นายกฯ ประกาศปี 2568 การท่องเที่ยวไทยยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

688
นายกฯ IGNITE THAILAND’S TOURISM

นายกฯ ประกาศปี 2568 เป็นประธานประชุมระดมความคิดเห็น “IGNITE THAILAND’S TOURISM” การท่องเที่ยวไทยยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ย้ำให้คิดนอกกรอบ ดูแลภาษีประชาชนให้ดีที่สุด

15 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมระดมความคิดเห็น “IGNITE THAILAND’S TOURISM”

โดยมี นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน เข้าร่วมรับฟัง นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวรู้สึกยินดีที่ได้มาเป็นประธานการประชุมระดมความคิดเห็น IGNITE THAILAND’S TOURISM ซึ่งวันนี้เป็นการรวมตัวกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนและภาคประชาชนที่จะมาร่วมกันจุดพลัง รวมใจให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในการท่องเที่ยวและเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวในอาเซียน และนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีที่เราจะได้มาพูดคุยกันอย่างบูรณาการอย่างแท้จริง จากการที่ตนได้เดินทางไปประเทศเยอรมนีที่ผ่านมาได้เข้าร่วมงาน International Tourismus Borse หรือ ITB Berlin 2024 งานมหกรรมส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในโลก ซึ่งได้ประกาศใน ITB เยอรมนีว่า ปีหน้าการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

อีกทั้ง นโยบายของรัฐบาลมีหลายนโยบายที่ต้องสนับสนุนทั้งเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องวีซ่าฟรีมีความคืบหน้าไปทิศทางที่ดี เรื่องวีซ่าเชงเก้นด้วย ซึ่งการไปต่างประเทศครั้งนี้ได้มีการหยิบยกขึ้นมาพูดในหลายประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนที่ดี

นอกจากนี้ เราจะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่แค่ขยายสนามบิน การพัฒนาซอฟแวร์ที่ยังคงมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ระบบตรวจคนเข้าเมืองที่ยังมีการกระทำที่ยังผิดกฎหมายอยู่ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาตั้งแต่ก้าวแรกและก้าวสุดท้ายที่ออกจากประเทศ เพื่อให้เป็นประสบการณ์ที่มีความประทับใจอย่างสูงสุด

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากการเดินทางไปสาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้พบปะหารือนักธุรกิจกับกลุ่มผู้บริหารบริษัทแอร์บัส และผู้บริหารด้านแฟชั่นที่จะมีการจัดแฟชั่นระดับโลก

รวมถึงการพูดคุยการจัดฟอร์มูล่า วัน และ ฟอร์มูล่า อี มาแข่งขันที่ประเทศไทย หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วโดยเฉพาะผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับศูนย์การค้า เรื่อง Pop Up Store เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้มีการจัดงานที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก มีการหารือกับผู้ประกอบการซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรอบรู้และมีความสนใจที่จะทำ Pop Up Store ในหลายจังหวัด ไม่ใช่แค่จังหวัดภูเก็ตเพียงอย่างเดียว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลพยายามจะยกระดับเมืองรอง เพื่อให้สามารถเดินไปข้างหน้าได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ นอกจากนี้ เรื่องของการสนับสนุนการลงทุน เราต้องมีศักยภาพ มี Soft Power มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมที่ดีงาม ซึ่งเชื่อว่าตรงนี้เราสามารถนำมาใช้ได้โดยที่ใช้งบประมาณน้อย ฉะนั้นการลงแรงถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งอยากจะแนะนำขอให้ใช้หลัก 80 : 20 ร่วมแรงร่วมใจ 80 และอีก 20 เป็นการลงทุน

ทั้งนี้ประเทศไทยนั้นมีงบประมาณที่จำกัด เรื่องของการใช้งบประมาณก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ถ้าเราลงทุนไปแล้วต้องให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ต้องให้คิดนอกกรอบและดูแลภาษีของประชาชนให้ดีที่สุด

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า การมาระดมความคิดเห็นครั้งนี้ไม่ใช่แค่การจุดพลุ จากที่ตนได้เดินทางไปต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ของดี ๆ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นของจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ONE Championship เรื่องเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่สามารถจุดประกายให้การท่องเที่ยวได้ สามารถนำนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศได้อย่างมาก

ควบคู่กับการพัฒนา Infrastructure ปีหน้าเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ แต่เราจะเริ่มตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป ให้มีเวลาอีก 6 เดือน คิดแผน เสนอความคิด สำหรับวันนี้ถือว่าเป็นการระดมมันสมองสุดยอดของทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับวงการท่องเที่ยว และเป็นคนที่มีจิตใจรักชาติ อยากให้ประเทศไทยพัฒนาไปถึงศักยภาพที่เป็นไปได้