EXIM BANK ชู “7S” ตอบโจทย์ ESG

518

เปิดยุทธศาสตร์แบงก์รัฐปี 2567 EXIM BANK ขับเคลื่อนองค์กรผ่านยุทธศาสตร์ 7S เพื่อตอบโจทย์ ESG ขยายสินเชื่อ ESG เป็น 50% ภายในปี 2571 พร้อมพัฒนา Green Finance ยกระดับธุรกิจไทยให้สอดคล้องกับมาตรการสิ่งแวดล้อมสากล

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยกับ การเงินธนาคาร ว่า  ในปี 2567 EXIM BANK มีวิสัยทัศน์สู่การเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนของไทยให้เติบโตในเวทีโลกอย่างยั่งยืน โดยกำหนดแนวทางขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุวิสัยทัศน์ผ่านยุทธศาสตร์ 7S ที่ตอบโจทย์ ESG ดังนี้

E : Environment Commitment

ยุทธศาสตร์ที่ 1 Sustainable Growth Escalator ยกระดับธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจที่เป็น ESG โดยมุ่งขยายการสนับสนุนทั้ง Green Financing และ Blue Financing ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ อย่างครบวงจรมากขึ้น

S : Social Empowerment & Industrial Development

ยุทธศาสตร์ที่ 2 S-curve Stimulator ผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศให้แข่งขันได้และเติบโตในตลาดโลก ผ่านการให้สินเชื่อและบริการใหม่ๆ อย่าง Investment Banking (Bond Guarantee / Bond Investment)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Service Sector & Soft Power Promoter สนับสนุนธุรกิจบริการไทยสู่ตลาดโลกเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ ทั้งโลจิสติกส์ สุขภาพ ท่องเที่ยว หรือ MICE (Meetings, Incentives, Conventions, Exhibitions) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Smart Agro-industry Value Creator เสริมสร้างขีดความสามารถให้อุตสาหกรรมพื้นฐานของประเทศ ทั้งการเกษตร เกษตรแปรรูป และชีวภาพ

G : Corporate Governance at All Levels

ยุทธศาสตร์ที่ 5 Synergy Arranger บูรณาการกับพันธมิตรสนับสนุนทางการเงิน และไม่ใช่การเงินแก่ SMEs ทั้งการเติมความรู้ เติมโอกาส ตลอดจนเติมเงินทุน

ยุทธศาสตร์ที่ 6 Safeguard for Entrepreneurs ป้องกันความเสี่ยงด้านการค้าการลงทุนไทยในต่างประเทศ ผ่านบริการประกัน

ยุทธศาสตร์ที่ 7 Sustainable Organizational Driver ขับเคลื่อนการจัดการภายในองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในแง่ของการบริหารเงิน การบริหารความเสี่ยง การพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล การยกระดับทรัพยากรบุคคล และการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2573

“ไฮไลต์ของแผนยุทธศาสตร์ 7S ของ EXIM BANK คือ การตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อ ESG ตามยุทธศาสตร์ที่ 1 เป็น 50% ของสินเชื่อทั้งหมดภายในปี 2571”

ยุทธศาสตร์ 5 แบงก์รัฐ ปี 67

พัฒนา Green Finance
ยกระดับธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจ ESG

ดร.รักษ์ กล่าวว่า EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่สอดรับตามนโยบายของรัฐบาล ตอบสนองหมุดหมายแผนระดับชาติ (แผนฯ 13) โดยเฉพาะหมุดหมายที่ 10 เศรษฐกิจหมุนเวียนและคาร์บอนต่ำ หมุดหมายที่ 5 ประตูการค้าการลงทุนและโลจิสติกส์ของภูมิภาค และหมุดหมายที่ 7 SMEs ที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูงและสามารถแข่งขันได้ โดยมุ่งเน้นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนตอบโจทย์เศรษฐกิจสีเขียวภายใต้บริบทใหม่ของโลกที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน

ดังนั้น EXIM BANK จึงเดินหน้าตามบทบาท Green Development Bank ยกระดับธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจที่เป็น ESG ด้วยการเป็นกลไกในการยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ผ่านการสนับสนุนทั้งด้านการเงินและไม่ใช่การเงิน ทั้งการบ่มเพาะ/ให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมตามกติกาการค้าระหว่างประเทศ/เวทีการค้าโลก พร้อมสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว

