บลจ.เอ็มเอฟซี รุกธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไพรเวทฟันด์

372
บลจ.เอ็มเอฟซี

บลจ.เอ็มเอฟซี ชี้สัญญาณดีธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไพรเวทฟันด์ เดินหน้าขยายฐานกองทุนส่วนบุคคล สู่ประกัน บริษัทเอกชน สหกรณ์ออมทรัพย์ ฟากกองทุนรวมทั่วไป เล็งออกกองทุน Thematic พร้อมชูจุดเด่น MFC Wealth

นายเกษตร ชัยวันเพ็ญ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด สายการขายและการตลาด บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่า สำหรับอุตสาหกรรมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในปีที่ผ่านมา หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย เริ่มมีนายจ้างกลับมาคำนึงถึงเรื่องสวัสดิการเพื่อเกษียณของลูกจ้างอีกครั้ง

ทำให้จำนวนนายจ้างใหม่ที่จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้นในจำนวนเกือบใกล้เคียงช่วงก่อนโควิด ดังนั้นจึงคาดว่า ปี 2567 นี้จำนวนนายจ้างใหม่ที่จะพิจารณาจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพน่าจะกลับมาปกติ หรืออาจจะเพิ่มขึ้นกว่าช่วงก่อนโควิดได้

นอกจากนี้คาดว่ามีอีกปัจจัยที่จะกระตุ้นจำนวนนายจ้างใหม่ และ เม็ดเงินสมทบได้อีกจำนวนมาก นั่นคือ การที่ภาครัฐผลักดันให้การจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ออกมาเป็นรูปธรรมและมีผลบังคับใช้ในปี 2567 นี้

โดยหากกฎหมายมีผลบังคับใช้ได้จริงในปีนี้ จะทำให้มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นอีกมากในตลาดการเงินของประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีทั้งตลาดเงินและตลาดทุน ตลอดจนสร้างเสถียรภาพของตลาดการเงินไทยเป็นอย่างมาก

สำหรับการดำเนินธุรกิจของบลจ.เอ็มเอฟซี ในปี 2566 ที่ผ่านมา มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร ( AUM) ประมาณ 4 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้นายเกษตร ได้กล่าวถึงแผนธุรกิจปี 2567 ดังนี้

ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบลจ.เอ็มเอฟซี โดยบริหารอยู่มากกว่า 600 นายจ้าง มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 1 แสนล้านบาท โดยบลจ.เอ็มเอฟซี มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ในอันดับต้นๆของอุตสาหกรรม และต้นปีนี้ได้รับการแต่งตั้งให้บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่ม 5,000 ล้านบาท

“เอ็มเอฟซี พยายามหาจุดการให้บริการและ Solutionใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ Pain point ของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่เป็นความต้องการที่แท้จริง และแตกต่างเพิ่มเติมจากการบริการที่มีอยู่ เช่น การพัฒนา Feature ใหม่ๆใน Application ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ส่งผลให้บางกองทุนเลือกใช้บริการงานทะเบียนสมาชิกของบริษัทฯเพิ่มเติมและต่อเนื่อง”

นอกจากนี้ บลจ.เอ็มเอฟซี พยายามส่งเสริมสำหรับธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ด้วยการนำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญประกอบการวางแผนเกษียณของพนักงานแต่ละคน โดยให้ความรู้แก่สมาชิกเรื่อง Employee’s Choice คือ การแนะนำให้สมาชิกศึกษาการเลือกทรัพย์สินลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาลงทุน โดยในปัจจุบันบลจ.เอ็มเอฟซี มีสินทรัพย์ให้เลือกมากกว่า 20 แบบ ทั้ง หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ไทย ตราสารหนี้ต่างประเทศ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และทองคำ ฯลฯ

ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล บลจ.เอ็มเอฟซี มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 38,000 ล้านบาท ลูกค้ามีทั้งประเภทบุคคลและสถาบัน โดยเฉพาะในส่วนของสถาบันที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์การอิสระ บริษัท มหาวิทยาลัย และสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยเฉพาะในส่วนของสหกรณ์ออมทรัพย์นั้นมีลูกค้ากว่า 20 แห่ง ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่อีกตลาดสำหรับธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล และในปีนี้บริษัทมีแผนขยายการให้บริการไปในกลุ่มของบริษัทประกัน และ บริษัทเอกชนมากยิ่งขึ้น รวมถึงกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ของบริษัทอยู่แล้วให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ธุรกิจกองทุนรวม สิ้นปี 2566 มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 200,000 ล้านบาท สำหรับปี 2567 นี้ มีแผนออกกองทุนให้ครอบคลุมในหลากหลายสินทรัพย์ ครบทุกรูปแบบ เช่น ตราสารหนี้ ตราสารทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงในแต่ละภูมิภาค รวมทั้งกองทุนในลักษณะ Thematic ที่น่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีในอนาคต นอกจากนี้จะมีประเภทสินทรัพย์ใหม่ คาดว่าสามารถออกกองทุนได้ในไตรมาส 2 นี้

นอกจากนี้บลจ.เอ็มเอฟซี มี MFC Wealth ซึ่งเป็น Mobile Application ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถจัดการพอร์ตการลงทุนได้ด้วยตัวเอง ตอบโจทย์ทั้งลูกค้ากองทุนรวมและลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ใน Application เดียว โดยมีพอร์ตแนะนำเป็น guideline หรือลงทุนตามพอร์ตแนะนำได้เลย เพื่อเป้าหมายการลงทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การวางแผนเกษียณ การลงทุนเพื่อความมั่งคั่ง เป็นต้น โดยในปีนี้จะมีการพัฒนาฟังก์ชั่นการปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างง่ายๆสำหรับพอร์ตการลงทุนในกองทุนรวม และอัพเดทสถานการณ์กองทุนแบบ Personalization ให้แก่ลูกค้าอีกด้วย