ธปท. เตรียมหารือ “สภาพัฒน์” หลังเสนอลดจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตเป็น 5%

1136

ธปท. รับข้อเสนอแนะสภาพัฒน์ ฯ ปรับลดจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตกลับไป 5 % ช่วยเอสเอ็มอี หลังปรับเพิ่มเป็น 8 % เมื่อต้นปี 2567 พร้อมหารือข้อดีข้อเสีย มองระยะยาวจ่ายมากจบหนี้ได้เร็วกว่าและลดผลกระทบจากดอกเบี้ยได้มากกว่า เตรียมหาช่องเปิดโอกาสเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อเพิ่ม

19 ก.พ.2567 นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกรณี สภาพัฒน์ฯ เสนอให้แบงก์ชาติทบทวนปรับลดจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตกลับไปที่ 5% ว่า การจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตอัตราน้อย ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหนี้เพราะการจ่ายเต็มจำนวนจะไม่ได้สร้างรายได้ให้เจ้าหนี้

“เห็นด้วยในกรณีที่มองว่า การลดอัตราจ่ายขั้นต่ำจะเป็นการช่วยลดภาระให้ลูกหนี้ แต่ก็พบว่าสถานการณ์หนี้เรื้อรังจะมาจากลูกหนี้การจ่ายขั้นต่ำตลอดถึงแม้จะไม่ใช่กลุ่มบัตรเครดิตก็ตาม”

อย่างไรก็ดี การพิจารณาปรับเกณฑ์จ่ายขั้นต่ำของธปท.ได้ทยอยปรับแบบเป็นขั้นบันไดจาก 5% เป็น 8% ก่อนและจะเป็น 10% หากถามว่าธปท.เข้าใจหรือไม่ว่ามีลูกหนี้จำนวนหนึ่งที่จะผ่อนไม่ไหว ธปท.เข้าใจกลุ่มนั้นและได้ร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจบัตรเครดิตทั้ง 11 ราย ให้ต้องมีข้อเสนอสำหรับลูกค้ากลุ่มที่จ่ายขั้นต่ำไม่ไหวโดยจะสามารถเปลี่ยนประเภทหนี้จากวงเงินบัตรเครดิตเป็นการชำระแบบงวดๆที่มีวันจบได้ และผู้ให้บริการบัตรหลายรายมีการลดดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ด้วย

“คงต้องมีการหารือร่วมกันในเรื่องข้อดีข้อเสียของการลดอัตราการจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต ตามที่สภาพัฒน์ฯเสนอมา เพราะให้ความเป็นห่วงเรื่องธุรกิจเอสเอ็มอีที่ใช้บัตรเครดิต แต่หากมองระยะยาวการเพิ่มอัตราจ่ายขั้นต่ำอาจจะเจ็บในระยะสั้นที่ต้องจ่ายเพิ่มจากเคยจ่าย 5 % เป็น 8 % แต่หากมองระยะยาวจะจบหนี้ได้เร็วกว่าและลดผลกระทบจากดอกเบี้ยได้มากกว่า”

สำหรับสินเชื่อเอสเอ็มอีที่หดตัว พบว่า มีการหดตัวมาตั้งแต่ก่อนโควิด 19 ซึ่งกลุ่มเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มที่กังวล เพราะขณะที่เดินหน้าแก้ไขหนี้ครัวเรือนที่สูง แต่พบว่ากลุ่มเอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจมีการเข้าถึงสินเชื่อได้น้อย โดยเรื่องการทำให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้เป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาธปท.ได้ศึกษาและหารือร่วมกับภาครัฐถึงสาเหตุที่เอสเอ็มอียังเข้าถึงสินเชื่อได้น้อย หลักๆคือความเสี่ยงที่สูง และดอกเบี้ยเอสเอ็มอียังไม่ครอบคลุมความเสี่ยง

นอกจากนี้สาเหตุที่ทำให้เอสเอ็มอีเสี่ยงสูง ส่วนหนึ่งคือเรื่องข้อมูล เช่น งบการเงิน รวมทั้งหลักประกัน โดยสิ่งที่จะปิดความเสี่ยงคือการสามารถถ่ายโอนความเสี่ยงได้ เช่น เครดิตการันตีที่ต้องทำเพิ่มเติม เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้ รวมทั้งเปิดให้มีแหล่งข้อมูลเพิ่มขึ้นผ่านโครงการ Open Data ที่ธปท.พยายามผลักดัน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง