หากไทยคิดจะเป็น Digital Asset Hub ต้องทำอะไรบ้าง

985

การแถลงล่าสุดของกระทรวงการคลังที่ตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Hub) ของภูมิภาคและยกระดับการระดมทุนของประเทศไทยผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล นำไปสู่มาตราการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการขายสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ (Utility Token)

มาตราการที่ออกมาสามารถเรียกว่าเป็นก้าวแรกของโรดแมปที่ต้องการจะให้ไทยเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลได้เพราะเป็นการปลดล๊อกความคลุมเครือของการใช้งาน Utility Token ที่ก่อนหน้านี้ภาคเอกชนจำนวนมากต้องการนำออกมาใช้กับธุรกิจของตัวเองแต่ติดปัญหาที่การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มซ้ำซ้อนเพราะนอกจากจะต้องเสียในส่วนของสินค้าและบริการแล้วยังต้องเสียในส่วนของโทเคนดิจิทัลที่ใช้แทนสินค้าและบริการอีก

อย่างไรก็ตาม ถ้าไทยคิดจะเป็น Digital Asset Hub ต้องทำอะไรมากกว่านี้เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยให้สามารถดึงเม็ดเงินต่างชาติ นักพัฒนาเทคโนโลยีตลอดจนผู้ประกอบการระดับโลกให้เข้ามาลงทุนในประเทศ รวมถึงภาคธุรกิจที่จะเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีดังกล่าว

ข้อแรก..ต้องเลือกที่จะชูจุดเด่นหรือส่งเสริมด้านใดด้านหนึ่งของสินทรัพย์ดิจิทัลออกมาให้ชัดเจน เพราะทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ ฮ่องกงหรือดูไบ ไม่มีใครที่หว่านแหส่งเสริมเทคโนโลยีนี้ในทุกด้าน แต่เริ่มที่จุดที่แต่ละประเทศถนัดและมีความชำนาญ

การที่ ก.ล.ต. เลือกส่งเสริมแนวทางการระดมทุนด้วยโทเคนดิจิทัล ถือเป็นการโฟกัสที่ถูกทาง เพราะประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นประเทศแรกๆของโลก เพียงแต่ที่ผ่านมายังขาดความชัดเจนในด้านการนำไปปฎิบัติทำให้มีจำนวนของโทเคนดิจิทัลที่ออกมาน้อยเกินไป ถ้าปรับปรุงได้น่าจะทำให้ภาคธุรกิจสนใจที่จะมาระดมทุนด้วยโทเคนดิจิทัลจำนวนมากได้ ส่วนการส่งเสริมคริปโตเคอร์เรนซีอาจจะเป็นแผนงานในระยะต่อไป ถ้า ก.ล.ต. เล็งเห็นว่าถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม

ข้อสอง..ต้องสร้างความร่วมมือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบการเงินไทยให้นโยบายส่งเสริมสินทรัพย์ดิจิทัลเดินไปในทางเดียวกัน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้เข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะการที่จะทำให้โทเคนดิจิทัลของภาคธุรกิจที่จะออกมาสามารถที่จะส่งเสริมระบบเศรษฐกิจดิจิทัลได้มากกว่าการเป็นเพียงแค่สินทรัพย์การลงทุน อาจจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเป็น Mean Of Payment หรือใช้เป็นสื่อกลางชำระเงิน ซึ่งเรื่องนี้อยู่ภายใต้การดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยประเด็นดังกล่าวมีการหารือร่วมกันทุกฝ่ายแล้วในการหาจุดร่วมที่ลงตัวระหว่างการส่งเสริมเทคโนโลยีและการดูแลเสถียรภาพการเงิน

ข้อสาม..ส่งเสริมผู้ประกอบธุรกิจไทยที่มีศักยภาพโดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นแกนนำ นอกเหนือจากโทเคนดิจิทัลแล้ว สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท NFT ยังเป็นโอกาสของประเทศไทยเช่นกันเพราะเรามีศิลปินและครีเอทีัพที่มีคุณภาพจำนวนมากที่จะสร้างสรรผลงานต่างผ่าน NFT ตลอดจนยังสามารถนำมาใช้ร่วมกับนโยบายอื่นๆของภาครัฐเช่น Soft Power ได้อีกเช่นกัน

ที่จะมองข้ามไม่ได้คือถ้าเราส่งเสริมให้เกิด Tech Tourism ขึ้นในประเทศไทยจะสามารถดึงเม็ดเงินต่างชาติเข้ามาในไทยได้อีกทางหนึ่ง เพราะกลุ่มคนที่อยู่ในวงการของสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ประกอบกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่อาจเป็นขาขึ้นในปีสองปีนี้ กลุ่มนี้พร้อมจะเข้ามาจับจ่ายในประเทศไทย เหมือนกับที่ในต่างประเทศมีการจัดงานอีเว้นท์ด้านเทคโนโลยีและสามารถดึงเม็ดเงินเข้าประเทศได้

เชื่อว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอยู่แล้ว ถ้าหากวางแผนให้กลุ่มคอมมูนิตี้สินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกสนใจที่จะมาประเทศไทยได้น่าจะส่งเสริมอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลได้ได้อย่างมาก

ตอนนี้เรามีสมาคมที่เกี่ยวข้องกับ NFT อย่างเช่นสมาคม NFT & Web3 ไทยที่จะเป็นแรงในการผลักดันนโยบายด้าน NFT และ Web3 เช่นเดียวกับสมาคมเมตาเวิร์สไทยและสมาคมด้านเทคโนโลยีอื่นๆที่สามารถเข้ามาทำให้นโยบายนี้เกิดขึ้นได้

ประเทศไทยเริ่มที่จะเดินมาถูกทางแล้วในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลสู่การเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคือภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแลและเอกชน มีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าไทยจะเป็น Digital Asset Hub ได้แน่นอน