“ฟรีวีซ่า” ไทย-จีน ไม่ดึงดูดพอดึง นทท.ไทย นอกใจญี่ปุ่น

352

ญี่ปุ่นยังครองแชมป์จุดหมายปลายของนักท่องเที่ยวไทย “วีซ่าฟรี ไทย-จีน” ไม่จูงใจพอนทท.ไทยเปลี่ยนเป้า “แอร์เอเชีย” สปีดอัพฝูงบินเพิ่ม 6 ลำเตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ นาโกย่า-ฮิโรชิมา-กาฐมาณฑุ-อูลันบาตอร์-ปักกิ่ง ดัน Load Factor เพิ่ม 88%

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) และสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจท่องเที่ยวยังมีสัญญาณที่ดีคนไทยยังคงมีการเดินทางและใช้จ่ายกับการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงWeek-end และสโลวดาวน์ลงบ้างในช่วง Weekday

“ในส่วนของค่าโดยสารปัจจุบันในประเทศเริ่มต้นอยู่ที่ราวๆ1,500-1,600 บาทขึ้นไปและไม่มีแนวโน้มที่จะลดลงไปกว่านี้ เพราะค่าเชื้อเพลิงที่ยังสูงบวกกับค่าใช้จ่ายของสายการบินในช่วงที่กำลังฟื้นตัวกลับมา ทั้งค่าใช้จ่าย Maintenance การบำรุงรักษา ขณะที่ supply ยังไม่ล้นถึงขั้นต้องตัดราคาแข่งกัน แต่ถ้าผู้โดยสารถ้ามีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้าก็จะได้ค่าตั๋วที่ราคาถูกลง”

ญี่ปุ่นยังครองแชมป์จุดหมายของคนไทย ส่วนฮ่องกง-สิงคโปร์หลุดสายตา

อย่างไรก็ตาม การเปิดฟรีวีซ่า ไทย-จีน ไม่ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นลดน้อยลง เพราะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆเข้าไปเติมอยู่เรื่อยๆ เพราะเป็นประเทศที่ใครๆก็ไปได้ เห็นได้จากกรุ๊ปทัวร์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ส่วนจีนอาจจะต้องมีผู้กล้าไปนำร่องในระยะแรกน่าจะเป็นกลุ่ม F.I.T ที่จะเห็นการเติบโต

แต่สิ่งที่น่ากังวลคือตลาดอย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกง เพราะสิงคโปร์จะมีประเด็นเรื่องความแพงของค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ และค่าโรงแรมที่ยังแพง ส่วนฮ่องกงที่ขาดเสน่ห์ มีแต่บรรยากกาศเดิมๆทำให้คนหันไปเที่ยวกวางตุ้งแทน

“ญี่ปุ่นยังคงสามารถครองใจคนไทยได้อยู่ สายการบินก็ต้องพยายาม mainten ในเรื่องของ Load Factor แต่แอร์เอเชียเองยังไม่มีแผนที่จะลดการบินในเส้นทางเหล่านี้เพราะเราเชื่อว่าปัจจัยที่มีผลจริงๆคือเรื่องของค่าเงินต่างๆซึ่งผันแปรตลอดเวลา และสล็อตฮ่องกงก็อาจจะได้กลับคืนมาอีกเพราะทุกเดสติเนชั่นจะมี ดีมานด์จากทั้งสองฝั่ง ถ้าฝั่งไทยไปน้อยก็ต้องเติมฝั่งฮ่องกงหรือสิงคโปร์เข้ามา”

เล็งเปิดเส้นทางบินตรง “ปักกิ่ง” รับนทท.ไทยเที่ยวจีนหลังฟรีวีซ่า

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า “ในส่วนนักท่องเที่ยวจีนตอนนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ยังขาดอยู่คือกรุ๊ปทัวร์ใหญ่ที่ยังไม่กลับมาเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจของจีนที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาในไทยตอนนี้ยังคงเป็นกลุ่ม F.I.T ซึ่งเส้นทางการบินที่เราเปิดใหม่ทั้ง “เซี่ยงไฮ้” และในอนาคตอันใกล้ “ปักกิ่ง” จะตอบโจทย์นักท่องกลุ่มนี้ได้”

ย้อนกลับไปในช่วงที่ยังต้องขอวีซ่าสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว สัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยสูงถึง 90% ขณะที่คนไทยไปเที่ยวจีนมีแค่ 10% แต่หลังจากวีซ่าฟรีทั้งสองฝั่งน่าเป็นโอกาสของคนไทยที่จะไปเที่ยวจีน โดยเฉพาะเมืองที่มีศักยภาพอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ที่มีความทันสมัยไม่ต่างจากโตเกียวน่าจะเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวไทยรุ่นใหม่ และทำให้สัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยอยู่ที่ราวๆ 70% และนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปจีนประมาณ 30%

นอกจากนี้ ฤดูการท่องเที่ยว “ตรุษจีน” ยังช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยมากขึ้น เห็นได้จากจำนวนผู้โดยสารเต็มทุกเที่ยวบินตั้งแต่ช่วงก่อนตรุษจีนหรือปลายเดือนมกราคม รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากไทเป ฮ่องกง เกาสง

