CIMB THAI เผยแผนปี 67 ตั้งเป้าสินเชื่อรวมโต 5% เน้นรายย่อย-ยานยนต์ ลดสัดส่วน SME

607
CIMB THAI

15 มี.ค. 2567 พอล วอง ชี คิน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB THAI) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ปี 2567 ซีไอเอ็มบี ไทย ยังคงมุ่งมั่นชูวิสัยทัศน์ในการเป็น ‘Digital-led Bank with ASEAN Reach’ ‘ธนาคารอาเซียนขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล’

โดยอาศัยเครือข่ายความแข็งแกร่งในฐานะกลุ่มการเงินชั้นนำระดับภูมิภาคของ CIMB Group เข้ามาช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในประเทศไทยด้วยจุดแข็งของซีไอเอ็มบี ไทย ได้แก่ ASEAN, Digitalization, Wealth & ผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อลูกค้ารายย่อย และ Sustainability

โดยปี 2567 ธนาคารยังคงโฟกัส 4 จุดแข็งหลัก ได้แก่

1. ASEAN Reach จากจุดแข็งของเครือข่าย know how ของทีมงานผู้เชี่ยวชาญ และการประสานงานเชื่อมโยงเครือข่ายแบบไร้รอยต่อกับทีมงานประเทศต่างๆ ในเครือข่ายกลุ่ม CIMB ทั่วอาเซียนมาอย่างต่อเนื่องหลายปีจนสามารถพาบริษัทไทยขยายธุรกิจข้ามประเทศได้สำเร็จ

โดยปี 2566 ลูกค้าไว้วางใจให้ธนาคารพาไปเปิดตลาดใหม่ด้วย ASEAN Total Solutions ส่งผลให้ธุรกรรมข้ามพรมแดนเติบโตเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้

สำหรับในปี 2567 ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อในอาเซียนเติบโต 10% เพื่อให้บริการลูกค้าที่ต้องการให้ธนาคารสนับสนุนการขยายธุรกิจในมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และกัมพูชา คู่ขนานไปกับการดูแลธุรกรรมทางการเงินให้แก่ลูกค้าองค์กรและสถาบันการเงินในประเทศ ผ่านสินเชื่อ บริการธุรกรรมจัดการเงิน บัญชีธุรกิจ และบริการชำระเงิน

2. Digitalize for Value ที่มุ่งเน้นการใช้ดิจิทัลและเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนและยกระดับการให้บริการในโลกยุคใหม่ ผ่านแอพลิเคชั่น CIMB THAI Digital Banking ที่ส่งผลให้ธุรกรรมเติบโตอย่างรวดเร็ว และสามารถขยายฐานบัญชีดิจิตอลเพิ่มเป็น 4 แสนราย ปริมาณธุรกรรมบนแอปที่ทะยานสู่ 90% และธุรกรรมจองซื้อหุ้นกู้และพันธบัตรทั้งตลาดแรกและตลาดรองทะยานเกิน 6.6 หมื่นล้านบาทนับตั้งแต่ปี 2563

“การมี Digital Ecosystem ที่ครอบคลุม ส่งผลให้ธนาคารคว้ารางวัล  Wealth Management Platform of the Year – Thailand 4 ปีติดต่อกัน ปีนี้ทีม Digital เตรียมปรับโฉม UX/UI และเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ ยกระดับความสะดวกสบายไปอีกขั้น”

3. Wealth & Consumer Finance Solutions โดย CIMB Thai ยังตั้งเป้ารักษาความเป็นผู้นำตลาด และที่หนึ่งในใจลูกค้า Wealth Management ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความท้าทาย ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับการแนะนำลูกค้า เลือกลงทุนให้ถูก ‘จังหวะ’ ผ่านการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ CIMB Thai คัดสรรมาให้ลูกค้า

ทั้งหุ้นกู้ในตลาดแรก หุ้นกู้ตลาดรอง หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง เงินฝากดอกเบี้ยสูง เงินฝากสกุลต่างประเทศ (FCD) กองทุน ประกัน บริการ Wealth Credit Line (วงเงินพิเศษเพื่อมอบสภาพคล่องให้ลูกค้าที่มีเงินลงทุนกับธนาคาร)

นอกจากนี้ยังพร้อมจูงมือลูกค้าไปลงทุน Offshore fund โดยเฉพาะ Alternative Investment มีความน่าสนใจที่ไม่อ้างอิงต่อปัจจัยหลักอย่างทิศทางดอกเบี้ยหรือค่าเงิน แต่อยู่บนสินทรัพย์ที่ไปลงทุน

ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายขยายธุรกิจและฐานสมาชิก CIMB Preferred (ลูกค้าที่มีเงินฝากหรือเงินลงทุน 3 ล้านบาทขึ้นไป) ให้เติบโตอีก 12% จากปัจจุบันมีลูกค้า 1 แสนราย

“ผลงานชิ้นโบแดง คือ การที่ CIMB Thai ครองอันดับ 1 ‘หุ้นกู้’ ด้วยมูลค่าการค้าตราสารหนี้ปี 2566 ทะลุ 7 แสนล้านบาท และคว้ารางวัลระดับโลก 10 ปีซ้อน สะท้อนความเชี่ยวชาญของทีม Treasury & Markets ที่ดูแลการลงทุนช่วยลูกค้ามีสภาพคล่องผ่านบริการรับซื้อ – ขายหุ้นกู้ เป็นที่มาของแคมเปญปีนี้ หุ้นกู้คือ CIMB Thai”

ด้านสินเชื่อรวมในปี 2567 ธนาคารตั้งเป้าเติบโต 5% โดยในปีนี้สินเชื่อรายย่อยจะเป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนการเติบโตของสินเชื่อรวม ซึ่งธนาคารตั้งเป้าเติบสินเชื่อรายย่อยโต 5-10% โดยจะโฟกัสที่สินเชื่อยานยนต์

ซึ่งเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2567 ได้เปิดตัว One Auto Platform บริการสินเชื่อยานยนต์ ครอบคลุมทั้งรถยนต์ และจักรยานยนต์ ผ่านบริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของธนาคาร

โดยจะยกระดับความสามารถในการแข่งขันกับตลาด และเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจผ่านบริการใหม่ อาทิ สินเชื่อจำนำทะเบียนทั้งแบบโอนเล่ม และไม่ต้องโอนเล่ม โดยการทำสินเชื่อจำนำทะเบียนธนาคารได้ใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ตั้งแต่ปี 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งจะเริ่มกับลูกค้าปัจจุบันของธนาคารก่อน

“ธนาคารได้ทยอยลดสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อ SME ลงมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากขนาดของลูกค้า SME ของธนาคารไม่ได้ใหญ่มาก ซึ่งใน 3-4 ปีข้างหน้าคาดว่าสัดส่วนสินเชื่อ SME จะเหลือต่ำกว่า 1% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด จากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 2.5% แต่จะหันไปขยายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรายย่อยให้เพิ่มเป็น 71-72% ภายใน 5 ปี จากสิ้นปีก่อนที่ 70% โดยยังคงมาจากสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์”

ด้านการควบคุมคุณภาพหนี้ในปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่เกิน 3.3-3.5% จากสิ้นปีก่อนที่ 3.3%

4. Sustainability สอดรับกับเป้าหมายกลุ่ม CIMB ที่จะบรรลุ Green, Social Sustainable Impacted Products and Services (GSSIPS) จำนวน 1 แสนล้านริงกิต หรือ 7.7 แสนล้านบาทในปี 2567 โดยปี 2566 ทีมสินเชื่อรายใหญ่ได้สนับสนุนสินเชื่อความยั่งยืน จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ในการทำงานบนวิถีความยั่งยืน Net Zero ปี 2567 ตั้งเป้าหมายจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลง 36% เทียบกับปี 2562 (scope 1 และ 2) และเพื่อปลุกกระแสสังคมรวมพลังสร้างความยั่งยืนไปด้วยกัน

ปีนี้ ธนาคารจะจัดสัมมนา The Cooler Earth Sustainability Series ตลอดทั้งปี ทั้งการฉลองวันสิ่งแวดล้อมโลก, เสวนาโต๊ะกลมสินเชื่อยั่งยืน และสัมมนาใหญ่ร่วมกับ UN ESCAP ขึ้นอีกครั้ง หลังจากจัดขึ้นครั้งแรกปี 2566

“เราโฟกัส ASEAN, Digitalization, Wealth & Consumer Finance Solutions และ Sustainability โดยยึดลูกค้าเป็นหัวใจ (Customer-centric) ส่งผลให้เราได้รับการจัดอันดับจาก Rakuten Group ในปี 2566 ให้เป็นธนาคารที่ลูกค้าให้คะแนนความพึงพอใจเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเทียบกับตลาด (คะแนน NPS : Net Promoter Score) ด้วยคะแนน 85 ที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก 63 ในปีก่อนหน้า

เราตั้งเป้าหมายจะรักษามาตรฐานการเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า จึงมีแผนพัฒนาขั้นตอนการให้บริการดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อส่งมอบบริการที่เป็นเลิศผ่านทุกจุดบริการ (Touchpoint) ผ่านแอป สาขา และ Wealth Center สอดคล้องกับค่านิยมของ CIMB Thai ในการเป็น customer-centric organization”

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม :