Microsoft เปิดตัวแชตบอต Copilot เจาะลึกการทำงานด้านการเงิน

1309
Microsoft copilot

Microsoft เปิดตัวแชตบอต Copilot เจาะลึกการทำงานด้านการเงิน สามารถวิเคราะห์ผลต่างๆ ทั้งปรับข้อมูลใน Excel รวมถึงเร่งกระบวนการใน Outlook

วันที่ 1 มีนาคม 2567 ไมโครซอฟต์ (Microsoft) ประกาศเตรียมเปิดตัว แชตบอตCopilot ซึ่งสามารถช่วยทำงานสำคัญสำหรับผู้ที่ทำงานในด้านการเงิน โดยไมโครซอฟท์จะเปิดให้สาธารณะได้ทำการทดลองใช้ ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และจะมีการเปิดเผยรายละเอียดราคาค่าบริการในภายหลัง

บริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านธุรกิจหลาย ๆ แห่ง เช่น HubSpot และ Salesforce ได้ทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ด้วย Generative AI โดยหวังว่าจะทำให้ลูกค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ความคลั่งไคล้นี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากสตาร์ทอัพ OpenAI ในปี 2565 ได้เปิดตัวแชตบอต ChatGPT ซึ่งสามารถสร้างข้อความที่ดูเป็นธรรมชาติหรือเนื้อหาอื่น ๆ ออกมาโดยใช้คำพูดของมนุษย์เพียงไม่กี่คำ

โดยมีหลายบริษัทที่มีพนักงานทำงานในแผนกเฉพาะทางที่ต่างออกไป Charles Lamanna รองประธานบริษัท ไมโครซอฟต์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ในซานฟรานซิสโกว่า “เราต้องการให้ทุกแผนกเปิดใช้งานและเสริมประสิทธิภาพด้วยCopilot”

ไมโครซอฟต์ มี Copilotสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไปในแอปพลิเคชัน Office แล้ว และได้เปิดตัว Copilot ที่ออกแบบมาสำหรับพนักงานขายและพนักงานบริการลูกค้า

ขณะที่ Copilot for Finance จะเริ่มต้นด้วยการทำงานต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ผลต่างๆ ปรับข้อมูลในเอกซ์เซล (Excel) และเร่งกระบวนการใน Outlook ซอฟต์แวร์สามารถดึงข้อมูลที่จัดเก็บไว้ใน SAP และใน Microsoft Dynamics 365 ซึ่งคุณสมบัติเพิ่มเติมจะมาพร้อมกับCopilot ทางการเงินในปลายปีนี้

ไมโครซอฟต์ กล่าวว่าฝ่ายการเงินของบริษัทได้ให้ข้อมูลในการพัฒนาCopilot ใหม่และเห็นว่ามีประโยชน์บางอย่างในช่วงแรกๆ จากการใช้งาน

Cory Hrncirik หัวหน้าฝ่ายโมเดิร์น ไฟแนนซ์ ในสำนักงานฝ่ายการเงินของ ไมโครซอฟต์ กล่าวว่า การเปรียบเทียบข้อมูลที่นำมาจากระบบต่างๆ คือ สิ่งที่ทีมการเงินทุกทีมในโลกทำกันเป็นจำนวนมาก จากเดิมทีมวางแผนและวิเคราะห์ทางการเงินแต่ละคนใช้เวลา 1 หรือ 2 ชั่วโมงในแต่ละสัปดาห์ และสำหรับ Copilotใหม่ จะใช้เวลาประมาณ 10 หรือ 20 นาทีต่อสัปดาห์

แนวคิดคือการช่วยให้พนักงานเหล่านี้ใช้เวลาน้อยลงกับงานที่น่าเบื่อ และจัดสรรเวลาสำหรับงานที่มีส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งสามารถช่วยเหลือบริษัทได้มากขึ้น หากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจำนวนมากในบริษัทหนึ่งๆ ใช้ประโยชน์จากระบบอัตโนมัติเหล่านั้น บริษัทอาจจะสามารถปิดบัญชีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

อ้างอิง : cnbc.com

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :