ดัชนีนิกเกอิ ปิดตลาดลบ 11.60 จุด นลท.ขายหุ้นทำกำไร หุ้นจีนปิดบวกหลังจีนประกาศเป้า GDP ปีนี้

329

ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (5 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร หลังจากดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์เหนือ 40,000 จุดเมื่อวานนี้ อย่างไรก็ดี แรงช้อนซื้อหุ้นกลุ่มชิปช่วยลดช่วงลบ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 40,097.63 จุด ลดลง 11.60 จุด หรือ -0.03%

หุ้นลบนำตลาดได้แก่กลุ่มบริการ และกลุ่มขนส่งทางทะเล ขณะที่หุ้นบวกได้แก่กลุ่มก่อสร้าง และกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์

โบรกเกอร์หลายแห่งระบุว่า ดัชนีนิกเกอิร่วงลงในภาคเช้ากว่า 200 จุดในช่วงสั้น ๆ เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้านี้ แต่นิกเกอิลดช่วงลบในภาคบ่าย เนื่องจากหุ้น Tokyo Electron และหุ้นกลุ่มชิปอื่น ๆ ดึงดูดแรงซื้อใหม่ ขณะที่หุ้นกลุ่มยานยนต์ปรับตัวขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินเยน

โทโมอิจิโระ คูโบตะ นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของบริษัทหลักทรัพย์มัตสึอิ กล่าวว่า “แรงช้อนซื้อเกิดขึ้นเนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่ากระแสปัญญาประดิษฐ์จะยังคงกระตุ้นความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ต่อไป”

“ดัชนีนิกเกอิมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น” คูโบตะกล่าว

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบในวันนี้ (5 มี.ค.) เนื่องจากแรงเทขายทำกำไร โดยนักลงทุนกำลังติดตามนโยบายเศรษฐกิจของจีนอย่างใกล้ชิดในระหว่างที่จีนจัดการประชุมสองสภาประจำปี ขณะที่เงินวอนของเกาหลีใต้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,649.4 จุด ลดลง 24.87 จุด หรือ -0.93% โดยมีปริมาณการซื้อขายปานกลางที่ 447 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 11.9 ล้านล้านวอน (8.93 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วน 606 ต่อ 282 ตัว

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ (5 มี.ค.) หลังจีนกำหนดเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศที่ประมาณ 5% สำหรับปี 2567 ที่การประชุมสองสภา

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,047.79 จุด เพิ่มขึ้น 8.49 จุด หรือ +0.28%

รัฐบาลจีนเปิดเผยรายงานการทำงานของรัฐบาล (Government Work Report) ในวันนี้ (5 มี.ค.) โดยระบุว่า จีนได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไว้ที่ประมาณ 5% สำหรับปี 2567

สำหรับในปี 2566 นั้น เศรษฐกิจจีนขยายตัว 5.2% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลจีนกำหนดเอาไว้ที่ประมาณ 5% แต่การฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในภาพรวมนั้นช้ากว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ ขณะเดียวกัน การเติบโตของเศรษฐกิจจีนยังถูกฉุดรั้งจากภาวะตกต่ำในภาคอสังหาริมทรัพย์และการส่งออกด้วย

ขณะเดียวกัน จีนได้กำหนดเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณทางการคลังเอาไว้ที่ 3% ของ GDP สำหรับปี 2567 ซึ่งน้อยกว่าระดับ 3.8% ในปี 2566 ทั้งนี้ ในเดือนต.ค.ปีที่แล้ว จีนได้เปิดเผยแผนออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันอุทกภัย โดยถูกรวมอยู่ในงบประมาณปีที่ผ่านมา ทำให้เป้าหมายขาดดุลปี 2566 เพิ่มขึ้นสู่ประมาณ 3.8% ของ GDP จากเดิมอยู่ที่ 3%

นอกจากนี้ จีนตั้งเป้าเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม 7.2% สู่ระดับ 1.67 ล้านล้านหยวนในปี 2567

ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า การตั้งเป้าเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม 7.2% ในปี 2567 เกิดขึ้นหลังจากการเพิ่มงบกลาโหมมานานต่อเนื่องหลายปี โดยมีการเพิ่มงบกลาโหม 7.2% ในปี 2566, 7.1% ในปี 2565, 6.8% ในปี 2564, 6.6% ในปี 2563 และ 7.5% ในปี 2562

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (5 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน แม้รัฐบาลจีนได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไว้ที่ประมาณ 5% สำหรับปี 2567 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์

ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 16,162.64 จุด ลดลง 433.33 จุด หรือ -2.61%

ทั้งนี้ สำหรับในปี 2566 นั้น เศรษฐกิจจีนขยายตัว 5.2% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลจีนกำหนดเอาไว้ที่ประมาณ 5% แต่การฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในภาพรวมนั้นช้ากว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ ขณะเดียวกัน การเติบโตของเศรษฐกิจจีนยังถูกฉุดรั้งจากภาวะตกต่ำในภาคอสังหาริมทรัพย์และการส่งออกด้วย

อ่านข่าวอื่น ๆ