Gen Z สนความมั่นคงทางการเงิน มากกว่าไต่เต้าตำแหน่งงาน 90% ไม่กลัวเปลี่ยนงาน

646
Gen Z

Gen Z โฟกัสความมั่นคงทางการเงิน กองทุนเกษียณอายุ ลาหยุดได้เงิน การคุ้มครองสุขภาพ มากกว่าตำแหน่งงานสูง หลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ ใช้เงินเดือนชนเดือน จากเงินเฟ้อพุ่ง 2 เท่า รอบ 10 ปี ชี้ 90% พร้อมเปลี่ยนงานถ้าได้เงินสูง-สิทธิประโยชน์ดีกว่า

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 เทรนด์งานยุคใหม่เริ่มเปลี่ยนไป จากอดีตคนยุค Baby Boomer หรือกระทั่ง Gen X เน้นความมั่นคงทางการงาน ผ่านการไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งงานที่สูงขึ้น สวนทางกับคน Gen Z หรือผู้มีอายุระหว่าง 18-26 ปี (ผู้เกิดในปี พ.ศ. 2541 – 2549) ซึ่งเป็นวัยเริ่มต้นการทำงาน และต้องเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจในทั่วโลก

Business Insider ระบุว่า คนหนุ่มสาววัยทำงานในอเมริกา ปัจจุบันให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ประกอบด้วย

  • ความคุ้มครองด้านการดูแลสุขภาพ
  • กองทุนเกษียณอายุ
  • การลาหยุดโดยได้รับค่าจ้าง

โดยคน เจน Z รู้สึก “อ่อนแอด้านการเงิน” จากสถานการณ์เศรษฐกิจบังคับให้คนหนุ่มสาวต้องใช้เงินแบบเดือนชนเดือนมากขึ้น และมีเพียงไม่ถึง 1 ใน 3 ของชาวเจนซีที่มองว่าสถานะการเงินของตนเองอยู่ในเกณฑ์ดี

ผลพวงดังกล่าวมีต้นเหตุจากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค ตัวเลขชี้วัด “ค่าครองชีพ” ก็เพิ่มขึ้นสูงถึง 8% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

“ตั้งแต่ปี 2564 เจน Z อยู่กับอัตราเงินเฟ้อที่ไม่เคยเห็นในสหรัฐอเมริกามานานหลายทศวรรษ การเผชิญหน้ากับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสําหรับการดูแลสุขภาพ ที่อยู่อาศัย และการศึกษา เพิ่มแรงกดดันทางการเงินที่กลุ่มอายุนี้ต้องเผชิญเมื่อพวกเขาเริ่มชีวิตการทํางาน”

อย่างไรก็ดี การวางแผนทางการเงินของ เจน Z ไม่ต่างจากคนเจเนอเรชั่นอื่น ๆ โดยยังเน้นการ “ออมเงิน” ทว่าตำแหน่งงานกลับไม่ให้เงินเดือนที่สูง หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่พอจะถัวเฉลี่ยกันได้

เกือบ 50% ของเจน Z มีความกังวลเกี่ยวกับการออมระยะยาว อัตราเงินเฟ้อ และการขาดเงินทุนฉุกเฉินที่สุด

ขณะที่ปัจจัยด้านสุขภาพ ก็ผูกติดกับฐานะทางเศรษฐกิจ กล่าวคือ ความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงในการจ้างงาน และความคุ้มครองด้านการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการเข้าถึงอาหาร ยา และที่อยู่อาศัย เป็นข้อกังวลหลัก

ขณะที่คนรุ่นใหม่ไม่กลัวที่จะเปลี่ยนงาน เพื่อค้นหาค่าตอบแทนที่สูงขึ้น และผลประโยชน์ที่ดีขึ้น กว่า 90% ของ เจน Z และคนรุ่นมิลเลนเนียล กล่าวว่าพวกเขากําลังพิจารณาที่จะออกจากงานจากการสำรวจของ LinkedIn เมื่อปี 2566

หากบริษัทต่างๆ ต้องการดูน่าดึงดูดสำหรับพนักงานรุ่นใหม่ ควรลงทุนในการให้คำปรึกษาบรรเทาภาระทางการเงินกับพนักงาน Gen Z จึงเป็นหนทางทั้งในการสรรหาและรักษาพนักงานเตเนอเรชั่นนี้ไว้ได้

อ้างอิง : businessinsider.com

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม :