เอกชน หวัง กนง.ลดดอกเบี้ยรอบหน้า ชี้แม้เศรษฐกิจฟื้นแต่เปราะบาง

435

เอกชน คาดหวัง กนง.ลดดอกเบี้ยรอบหน้า ชี้แม้เศรษฐกิจฟื้นแต่เปราะบางจากกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวตามเต็มที่ ภาคผลิตมีแนวโน้มหดตัว รวมถึงยังเผชิญความเสี่ยงและความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการหารือและติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ หลังที่ล่าสุด คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเห็นชอบ 5 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำลง จากปัจจัยเชิงโครงสร้างนั้น

หอการค้าไทย รับทราบถึงเหตุผลประกอบการพิจารณาของ กนง. แต่อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนโดยที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองว่า แม้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยปี 2567 จะฟื้นตัวได้จากปัจจัยหนุนภาคการท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีความเปราะบางจากกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวตามเต็มที่ ภาคการผลิตยังมีแนวโน้มหดตัว รวมถึงยังเผชิญความเสี่ยงและความท้าทายในประเด็นภูมิรัฐศาสตร์หลายปัจจัย

ทั้งการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งอาจเกิดการปรับเปลี่ยนทางนโยบายสำคัญ ผลกระทบจากสงครามที่ขยายวงโดยเฉพาะอิสราเอล-ฮามาส ที่ส่งผลให้ค่าระวางเรือเพิ่ม และกระทบกับราคาพลังงาน ปัญหาความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน และการแข่งขันกับสินค้าจีนในประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่ภาคธุรกิจถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง กระทบต้นทุนการดำเนินกิจการโดยตรง ส่วนการกู้ยืมของประชาชน ก็มีภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงเช่นกัน

ส่วนตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป ที่ติดลบต่อเนื่อง 4 เดือน แม้ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการปรับลดเชิงเทคนิค ตามนโยบายการลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงานของภาครัฐ แต่บ่งชี้ให้เห็นถึงกำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอ

หอการค้าไทย จึงมีข้อเสนอแนะว่าในระยะถัดไป กนง. ควรพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อช่วยลดภาระประชาชน ลดต้นทุนผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่วนลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสีย

รวมถึงเสนอให้มีมาตรการใหม่ ๆ ในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวก จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ และเป็นแรงหนุนให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ตามเป้าหมายต่อไป