สภาฯ เริ่มถก งบประมาณฯ ปี 2567 วาระ 2-3 ปรับลด 9.2 พันลบ.

303
ข่าว งบประมาณฯ ปี 2567

สภาฯ เริ่มถก งบประมาณฯ ปี 2567 วาระ 2-3 ปรับลด 9.2 พันล้านบาท จากวงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 3.48 ล้านล้านบาท

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการงบประมาณฯ ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วาระ 2-3 ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

พร้อมระบุว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้พิจารณาร่างประมาณรายจ่าย ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.-13 มี.ค. 67 ซึ่งพิจารณาได้แล้วเสร็จเร็วกว่าที่กำหนดไว้ 2 สัปดาห์ โดยมีการปรับลดงบประมาณลง 9,200 กว่าล้านบาท จากวงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 3.48 ล้านล้านบาท

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ในที่ประชุมพิจารณางบประมาณ ยึดหลักองค์คณะเป็นทีมเดียวกัน ไม่แบ่งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อจัดทำงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รอบคอบ โดยมีเป้าหมายให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ให้ความสำคัญกับผลสัมฤทธิ์ที่ประชาชนจะได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณ ที่มีความสอดคล้อง กับนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 โดยคำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการในพื้นที่ ตามความต้องการของประชาชนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ และให้เกิดความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม

นายภูมิธรรม กล่าวว่า มีข้อเสนอที่สำคัญ เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาทุจริตอย่างจริงจัง และการตั้งงบประมาณให้ตรงกับความเป็นจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลังในอนาคต

พร้อมทั้งพิจารณาการใช้งบประมาณที่ซ้ำซ้อนกันในหลายหน่วยงาน และหาแนวทางในการจัดการปัญหาภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในเรื่องของการจัดการหนี้สาธารณะ และการจัดเก็บรายได้เพิ่มเติม เพื่อไม่ให้มีหนี้สาธารณะในสัดส่วนที่สูง จนกระทบกับงบประมาณที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ

ทั้งนี้ได้มีการตั้งอนุกรรมการฯ พิจารณารายละเอียดร่างงบประมาณจำนวน 9 คณะ เพื่อพิจารณาหมวดรายจ่ายต่างๆ ให้เกิดความรอบคอบ และเกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้จ่ายงบงบประมาณ

นายภูมิธรรม ยังกล่าวด้วยว่า หากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใด มีข้อสงสัย หรือไม่เข้าใจในงบประมาณ ก็สามารถสอบถามได้ จะได้ตอบให้เข้าใจในประเด็นต่างๆ ซึ่งการประชุมงบประมาณในวันนี้ เชื่อว่าหากรัฐมนตรีคนใดที่ไม่ติดภารกิจ ก็จะเข้ามาร่วมฟังการประชุมร่างงบประมาณของแต่ละกระทรวงด้วย

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม :