ครม.รับทราบข้อเสนอ ป.ป.ช. ดิจิทัล วอลเล็ต มอบบอร์ดหาข้อยุติ-เสนอ ครม.ใน 30 วัน

313
ดิจิทัลวอลเล็ต ดิจิทัล วอลเล็ต digital wallet

ครม.รับทราบข้อเสนอ ป.ป.ช. “ดิจิทัล วอลเล็ต” มอบคณะกรรมการนโยบายโครงการรับไปพิจารณา เพื่อให้ได้ข้อยุติและนำเสนอต่อ ครม.ภายใน 30 วัน

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต รับไปพิจารณา เพื่อให้ได้ข้อยุติและนำเสนอต่อ ครม.ภายใน 30 วัน

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี ตำบลเวียงคำ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี นายเศรษฐาตอบคำถามสื่อมวลชนถึง เรื่องที่มีการเสนอแนวคิดเข้ามามากมาย นายกฯ จะเดินหน้าโดยไม่ต้องพะว้าพะวังได้หรือยัง เรื่องเงิน Digital Wallet นายกรัฐมนตรีตอบกลับว่า ตามที่บอกไปมีทั้ง ป.ป.ช. และคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอมา นายกฯ ก็รับฟัง ถ้าไม่รับฟังเดี๋ยวก็มาบอกอีกว่าไม่รับฟัง พยายามรับฟังอยู่ในกรอบเวลาให้เร็วมากที่สุด ทางผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยพึงเห็นจึงขอเวลา นายกฯ เองก็ยินดี และหากมีอะไรให้บอกมา ยินดีรับฟัง

ขณะที่เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลยังเดินหน้ามาตรการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต แต่กระบวนการทั้งหมดยังต้องรอ ซึ่งต้องเป็นไปตามกรอบ โดยเฉพาะเมื่อมีหน่วยงานตั้งข้อสังเกตต่าง ๆ เกี่ยวกับมาตรการดังล่าว รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องชี้แจงข้อสังเกตต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อน

โดยในระหว่างนี้ รัฐบาลก็ได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆ อาทิ มาตรการในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย มาตรการในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ตลอดจนการลดราคาพลังงาน ซึ่งทั้งหมดเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยไม่ได้รอทำแค่มาตรการดิจิทัลวอลเล็ตเพียงเรื่องเดียว

“รัฐบาลไม่ได้นิ่งเฉย และยืนยันว่าไม่ได้ทำแค่มาตรการดิจิทัลวอลเล็ต เพียงเรื่องเดียว ที่ผ่านมา เรามีนโยบายหลายตัวที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ส่วน ดิจิทัลวอลเล็ต ที่มีข่าวลือว่า จะทำ หรือไม่ทำต่อนั้น ขอยืนยันว่า เราเดินหน้าแน่นอน แต่ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการ”

นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เมื่อวานนี้ (15 ก.พ.) มีการดำเนินการใน 3 ส่วนสำคัญ คือ

1. การตั้งคณะกรรมการติดตามเรื่องการใช้เงินผิดประเภท ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบจะต้องไปประชุมและวางกรอบแนวทางเพื่อป้องกันการใช้เงินผิดประเภท

2. การตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมข้อมูลสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน (Fact-Finding) ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลัง และปลัดพาณิชย์รับผิดชอบ เพื่อตอบคำถามจากหน่วยงานว่าเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันวิกฤตหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ใช้อ้างอิงในรายงานความเห็นจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นข้อมูลช่วงปลายปี 66

“แต่วันนี้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเปลี่ยนไปหมดแล้ว ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องมาบอกให้เห็นภาพเศรษฐกิจในวันนี้ให้ชัดเจนว่าสถานการณ์เศรษฐกิจมีอะไรที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูล เพื่อชี้แจงข้อสังเกตที่ ป.ป.ช.ถามมา โดยในส่วนนี้จะใช้เวลาดำเนินการภายใน 30 วัน”

3. มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไปดูเรื่องการเชื่อมระบบกับภาพรวม ทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไร และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างครอบคลุม รวมถึงเรื่องการใช้ระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อป้องกันการทุจริต

ส่วน กรณีที่ ป.ป.ช.ตั้งข้อสังเกตและแสดงความเป็นห่วงถึงความเหมาะสมในการใช้ระบบ “บล็อกเชน” พร้อมแนะนำให้ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชั่น เป๋าตังหรือให้พิจารณาวิธีอื่นที่อาจจะดีกว่านั้น กระทรวงดีอีจะไปดำเนินการในส่วนนี้ แต่ที่ผ่านมา รัฐบาลยืนยันแล้วว่าดิจิทัลวอลเล็ตจะดำเนินการผ่านเป๋าตัง

“ในที่ประชุมฯ มีการพูดคุยกันอย่างครบถ้วนและหลากหลาย ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงบประมาณ, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ดีอี ตำรวจ และตำรวจไซเบอร์ โดยในส่วนของ ธปท.นั้น ได้ให้ความเห็นในที่ประชุมว่า การตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจนั้น เป็นเรื่องที่ดีมาก จะได้รู้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันเป็นอย่างไร”

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง