พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ กู้ซื้อบ้านได้ไหม? ทำอย่างไรให้กู้ผ่านฉลุย

477
พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์

ขายของออนไลน์จะกู้ซื้อบ้านได้ไหม? พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่มีความฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ก็กังวลว่าอาชีพค้าขายออนไลน์ที่เป็นอาชีพอิสระ รายได้ก็อาจเข้ามาไม่สม่ำเสมอ และไม่มีสลิปเงินเดือนเหมือนพนักงานประจำทั่วไปจะสามารถทำเรื่องกู้เงินเพื่อซื้อบ้านได้หรือไม่ มาดูทริคดีๆ ที่จะช่วยให้กู้ซื้อบ้านผ่านกันเลย

เป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ กู้ซื้อบ้านได้หรือไม่?

การเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ธนาคารจะถือว่าเป็นการประกอบอาชีพอิสระโดยสามารถขอสินเชื่อซื้อบ้านได้ หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งการขอสินเชื่อซื้อบ้านของผู้ประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ มีขั้นตอนและการเตรียมตัวที่มากกว่าคนทำงานประจำ เนื่องจากอาชีพอิสระจะมีรายได้ที่อาจไม่สม่ำเสมอหรืออาจมีความไม่ชัดเจนของรายรับ

ดังนั้นขั้นตอนของการยื่นขอสินเชื่อจึงต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ให้ครบถ้วนและละเอียดมากที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับธนาคารได้ว่ามีความสามารถและความพร้อมในการผ่อนชำระสินเชื่อบ้านได้ในระยะยาว

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ จะได้วงเงินสินเชื่อเท่าไหร่?

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์อาจมีรายได้ต่อเดือนไม่คงที่ การคำนวณวงเงินสินเชื่อจึงจะใช้การนำรายได้ทั้งปีที่มีการเสียภาษี มาหารด้วย 12 (จำนวนเดือนใน 1 ปี) และจะได้เป็นวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารจะสามารถอนุมัติได้ เช่น รายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 5 แสนบาท จะได้เป็น 500,000 / 12 = 41,667 บาท เป็นรายได้เฉลี่ยต่อเดือน และธนาคารให้ภาระในการผ่อนบ้านรวมหนี้สินอื่นๆ ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน

ดังนั้น จำนวนเงินที่จะผ่อนชำระต่อเดือนได้จะอยู่ที่ประมาณ 16,667 บาทต่อเดือน (คิดจาก 40% ของ 41,667 บาท) หากคิดวงเงินสินเชื่อจากยอดผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน จะได้วงเงินสินเชื่ออยู่ที่ ใช้สูตร (1,000,000 x ยอดผ่อนชำระต่อเดือน) / 7,000 จากตัวอย่าง จะได้วงเงินสินเชื่ออยู่ที่ (1,000,000 x 16,667) / 7,000 = 2,381,000 บาท

อย่างไรก็ตามยอดเงินที่คำนวณจะเป็นตัวเลขโดยประมาณ ซึ่งธนาคารจะมีการพิจารณาวงเงินสินเชื่อ ร่วมกับความสามารถในการผ่อนชำระ และหักลบยอดหนี้สิน และจะได้เป็นวงเงินสินเชื่อตามที่ธนาคารพิจารณาให้ตามแต่ละบุคคล

อยากกู้ซื้อบ้านให้ผ่าน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

1. ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินบัญชี พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ได้มีสลิปเงินเดือนเหมือนกับพนักงานประจำ จึงต้องใช้ข้อมูลเดินบัญชีย้อนหลัง โดยข้อมูลการเงินที่ธนาคารจะใช้ในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ จะเป็นรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน ไปจนถึง 1 ปี เพื่อดูรายได้รวมว่ามีความสามารถในการผ่อนสินเชื่อได้ในระยะยาวหรือไม่

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่มีรายรับหลายช่องทาง สามารถรวบรวมบัญชีย้อนหลังจากหลายธนาคารมายื่นพร้อมกันได้ เพื่อใช้การันตีว่ารายได้ที่มาจากการขายของออนไลน์ มีรายได้รวมเพียงพอและมีกำไรจากการขายจริง จะช่วยให้ธนาคารพิจารณาการให้สินเชื่อง่ายขึ้น

2. ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าออนไลน์ที่เชื่อถือได้ หนึ่งหลักฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับแม่ค้าออนไลน์ที่อยากขอสินเชื่อซื้อบ้าน นั่นคือ ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้าออนไลน์ ซึ่งจะมีข้อมูลต่างๆ ดังนี้

    • ภาพหน้าเว็บไซต์ หรือหน้าเพจขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์
    • ภาพถ่ายสต๊อกสินค้าทั้งหมดที่มีอยู่ และข้อมูลสถานที่เก็บสินค้า
    • สำเนาใบสั่งซื้อสินค้าที่นำมาขายบนหน้าร้านค้าออนไลน์

นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าออนไลน์ ด้วยการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารสามารถพิจารณาการปล่อยสินเชื่อซื้อบ้านได้ง่ายยิ่งขึ้น

3. ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) เป็นใบเสร็จที่ออกให้กับลูกค้าเพื่อแสดงว่าได้รับการชำระเงินจากลูกค้าเรียบร้อยแล้ว โดยจะต้องมีข้อมูลเป็น ชื่อ-สกุล ที่อยู่อาศัย เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่ทำรายการซื้อขาย เลขที่ใบเสร็จรับเงิน รายการสินค้า ยอดเงินที่ชำระ เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันถึงที่มาของรายได้ ว่ามาจากการขายสินค้าบนช่องทางออนไลน์แบบถูกต้อง รวมไปถึงการเซฟสลิปโอนเงินที่ลูกค้าส่งให้รวบรวมเอาไว้ สำหรับใช้เป็นหลักฐานการรับเงินเพิ่มเติม

4. หลักฐานการยื่นภาษี โดยทำการยื่นภาษีทุกปี และเก็บหลักฐานจากการยื่นภาษีเอาไว้ ซึ่งทางธนาคารจะมีการเรียกขอจากผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงรายได้ขั้นต่ำในการขอสินเชื่อซื้อบ้าน

5. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเป็นอีกหนึ่งเอกสารที่จะช่วยให้ธนาคารได้เห็นภาพรวมด้านการเงินของร้านค้าออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น โดยให้จัดทำเป็นเอกสารรายรับ-รายจ่าย ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในร้านค้าออนไลน์เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่วันเริ่มต้นขายมาจนถึงช่วงเวลาปัจจุบัน

4 เทคนิคช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์กู้ผ่านง่าย

นอกเหนือจากเอกสารและหลักฐานที่ต้องใช้ยื่นขอสินเชื่อแล้ว ยังมีวิธีการเพิ่มความเชื่อมั่นให้ธนาคารเห็นถึงความพร้อมในด้านการเงิน

1.ออมเงินในบัญชีอย่างสม่ำเสมอ สำหรับรายรับที่เข้ามาจากการการขายของออนไลน์ หากมีการเปิดบัญชีออมทรัพย์ในรูปแบบของการฝากประจำ และแยกรายได้บางส่วนมาเก็บออมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ธนาคารเห็นว่ามีวินัยทางการเงินที่ดี และเห็นถึงความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อในแต่ละเดือนได้

2.หากมีบัตรเครดิต และมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและชำระคืนได้ตรงเวลาจะทำให้ธนาคารเห็นภาพรวมของพฤติกรรมในการใช้จ่าย รวมถึงสามารถดูวินัยในการชำระคืนบัตรเครดิตด้วย ว่าสามารถชำระได้ตามยอดที่ธนาคารกำหนดเอาไว้ในแต่ละเดือนหรือไม่

3.จัดการหนี้สินเก่าให้เรียบร้อย ในการขอสินเชื่อกับธนาคาร จะมีการพิจารณาไปถึงหนี้สินที่ยังคงค้างชำระอยู่ หากยอดเงินเหล่านั้นยังไม่ถูกจัดการให้เรียบร้อย โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อก็มีน้อยลง หรืออาจะได้รับการอนุมัติสินเชื่อ แต่วงเงินที่ได้รับก็จะลดลงไป อาจทำให้ไม่ครอบคลุมราคาบ้านที่ต้องการซื้อ

4.ใช้วิธีการกู้ร่วม หากเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ แต่ต้องการกู้บ้านให้มีโอกาสผ่านมากขึ้น สามารถทำการขอกู้ร่วมกับคนที่ทำงานประจำได้ โดยอาจเป็นคู่สมรส ญาติพี่น้อง จะช่วยให้ได้รับการอนุมัติที่ง่ายขึ้น และวงเงินสินเชื่อที่ได้รับก็อาจสูงขึ้นด้วย ขึ้นอยู่กับการพิจาณาของธนาคาร

ที่มา: ธนาคารอาคารสงเคราะห์

อ่านข่าวอื่น ๆ