อย่างไรก็ตามคาดว่าการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยจะเริ่มตกท้องช้างหรือซบเซาลงในช่วงเดือนมีนาคมและจะสวิงกลับขึ้นมาอีกครั้งในช่วงสงกรานต์ สิ่งที่น่าสนใจคือเมื่อไม่ต้องขอวีซ่าการ Booking ล่วงหน้าสั้นลงจากเดิมที่จองล่วงหน้าประมาณ 3 เดือนอาจเหลือแค่ 2 สัปดาห์

“เราพยายามที่จะตั้งเป้าจำนวนผู้โดยสารชาวจีนสอดคล้องกับจำนวนเป้านักท่องเที่ยวจีนของททท. ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังเป็นสัดส่วนเดิมอยู่ เช่นปีที่แล้วคนจีนเดินทางเข้ามา 3.5 ล้านคน แอร์เอเชีย ก็ขนคนประมาณ 20% ตอนปี 2019 มีนักท่องเที่ยวจีน 11 ล้านคนเราก็ขนประมาณ 20% เหมือนกัน

ปีหน้าททท.ตั้งเป้าตัวเลขนักท่องเที่ยวจีน 8 ล้านคนก็ยังฟื้นตัวไม่ 100% เราก็พยายามที่จะหาตลาดอื่นๆอื่นๆที่จะเข้ามาทดแทน เพราะตอนนี้ตลาดในประเทศกลับมา 100%แล้ว แต่ตลาดอินเตอร์เนชั่นแนลยังขาดหายไป เพราะจีนยัง Recover แค่ประมาณ 30-35% แต่ถ้าปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเข้าเป้า 8 ล้านคนได้จริงตลาดน่าจะ Recover 70-75% ส่วนญี่ปุ่นเราพยายามเมคอัพตลาดอินเดียแต่ก็ไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด”

อัพฝูงบินเพิ่ม 6 ลำเสริมทัพเตรียมเปิดเส้นทางใหม่ นาโกย่า-ฮิโรชิมา-กาฐมาณฑุ-อูลันบาตอร์

ทั้งนี้แอร์เอเชียตั้งเป้าจำนวนผู้โดยสาร ปี 2567 ประมาณ 20-21 ล้านคน จากปีก่อนที่มีจำนวนผู้โดยสาร 18.9 ล้านคน และตั้งเป้าอัตราบรรทุกผู้โดยสาร หรือ Load Factor ไว้ที่ 88% จากปี 2566 ที่ 90% ล่าสุดเปิดเส้นทางการบินใหม่ ดอนเมือง-โอกินาว่า เที่ยวบินแรกเริ่มเดินทางวันที่ 2 เม.ย. ราคาตั๋วเริ่มต้น 3,490 บาท จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และในอนาคตอาจเพิ่มเป็นทุกวัน ในช่วงแรกคาดว่าLoad Factor ของเส้นทางโอกินาว่าจะอยู่ที่ราวๆ 80-85% โดยเป็นผู้โดยสารคนไทย 90% และญี่ปุ่น 10%

ปีนี้เรามีแผนรับเครื่องบินเพิ่มอีก 6 ลำ ซึ่งรับเครื่องบินมาแล้ว 2 ลำ เป็นเครื่องบินแอร์บัส A320 และในช่วงครึ่งปีหลังจะรับเครื่อง A321เพิ่ม 3 ลำเพื่อเสริมเส้นทางที่ไกลขึ้นได้ ส่วนเส้นทางการบินในญี่ปุ่นเรามองว่า “นาโกย่า” เป็นเส้นทางที่น่าสนใจ แต่ด้วยเครื่องปัจจุบัน payload ยังไม่สามารถรองรับได้ นอกจากนี้ “ฮิโรชิมา” ก็ยังอยู่ในเรดาร์ที่น่าสนใจ”

นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้บริษัทมีแผนจะเปิดเส้นทางการบินแบบ Fit Freedom หรือการใช้สิทธิ์บินเชื่อมต่อระหว่างประเทศเช่นไต้หวันบินเข้าญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการขออนุญาต อย่างไรก็ตามปัจจุบันนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้าไทยยังน้อยอยู่ จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจทำให้การท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเองไม่คึกคัก มีความระมัดระวังการใช้จ่ายส่งผลต่อเนื่องให้การบริโภคในประเทศยังชะลอตัว ทำให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้าไทยอยู่ที่ประมาณ 30%

นอกจากนี้บริษัทมีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่อีก 2 ประเทศ คือ “กาฐมาณฑุ” ประเทศเนปาล และ “อูลันบาตอร์” ประเทศมองโกเลีย ปัจจุบันอยู่ในระหว่างศึกษาเส้นทาง รวมถึงการบินไปกรุงปักกิ่ง เพื่อรองรับความต้องการบินไปจีนเพิ่มขึ้น

“นอกจากนำเครื่องบินใหม่เข้ามาเสริมทัพแล้วขณะเดียวกันเราก็ต้องบริหารจัดการเครื่องบินที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เครื่องที่ยังใช้ไม่ครบประสิทธิภาพเราก็จะต้องพยายาม Activate ขึ้นมาใช้ เพราะเครื่อง A321 เป็นเครื่องที่เราจะนำเข้าเพื่อขยาย target ใหม่ๆเป็นหลัก”

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม