ปชป. ชี้ “ลดดอกเบี้ย” ไม่ใช่ทางเดียวที่ใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แนะรัฐบาลเร่งรัดใช้งบฯ

513
ปชป. ลดดอกเบี้ย

ปชป. ลดดอกเบี้ย ไม่ใช่ทางเดียวที่ใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แนะรัฐบาลเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ปรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตไปอยู่ในแผนสอง

24 ก.พ. 67 นายชนินทร์ รุ่งแสง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า จากการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ซึ่งพบว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในไตรมาส 4 ปี 66 ลดลงเหลือเพียง 1.7% ส่วนทั้งปีโต 1.9% เป็นเรื่องที่รัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเหตุการณ์เกิดในช่วงที่มีอำนาจเข้าบริหารประเทศแล้ว

ทั้งนี้ หากเจาะลึกดูในรายละเอียด จะยังมีตัวเลขที่เป็นบวกอยู่หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคของเอกชน การส่งออก การลงทุน ยกเว้นในส่วนที่รัฐบาลรับผิดชอบ คือ เงินลงทุนภาครัฐที่ลดลง

“แม้จะแก้ตัวว่า เป็นเงื่อนไขเหตุการณ์ทางการเมือง ทำให้งบประมาณล่าช้า แต่รัฐบาลต้องรู้และเตรียมตัว เพราะเข้ามาบริหารประเทศเกือบ 6 เดือนแล้ว ขอให้รัฐบาลตั้งสติ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี อย่ากังวลเรื่องนายกฯ เงา มากเกินไป และในรายละเอียดของรายงาน จะเห็นถึงปัญหาของเศรษฐกิจไทย ที่ทำให้ตัวเลขจีดีพีที่ลดลง”

นายชนินทร์ เชื่อว่า นโยบายการเงินจะได้รับการตอบสนองจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเร็วๆ นี้ โดยการเริ่มต้นลดดอกเบี้ย แต่ไม่ควรคาดหวังผลระยะสั้นใน 3 เดือน หรือ 6 เดือน เพราะการลดดอกเบี้ยให้ได้ผลจริงๆ ก็ควรจะลดไม่ต่ำกว่า 50 สตางค์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในระยะสั้นนี้

“หากแบงก์ชาติยอมลดดอกเบี้ยจริง ผู้ประกอบการรายใหญ่จะได้ประโยชน์ทันที ส่วนรายย่อยต้องรอ เพราะผู้ให้กู้ มองความเสี่ยงเหมือนเดิม การลดดอกเบี้ย ไม่ใช่ทางเดียวที่ใช้แก้ปัญหาได้ รัฐบาลอย่าพยายามโยนบาปให้แบงค์ชาติในเรื่องการลดดอกเบี้ย”

พร้อมมองว่า รัฐบาลสามารถเร่งหารือกับแบงก์ชาติเรื่องการผ่อนปรนมาตรการ LTV หรือ หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ และใช้นโยบายการคลัง ซึ่งไม่ใช่เรื่องงบประมาณอย่างเดียว รวมทั้งเรื่องภาษีต่างๆ ซึ่งอำนาจอยู่ที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการให้สอดคล้องกัน

แนะปรับดิจิทัลวอลเล็ตเป็นแผน 2

รองเลขาธิการ ปชป. ยังกล่าวถึงโครงการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล ว่า ยังมีความไม่แน่นอน เพราะรัฐบาลมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาความเห็นจากหลายฝ่ายอีกครั้ง เป็นการพิจารณาเรื่องเดิมๆ ซึ่งเหมือนเป็นการนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง จึงแนะว่าควรปรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตให้ไปอยู่ในแผนสอง เพราะหากยังมีความไม่แน่นอนอยู่เช่นนี้ต่อไป ประชาชนรากหญ้าจะยิ่งเดือดร้อนมากกว่านี้

“คณะกรรมการพิจารณาเรื่องที่เหมือนจะเป็นเรื่องเดิมที่เคยพิจารณามาแล้ว ถือเป็นการนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง จึงขอแนะนำให้ปรับไปอยู่ในแผนสองได้แล้ว ไม่เช่นนั้น ประเทศ ประชาชน จะเดือดร้อนในระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือนนี้แน่นอน หากมีความไม่แน่นอนต่อไป ชาวรากหญ้าตายก่อน อาจต้องเปลี่ยนจากแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เป็นแบงค์กงเต็ก เผาให้ใช้ชาติหน้าแทน”

ส่วนเรื่องที่อยากให้นายกรัฐมนตรี ดำเนินการเร่งด่วน คือ เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ แต่ต้องดูแลไม่ให้รั่วไหล เร่งดูแลกลุ่มคนรายได้น้อย โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพ และปฏิรูปปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการแข่งขันในอนาคตต่อไปของประเทศ

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม :