SAT คาดรายได้ปี 67 โตสูงกว่าตลาดไม่ต่ำกว่า 2% รับโดนผลกระทบจากรถยนต์ EV จีน

350
SAT

SAT คาดรายได้ในปี 67 โตไม่ต่ำกว่า 2% รับยอดผลิตรถยนต์ 1.9 ล้านคัน คาดปีนี้มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าจีนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้มองเศรษฐกิจชะลอตัวกระทบยอดผลิตในประเทศ และรับผลกระทบจากค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีน

นางสาวนภัสร กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.สมบูรณ์แอ๊ดวานซ์เทคโนโลยี (SAT) เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตมากกว่าอุตสาหกรรม ที่คาดจะมียอดผลิตรถยนต์อยู่ที่ 1.9 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน จากการรับรู้รายได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ผลิตได้ 1.83 ล้านคัน เพิ่มขึ้นประมาณ 3.17% ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรม

อีกทั้งบริษัทมีแผนจะขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่ยานยนต์แห่งอนาคต อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งอยู่ระหว่างการศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในกลุ่มเครื่องจักรกลทางการเกษตร

ทั้งนี้บริษัทคาดหวังว่าปีนี้จะมีคำสั่งซื้อ จากลูกค้าค่ายรถยนต์จีนที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ในปัจจุบันเศรษฐกิจในต่างประเทศและในประเทศยังมีการเติบโตที่ชะลอตัวหรือค่อนข้างต่ำ ประกอบกับอุตสาหกรรมยานยนต์ก็ยังได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงมากกว่า 90% ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อรถยนต์ยังค่อนข้างจำกัด ปัจจัยนี้อาจผลกระทบต่อการขยายตัวของยอดผลิตรถยนต์ภายในประเทศ

อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนการดำเนินงานต่าง ๆ ในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและสร้างผลกำไรให้ปรับตัวดีขึ้นจากการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

นางสาวนภัสร กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2567 กำลังเข้าสู่ช่วงของการใกล้ปิดงบ แต่โดยรวมเชื่อว่าตัวเลขจะยังเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งต้องรอติดตามว่างบในช่วงไตรมาสแรกจะออกมาเป็นอย่างไร

ส่วนของอุตสาหกรรมมองว่ายังคงปรับตัวผันผวน ซึ่งอาจต้องรอผ่านงวดไตรมาสแรกของปีนี้ไปก่อนถึงจะเห็นความชัดเจนเป้าหมายของบริษัทปีนี้ว่าจะเติบโตอย่างไร

ทั้งนี้ ยอมรับว่าการเข้ามาทำตลาดในไทยของค่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีนนั้นส่งผลกระทบต่อบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากชิ้นส่วนรถยนต์ประมาณ 10% ซึ่งถือว่าน้อยมากและผลิตภัณฑ์ที่เป็นชิ้นส่วนงานหล่อรถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายรถยนต์จีนยังไม่มีออร์เดอร์เข้ามา

รวมถึงผลกระทบทางอ้อมจากลูกค้าเดิมของบริษัทที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ลดลง รวมทั้งอาจะมีแรงกดดันด้านการแข่งขันทางราคามากขึ้น