ในการนี้ EXIM BANK ได้พัฒนาเครื่องมือทางการเงินสีเขียว (Green Finance) ทั้งในฝั่งของการระดมทุนด้วย Green Bond มูลค่า 5,000 ล้านบาท และ SME Green Bond มูลค่า 3,500 ล้านบาท และมีแผนเตรียมที่จะออก Blue Bond เพื่อธุรกิจที่อนุรักษ์ท้องทะเลและทรัพยากรทางน้ำ และในฝั่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการ

รวมถึงพัฒนานวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ เพื่อยกระดับธุรกิจไทยให้สอดคล้องกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมสากล เช่น สินเชื่อ Solar D-Carbon Financing ที่ไม่เพียงให้เงินทุน แต่ยังช่วยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตแก่ผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้ง Ecosystem ของการสร้างพลังงานสะอาด รวมถึงสินเชื่อ EXIM Green Start สำหรับคนตัวเล็กที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว

“แนวทางทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า EXIM BANK จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เติบโตทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของรัฐบาล โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ขับเคลื่อนองค์กร
สู่ Digital Banking

ดร.รักษ์ กล่าวว่า EXIM BANK มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวเข้าสู่การเป็นธนาคารดิจิทัล (Digital Banking) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

 โดยพัฒนาระบบและเทคโนโลยีให้ทันสมัย สอดรับกับพฤติกรรมการใช้บริการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า รวมทั้งการเพิ่มช่องทางการให้บริการดิจิทัล เช่น การปรับปรุงระบบงานหลัก (Core Banking) ที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งภายในและภายนอกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

รวมถึงการพัฒนาระบบอนุมัติวงเงินรับประกัน (Insurance Origination System) และปรับปรุงระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management) สำหรับบริการประกันการส่งออก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น เป็นต้น

นอกจากนี้ มีการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในองค์กรเพื่อให้สามารถเข้าถึงและให้บริการลูกค้าได้อย่างตรงจุดมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) เพื่อนำมากำหนดกลุ่มเป้าหมายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม การนำ AI มาใช้ในการแนะนำ ตอบคำถาม รวมทั้งเสนอผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้า และสนับสนุนการทำงานให้ถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เผย 3 กลยุทธ์
ส่งเสริม SME ไทย

ดร.รักษ์ กล่าวว่า EXIM BANK ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทั้งด้านการเงินผ่านการให้สินเชื่อ และไม่ใช่การเงินผ่านการบ่มเพาะ ให้ความรู้ในด้านต่างๆ และจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าการลงทุน โดยบูรณาการกับพันธมิตรสนับสนุน SMEs อย่างครบวงจร ผ่าน “กลยุทธ์ 3 เติม” ดังนี้

เติมความรู้ : รู้จักตัวเอง ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก โดยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว ทั้งผู้ส่งออกและ Suppliers ของผู้ส่งออก เพื่อให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนบ่มเพาะความรู้ใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ตามกติกาการค้าระหว่างประเทศ/เวทีการค้าโลก ร่วมกับพันธมิตรอื่นที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จัดทำหลักสูตรเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำการค้าโลก TOP X Executive Program ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง 3 สภาฯ 1 มหาวิทยาลัย และ 1 ธนาคาร

เติมโอกาส : จับคู่คู่ค้าทั้งใกล้และไกลทั่วโลก โดยBusiness Matching ในตลาดใหม่ โดยเฉพาะสินค้า Niche อาทิ สินค้า Halal และธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล E-commerce Platform เปิดตลาด โดยเฉพาะสำหรับ New Exporters เช่น Alibaba, Amazon หรือในอนาคต เข้าร่วมในแพลตฟอร์ม NDTP (Thailand National Digital Trade Platform)

เติมเงินทุน : เสริมสภาพคล่องควบคู่กับการป้องกันความเสี่ยง โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ เพื่อยกระดับธุรกิจไทยให้สอดคล้องกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมสากลนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น เช่น EXIM Green Goal และ EXIM Extra Transformation โดยในปี 2567 จะมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมการลดคาร์บอนครบทั้ง 3 Scopes

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง