“งานแฟร์อัญมณี” กลยุทธ์หนีตาย N.R.Jewelry กวาดออร์เดอร์ทั่วโลก

351

ผลพวงโควิดฉุดวงการจิวเวลรี่ซึมยาว N.R.Jewelry ปรับกลยุทธ์ ลุยงานแฟร์อัญมณีและเครื่องประดับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปรับไซต์ซิ่ง โปรดักส์ ชูทอง 9K เจาะตลาดอเมริกามาแรง พร้อมปิดดีลลูกค้าทั่วโลก

นางสาวริญญารัตน์ วิลัยรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็น.อาร์.จิวเวลรี่ แฟคตอรี่ จำกัด เปิดเผยว่าตั้งแต่มีการระบาด ของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมวงการเครื่องประดับและจิวเวลรี่เป็นอย่างมาก

รวมทั้ง N.R.Jewelryด้วยเนื่องจากเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องประดับเพชร ทองและเงินที่ส่งขายตามร้านจิวเวลรี่ขนาดใหญ่ในเมืองไทย เมื่อโควิดระบาดทำให้บริษัทจิวเวลรี่หลายๆร้านที่เคยสั่งสินค้าหยุดกิจการไป

ส่งผลให้ N.R.Jewelry ต้องรีไซน์ขนาดบริษัทลงจากเดิมที่มีช่างฝีมือที่ทำงานกว่า 100 คน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 50 คน พร้อมกับปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการพร้อมกับหาตลาดใหม่ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

N.R.Jewelry

ปัจจุบันบริษัทเน้นเรื่องการส่งออกเป็นหลักจากเดิมที่ขายในประเทศ 80% ส่งออก 20% หลังโควิดระบาดเราได้มีการปรับเป็นเน้นการส่งออกให้มากขึ้นเทียบแล้วก็กว่า 80% เลยทีเดียว สำหรับสินค้าที่เราขายอยู่ปัจจุบันได้แก่ เครื่องประดับทอง 18K 14K และ 9K เครื่องประดับเงิน รวมไปถึงเครื่องประดับเพชร พลอย ทับทิม ไพลิน มรกต พลอยสี บลูโทพาส และอเมทิสต์ เป็นต้น

“การไปออกงานแฟร์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศรวมถึง Jewellery & Gem ASEAN Bangkok หรือ JGAB 2024 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1-4 พ.ค. 2567 เป็นการเพิ่มโอกาสให้เราได้เจอลูกค้าต่างชาติ เจอคู่แข่ง และพันธมิตรมากมาย ที่สำคัญทำให้เรารู้ว่าต้องปรับปรุงสินค้าตัวไหนให้ตอบโจทย์ตลาดใน”

“ปัจจุบัน เช่น แหวนประดับเพชรแต่เดิมเราเน้นตัวทองให้หนา ทำให้ราคาสูงเกินไป แต่พอไปออกงานแฟร์พบปะพูดคุยกับลูกค้า ทำให้เรารู้ว่าจะแข่งกับตลาดลำบากเราจึงปรับตัวทองให้บางลง ราคาไม่สูง เรียกได้ว่าใช้ของคุณภาพดีแต่ราคาไม่แพงเกินไป นอกจากนี้หลังจบงานแฟร์ก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ออเดอร์จากลูกค้าทั่วโลกอีกด้วย”

ทั้งนี้ ปัจจุบันฐานลูกค้าของ N.R.Jewelry ส่วนใหญ่จะเป็นยุโรป ตะวันออกกลาง อินเดีย ศรีลังกา และญี่ปุ่น โดยเฉพาะการเพิ่มฐานที่ญี่ปุ่นให้มากขึ้นเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็น Brand Loyalty หากสามารถทำแบรนด์ให้ติดตลาดแล้วจะอยู่ได้นาน

นอกจากการปรับกลยุทธ์การขายที่เน้นส่งออกเป็นหลักแล้วN.R.Jewelry ยังลงทุนทำหน้าร้าน หรือโชว์รูมเพื่อให้ลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาเลือกสินค้าได้โดยตรง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มองหาเครื่องประดับเงิน ทอง หรือเพชร เป็นต้น

“แต่เดิมธุรกิจของเราเป็นธุรกิจครอบครัว เริ่มจากคุณพ่อเป็นช่างทองที่ออกมาทำโรงงานของตัวเอง โดยมีคุณแม่เป็นเซลล์ นำสินค้าไปเสนอขายตามร้านจิวเวลรี่ แต่ยังไม่เคยมีหน้าร้านของตัวเอง พัฒนาเรื่อยมาจนเป็นโรงงานที่มีพนักงานช่างฝีมือนับร้อยคน แต่หลังจากเราเข้ามาร่วมบริหารจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการส่งออกไปต่างประเทศ และการมีหน้าร้านเพื่อให้ลูกค้าได้รู้จัก N.R. Jewelry Factory มากขึ้น”

“เราเชื่อมั่นว่าหากสถานการณ์โลกไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปหรือเลวร้ายไปมากที่เป็นอยู่ เศรษฐกิจโลกน่าจะเริ่มทยอยฟื้นตัว แน่นอนว่าจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับซึ่งจัดเป็น Luxury goods หรือสินค้าฟุ่มเฟือยด้วย”

อ่านข่าวอื่น ๆ