มอเตอร์ พุ่งขึ้น 6% หลังจากบริษัทประกาศเพิ่มการจ่ายเงินปันผล

หุ้นชิโปเล่ เม็กซิกัน กริลล์ (Chipotle Mexican Grill) แบรนด์ร้านอาหารเม็กซิกันชื่อดัง ทะยานขึ้น 7.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรและยอดขายที่สูงเกินคาดในไตรมาส 4/2566 โดยได้แรงหนุนจากความต้องการเมนูเบอร์ริโต้ (Burrito) และไรซ์โบว์ล (Rice bowl) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ราคาอาหารเมนูดังกล่าวจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม

ไมเคิล เจมส์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Wedbush Securities ในนครลอสแอนเจลิสกล่าวว่า ผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทจดทะเบียนช่วยให้ตลาดเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ของธนาคารระดับภูมิภาคในสหรัฐ หลังจากธนาคารนิวยอร์ก คอมมิวนิตี แบงคอร์ป (New York Community Bancorp – NYCB) เปิดเผยตัวเลขขาดทุนเกินคาดในไตรมาส 4/2566 พร้อมประกาศลดการจ่ายเงินปันผล และเพิ่มเงินสำรองเพื่อรับมือกับปัญหาหนี้เสีย

มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคาร NYCB ลงสู่อันดับขยะ (Junk) โดยระบุว่า NYCB ล้มเหลวในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเงินทุนและทำให้ผู้ฝากเงินขาดความเชื่อมั่น พร้อมกับเตือนว่ามูดี้ส์อาจจะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของ NYCB ลงอีก หากผลประกอบการของธนาคารย่ำแย่ลงกว่าเดิม

อย่างไรก็ดี หุ้น NYCB ปิดตลาดดีดตัวขึ้น 6.7% หลังจากนายอเลสซานโดร ดีเนลโล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ NYCB ได้ออกมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด โดยกล่าวว่าธนาคารจะลดการปล่อยกู้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งกำลังประสบปัญหาด้านการเงิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ NYCB ได้ทำการตัดหนี้สูญ (write-off) ของหลายบริษัทในภาคอสังหาริมทรัพย์

นักลงทุนยังคงจับตาการแสดงความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยล่าสุดนายนีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิสคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2-3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่นางเอเดรียนา คุกเลอร์ หนึ่งในสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดกล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ก่อนที่จะพิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยข้อมูลจากแอลเอสอีจี (LSEG) ระบุว่า ขณะนี้มีบริษัทมากกว่าครึ่งหนึ่งในดัชนี S&P500 ที่ได้รายงานผลประกอบการแล้ว โดยในจำนวนนี้มี 81.2% ที่รายงานผลประกอบการสูงกว่าคาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันพุธ (7 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะการร่วงลงของหุ้นอิควินอร์และหุ้นโททาลเอเนอร์จีซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ในยุโรป

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 485.63 จุด ลดลง 1.13 จุด หรือ -0.23%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,611.26 จุด ลดลง 27.71 จุด หรือ -0.36%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 16,921.96 จุด ลดลง 111.28 จุด หรือ -0.65% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,628.75 จุด ลดลง 52.26 จุด หรือ -0.68%

ตลาดยังถูกกดดันหลังเยอรมนีเปิดเผยข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีลดลงมากกว่าคาดในเดือนธ.ค. โดยลดลงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน

นอกจากนี้ ตลาดยังผิดหวังหลัง นางอิซาเบล ชนาเบล กรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยกับไฟแนนเชียล ไทมส์ว่า ECB ต้องอดกลั้นกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเงินเฟ้ออาจปะทุขึ้นอีก และข้อมูลที่ผ่านมายืนยันความวิตกที่ว่า การปรับลดเงินเฟ้อลงนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

หุ้นอิควินอร์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตน้ำมันและก๊าซของนอร์เวย์ ร่วงลง 7.8% หลังเปิดเผยว่าจะลดการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในปีนี้ลง 3 พันล้านดอลลาร์

หุ้นโททาลเอเนอร์จีของฝรั่งเศส ร่วงลง 3.2% หลังรายงานรายได้ไตรมาส 4/2566 ลดลงมากกว่าคาด

หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง 0.9% โดยหุ้นยูบีเอสร่วง 2.7% หลังโบรกเกอร์อย่างน้อยสองรายปรับลดเป้าหมายราคาหุ้นยูบีเอส

แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.7% โดยบวกขึ้นเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน และหุ้นกลุ่มรถยนต์ปรับตัวขึ้น 0.5% โดยหุ้นสเตลแลนติสของอิตาลี พุ่งขึ้น 1.1% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันพุธ (7 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นเซนส์เบอรี ซึ่งเป็นกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต และหุ้นบาร์รัตต์ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างบ้าน

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,628.75 จุด ลดลง 52.26 จุด หรือ -0.68%

หุ้นเซนส์เบอรี ร่วง 6.1% หลังบริษัทตั้งเป้าประหยัดต้นทุน 1 พันล้านปอนด์ (1.3 หมื่นล้านดอลลาร์) ในระยะเวลา 3 ปี

หุ้นเทสโก้ ร่วง 3.4% และหุ้นมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ ร่วง 1.6%

หุ้นบาร์รัตต์ ดีเวลลอปเมนต์ ร่วง 5.5% หลังตกลงซื้อบริษัทเรดโรว์เป็นมูลค่าราว 2.52 พันล้านปอนด์ (3.18 พันล้านดอลลาร์) โดยหุ้นเรดโรว์พุ่งขึ้น 14.8% ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากฮาลิแฟกซ์ซึ่งเป็นบริษัทปล่อยกู้จำนองบ่งชี้ว่า ราคาบ้านในอังกฤษขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 1 ปีในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นสัญญาฟื้นตัวในตลาดบ้าน

หุ้นสร้างบ้านรายอื่น ๆ อาทิ เครส นิโคลสัน และเบลล์เวย์ ปรับตัวขึ้น 4.34% และ 2.8% ตามลำดับ

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม