ออมสินรุกบทบาท Social Bank

2019

เปิดยุทธศาสตร์แบงก์รัฐปี 2567 ธนาคารออมสินรุกบทบาท Social Bank เต็มรูปแบบ เตรียมเปิดตัวบริษัท เงินดีดี (Good Money) ให้บริการสินเชื่อรายย่อย พร้อมเป็นธนาคารดิจิทัลด้วยแอปพลิเคชั่น MyMo 

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยกับ การเงินธนาคาร ว่า ในปี 2567 ธนาคารออมสินยังคงดำเนินบทบาทในการเป็นธนาคารเพื่อสังคม (Social Bank) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในวงกว้างให้มากขึ้น ครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถขององค์กร เพื่อสร้างรายได้และนำผลกำไรมาขับเคลื่อนภารกิจเชิงสังคม โดยบูรณาการภารกิจเชิงสังคมเข้าไปในทุกกระบวนการทำงาน (Social Mission Integration) ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์/บริการ กระบวนการหลัก/สนับสนุน และการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตร

สำหรับทิศทางการดำเนินงานปี 2567 ธนาคารได้ยกระดับการขับเคลื่อนภารกิจการเป็นธนาคารเพื่อสังคม โดยนำแนวคิดการสร้างคุณค่าร่วมต่อสังคมหรือ Creating Shared Value : CSV ผสานการดำเนินงานเพื่อสร้างผลลัพธ์ในเชิงพาณิชย์ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาสังคม โดยธนาคารกำหนดตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ในการเป็น “Social Bank with Strategic Partnership Expansion” ที่มุ่งเน้นการเป็นธนาคารเพื่อสังคมภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และขยายบทบาทการเป็นผู้นำเพื่อสังคม มุ่งหวังการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกแก่สังคมในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

โดยปี 2567 มียุทธศาสตร์การดำเนินงาน ดังนี้

1. พัฒนากลไกการขับเคลื่อนภารกิจเชิงสังคม (Social Mission) ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินในระบบด้วยต้นทุนดอกเบี้ยที่เป็นธรรม โดยปี 2567 บริษัท เงินดีดี (Good Money) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคารออมสิน จะเข้ามาให้บริการสินเชื่อรายย่อยครอบคลุมกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่มีต้นทุนถูกลงและเหมาะสม รวมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ด้วยการดำเนินธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) และนาโนไฟแนนซ์ โดยในอนาคตจะพัฒนาไปสู่ระบบการให้สินเชื่อแบบ Digital Lending โดยใช้ Alternative Data ซึ่งจะช่วยให้กลุ่มอาชีพอิสระที่ไม่มีรายได้ประจำเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น

2. พัฒนาขีดความสามารถเชิงพาณิชย์ (Commercial Mission) การพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ บริการ และช่องทางการให้บริการ รวมถึงรูปแบบธุรกิจใหม่จากการขยายความร่วมมือกับพันธมิตร ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการโครงสร้างสินทรัพย์/หนี้สิน และต้นทุนการดำเนินงาน ให้มีผลตอบแทนภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยในปี 2567 ธนาคารจะจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อบริหารลูกหนี้ของธนาคารและจะขยายความช่วยเหลือไปยังลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่นในระยะต่อไป

3. ยกระดับนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovation) เพื่อสนับสนุนภารกิจเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์ รองรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยการพัฒนาและขยายขีดความสามารถช่องทางดิจิทัล อาทิ การพัฒนา Mobile Banking สำหรับทุกกลุ่มลูกค้า ควบคู่การบริหารจัดการนวัตกรรมเพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม

4. เพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน (Fundamental Capability) โดยยกระดับการบริหารจัดการภายในให้รองรับการเปลี่ยนแปลง และสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจของธนาคารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านการบริหาร และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการยกระดับขีดความสามารถด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลและสนับสนุนภารกิจของธนาคาร

นอกจากนี้ ธนาคารยังให้ความสำคัญและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ มุ่งมั่นต่อการลดผลกระทบที่เกิดจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จากการดำเนินงานของธนาคาร โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Emissions ในภาพรวมให้ลดลงได้มากกว่า 50% ภายในปี 2573 และบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ในปี 2593

ยุทธศาสตร์ 5 แบงก์รัฐ ปี 67

หนี้ครัวเรือนสูง
ความท้าทายปี 2567

นายวิทัย กล่าวว่า สำหรับความท้าทายในปัจจุบันที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธนาคารออมสินในระยะข้างหน้าที่สำคัญมาจากหนี้ครัวเรือนในประเทศยังทรงตัวอยู่ระดับสูง อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แนวโน้มเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้นจากแรงกดด้านราคาอาหารและพลังงาน ประกอบกับแนวโน้มทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น จากการดำเนินนโยบายการเงินอย่างเข้มงวดเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลต่อค่าครองชีพและต้นทุนภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนให้สูงขึ้น โดยเฉพาะประชาชนฐานรากที่เป็นกลุ่มเปราะบางจะได้รับผลกระทบสูงกว่า

โดยปัจจัยดังกล่าว เป็นความท้าทายของภารกิจธนาคารเพื่อสังคม ทั้งในมิติของการช่วยเหลือยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยการสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนดอกเบี้ยที่เหมาะสมและเป็นธรรม การสร้างอาชีพ ยกระดับศักยภาพในการหารายได้ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมถึงความท้าทายในมิติการรับมือกับปัญหาคุณภาพหนี้ จากความสามารถในการชำระหนี้ที่ต่ำลงของครัวเรือน และธุรกิจบางกลุ่มที่ยังเปราะบาง

นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยภาคการเงินมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการปรับตัวของเศรษฐกิจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เกิดขึ้น

เปิด 3 แนวทาง
ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ

นายวิทัย กล่าวถึงบทบาทการเป็นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ว่า ภายใต้บทบาทการเป็นธนาคารเพื่อสังคม (Social Bank) มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินและสร้างการเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม โดยธนาคารออมสินได้ดำเนินบทบาทสถาบันการเงินของรัฐที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินมาตรการด้านการเงินของรัฐบาล ประกอบด้วย

1. การผ่อนปรนและบรรเทาภาระหนี้ เพื่อช่วยเหลือไม่ให้เสียประวัติทางการเงิน เช่น มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ซึ่งธนาคารได้ปล่อยกู้รายละ 10,000 บาท เมื่อปี 2563 โดยคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ธนาคารนำงบประมาณที่ได้รับการชดเชยความเสียหายจากรัฐบาลมาชำระหนี้แทนลูกหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากสถานะหนี้เสีย (NPLs) มีสถานะปิดบัญชี และไม่เสียประวัติเครดิต ทำให้ลูกหนี้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้

โดยคาดว่าลูกหนี้จะได้รับประโยชน์กว่า 800,000 ราย รวมถึงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีสถานะเป็น NPLs ทั้งลูกหนี้รายย่อยไม่มีหลักประกัน วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท และ SMEs วงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็นต้น

2. สร้างการเข้าถึงแหล่งทุนด้วยดอกเบี้ยที่เป็นธรรม โดยออกแบบ/พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาล โดยขอรับการชดเชยความเสียหายจากรัฐบาลในอัตราที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับการดำเนินงานของธนาคารในอนาคต และสามารถขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสังคมในการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางได้มากขึ้น

โดยจากการดำเนินมาตรการที่ผ่านมา พบว่า สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้ตามเป้าหมาย ช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่า 18 ล้านราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้ผู้ที่ไม่มีเครดิต ไม่มีประวัติทางการเงิน ได้รับโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบมากกว่า 3.7 ล้านราย

3. การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการต่างๆ ตามมติคณะรัฐมนตรี เช่น เป็นช่องทางในการสนับสนุนการจ่ายเงินเยียวยาประชาชน ผ่านระบบ PromptPay การเป็นหน่วยรับลงทะเบียน ตรวจสอบสิทธิ์ ยืนยันตัวตน และยื่นอุทธรณ์ในโครงการผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น

“ภายใต้บทบาทการเป็นธนาคารเพื่อสังคม หรือ Social Bank ธนาคารออมสินมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน และสร้างการเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม โดยได้ดำเนินบทบาทสถาบันการเงินของรัฐที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินมาตรการด้านการเงินของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ บรรเทาผลกระทบและป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั้งจากภาคประชาชน ธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งฟื้นฟูให้เศรษฐกิจไทยสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้”

ยกระดับดิจิทัล
ชูแอปพลิเคชั่น MyMo

นายวิทัย กล่าวว่า ธนาคารออมสินได้มีแนวทางในการขับเคลื่อนสู่การเป็นธนาคารดิจิทัลด้วย MyMo : Mobile Banking ของธนาคารภายใต้แนวคิด Simplified and Friendly Customer Journey ที่คำนึงถึงรูปแบบการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการให้กับลูกค้า

พร้อมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าของธนาคารได้ตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่วัยเด็ก วัยทำงาน จนถึงวัยเกษียณ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ปลูกฝังการออม ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจหลักของธนาคาร และผลิตภัณฑ์ที่ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างเท่าเทียม ในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าสร้างเครดิตที่ดีให้กับตนเอง

โดยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ผ่านมา ส่งผลให้ลูกค้าของธนาคารจำนวนมากได้รับผลกระทบ ทั้งด้านรายได้และการดำเนินธุรกิจ จากสถานการณ์ดังกล่าวธนาคารได้มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ผ่านการให้บริการ Digital Lending เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน โดยลูกค้าสามารถทำรายการด้วยตนเอง ผ่านแอปพลิเคชั่น MyMo ตั้งแต่การสมัครขอสินเชื่อ รับทราบผลการพิจารณาอนุมัติ จนถึงการทำสัญญา e-Contract และรับเงินกู้ โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อสาขา ซึ่งสามารถช่วยเหลือลูกค้าได้กว่า 1.76 ล้านราย

สำหรับการให้บริการผ่านช่องทางสาขา ธนาคารได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการให้บริการผ่านเครื่อง Sales and Services Unit on Mobile (SUMO) เพื่อเพิ่มศักยภาพการเสนอขายของพนักงาน และสนับสนุนกระบวนการให้บริการได้แบบ End to End พร้อมทั้งมีการนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้อง ตามหลักเกณฑ์การให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของธนาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ธนาคารยังคำนึงถึงความปลอดภัย (Security) ของการให้บริการ MyMo เพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจและปลอดภัยในการใช้บริการ โดยที่ผ่านมา ธนาคารได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนา MyMo อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ลูกค้าอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในหลากหลายรูปแบบ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง