เครื่องสำอางเกาหลียังติดลมบน “มัลตี้” จ่อขยายเพิ่ม 3 สาขา

785
มัลตี้

กระแสไอดอลเกาหลีดัน K-beauty ติดลมบน ดีมานด์เครื่องสำอางเกาหลีขยายตัวต่อเนื่อง มัลตี้ บิวตี้ ปูพรมขยายสาขาครบ 10 สาขาในสิ้นปี 2567 รองรับกำลังซื้อวัยรุ่น- เฟิร์สช็อปเปอร์

นางสาวไพลิน อึ๊งพลาชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท มัลตี้ บิวตี้ จำกัด เปิดเผยว่า มัลตี้ บิวตี้ เป็น ร้านมัลติแบรนด์ที่ตอบโจทย์ทุกความงาม ทั้งเครื่องสำอาง สกินแคร์ และน้ำหอมแบรนด์ดัง ศูนย์รวมแรร์ไอเท็มที่ว่าหายากของแบรนด์เกาหลีที่เป็นกระแส

มัลตี้

นางสาวไพลิน อึ๊งพลาชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท มัลตี้ บิวตี้ จำกัด

“เราเริ่มต้นธุรกิจจากร้านเล็กๆ ใจกลางสยามสแควร์ พื้นที่เพียง 12 ตารางเมตรเมื่อ 7 ปีที่แล้ว หรือที่เรียกว่าร้านตู้ปลามีเครื่องสำอางแค่ 10-20 แบรนด์ ราคาตั้งแต่ 100- 400กว่าบาท ซึ่งในยุคนั้นการหาซื้อเครื่องสำอางเกาหลีหาไม่ง่าย ส่วนใหญ่เป็นการพรีออเดอร์ กลุ่มลูกค้าหลักเราเป็นกลุ่มเด็กที่ดูซีรีย์เกาหลี

จนในปัจจุบันเราสามารถขยายถึง 7 สาขา ได้แก่ สยามสแควร์ ซอย 5, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, เมกาบางนา, แฟชั่นไอส์แลนด์, ยูเนี่ยนมอลล์, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และเดอะมอลล์ บางแค และมีสินค้าในมากกว่า 400 แบรนด์ราคาตั้งแต่ 200 บาทเป็นต้นไป มีแบรนด์เอกคลูซีฟประมาณ 7% เราเซ็ทราคาใกล้เคียงกับเกาหลีหีือแพงกว่าไม่เกิน5% ลูกค้าหลักยังคงเป็นกลุ่มเดิมและขยายไปจนถึงกลุ่มเฟิร์สจ็อบเปอร์ด้วย ”

ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องสำอางสามารถฟื้นตัวกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอางเพิ่มความสดใส (Color Make Up) หรือเทรนด์แต่งหน้าในยุค 90’s ที่กลับมาเป็นที่นิยม และมีส่วนแบ่งยอดจำหน่ายเป็นอับดับ 1 หลังจากผ่านพ้นช่วงสถานการณ์โควิด-19

ส่วนสกินแคร์อื่น ๆ ที่มาแรง เป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นงานผิวธรรมชาติ รวมถึงศาสตร์แห่งสี (Personal Color) เลือกสีลิปสติกตามสีเลือด เป็นเทรนด์ที่นิยมมากในปัจจุบัน อีกทั้ง แบรนด์คอสเมติกส์ต่าง ๆ มีการเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ลูกค้าก็มีความต้องการและกำลังซื้อมากขึ้น

“ตอนนี้สินค้ากลุ่ม COLOR Makeup กลับมาเป็นสัดส่วนยอดขายอันดับหนึ่งเหมือนเดิม เราพยายามหาผลิตภัณฑ์ใหม่มาลูกค้าเปลี่ยนใหม่ลองได้เรื่อยๆ โดยเน้นให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย หลักๆจะมีMakeup 50% รองลงมาเป็น Skincare, personal care, perfume และbeauty accessories”

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าในปี 2566 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำรายได้กว่า 300 บาทเติบโต 2 เท่าทุกปี สาขาที่ขายดีที่สุดคือสยาม รอลงมาคือ ฟิวเจอร์พาร์ค ในปี 2567 นี้บริษัทจะเน้นขยายสาขาให้ได้มากที่สุด เบื้องต้นมองว่าภายในสิ้นปีจะปิดจบที่จำนวนสาขา 10 สาขา โดยจะเน้นการขยายสาขาใหม่ในห้างสรรพสินค้าในเขตกรุงเทพและปริมนฑลเป็นหลัก

และในอนาคตจะมีการขยายในรูปแบบสแตนอโลนเพิ่มเติม รวมทั้งขยายสาขาในต่างจังหวัดภายใน 2 ปี หลังจากระบบการบริหารจัดการหลังบ้านและโลจิสติกส์มีความพร้อม เบื้องต้นคาดว่าอาจเริ่มจากพัทยาและหัวเมืองใกล้ๆกรุงเทพเป็นอันดับแรก

“เรามองว่าขนาดของร้าน 100-300 ตรม. เป็นไซส์ที่กำลังพอดี สามารถจัดCategory สินค้าได้ง่าย ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่าย ถ้าร้านใหญ่เกินไปลูกค้าหาของไม่เจอก็ไม่ตอบโจทย์”

มัลตี้

นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซ (Electronic Commerce) หรือ การซื้อขายสินค้าบนออนไลน์ โดยเฉพาะ แอปพลิเคชันของร้านมัลตี้ บิวตี้ (Multy Beauty) ช่วยเพิ่มความสะดวก และสร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ให้มีความสามารถแข่งขันกับร้านค้าปลีกอื่น ๆ

ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมีมาสัดส่วนสูงถึง 15% ของตัวเลขยอดจำหน่ายสินค้า ทำให้ตัวเลขยอดจำหน่ายของร้านมัลตี้ บิวตี้ ในปี 2023 เติบโตพุ่งขึ้นเป็น 2 เท่า และคาดว่าในปี 2024 ร้านมัลตี้ บิวตี้ จะมียอดจำหน่ายเติบโตขึ้นมากกว่า 2 เท่า

“ตลาดบิวตี้แข่งขันกันดุมาก แต่ร้านของเราค่อนข้างแตกต่างเพราะโฟกัสเฉพาะ “K-beauty” ซึ่งในตลาดยังไม่มีใครทำเป็น “speciality store”แบบเรา และแม้ว่าลูกค้าของเราจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น เฟิร์สช็อปเปอร์ แต่กำลังซื้อก็ไม่ตกเพราะเด็กรุ่นใหม่มีกำลังซื้อ สินค้าราคา 890- 990 ลูกค้าก็ยังซื้อได้ ตอนนี้สเปนดิ้งต่อบิลอยู่ประมาณ 600-800 บาท

นอกจาก Makeup Color เทรนด์ที่กำลังมาคือPersonal Color เด็กวัยรุ่นจะมาที่ร้านเราทุกสัปดาห์เพื่ออัพเดทเทรนด์ ดังนั้นเรามองว่ามาร์เก็ตไซส์ยังเติบโตต่อเนื่องเพราะความงามยังมีความเกี่ยวเนื่องกับเทรนด์ไอดอล ศิลปินที่มาเปิดคอนเสิร์ต มาแฟนมีต ก็ยังช่วยสนับสนุนให้K-beautyเติบโต”