INTERVIEW • YOUNG MILLIONAIRES

ชิตพล มั่งพร้อม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท อินเตอร์เน็ต เบส บิซิเนส กรุ๊ป จำกัด “Zanroo”s

ชิตพล มั่งพร้อม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท อินเตอร์เน็ต เบส บิซิเนส กรุ๊ป จำกัด “Zanroo”

ปั้น “แสนรู้” บุกตลาดโลก เปิดตัว “อรุณ” แพลตฟอร์มการตลาดอัจฉริยะ

ปัจจุบัน Social Media มีบทบาทในชีวิตประจำวันผู้คนอย่างข้างมาก กลยุทธ์ทางการตลาดของแบรนด์สินค้าต่างๆ จึงมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิม อีกทั้งเครื่องมือทางการตลาดรูปแบบใหม่ยังอาศัยเทคโนโลยีในการพัฒนาจึงทำให้การทำการตลาดมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

Zanroo (แสนรู้) เป็นบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นเครื่องมือทางการตลาดซึ่งผสานโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน โดยปัจจุบันให้บริการลูกค้าใน 15 ประเทศ มีสำนักงานในต่างประเทศ 5 แห่ง และกำลังเตรียมนำแพลตฟอร์มตัวใหม่ที่ชื่อว่า “อรุณ” ออกไปบุกตลาดโลกในเร็วๆ นี้ 

ตกผลึกความคิดกว่าจะมาเป็น “แสนรู้”

ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ที่ 400-600 ล้านบาท

ชิตพล มั่งพร้อม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง Zanroo เล่าย้อนให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นและเส้นทางก่อนจะมาเป็นแสนรู้ในทุกวันนี้ว่า หลังจากเรียนจบได้เริ่มต้นการทำงานด้วยชีวิตการเป็นพ่อค้า ทำธุรกิจมาหลากหลาย ทั้งรับจัดเลี้ยง ขายแซนด์วิช ขายกระเป๋า รวมถึงเล่นดนตรีกลางคืน จนวันหนึ่งคิดว่าอยากจะทำธุรกิจที่ทำให้สามารถมีเงิน 100 ล้านบาท

“ตอนนั้นมองว่าธุรกิจต่อไปที่จะทำต้องตอบโจทย์ได้ 4 ข้อคือ 1.ทำธุรกิจที่ล้มแล้วไม่เจ็บ คือทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องลงทุนสูง 2.เป็นธุรกิจที่ทำแล้วสามารถขยายได้แบบ 1 ต่อ 10 หรือ 1 ต่อ 100 ไม่ใช่แค่ 1 ต่อ 1 เท่านั้น 3.ต้องเป็นธุรกิจที่ไม่พึ่งคนอื่นหายใจและต้องมีกระบวนการทำงาน และ 4.เป็นธุรกิจที่รับเงินสด แต่จ่ายเงินผ่อน ลูกค้าต้องจ่ายเงินให้ก่อน จากทั้ง 4 ข้อนี้ทำให้ได้ธุรกิจเยอะมากจนสุดท้ายมองว่าควรเป็นธุรกิจซอฟต์แวร์หรือไอทีและอินเทอร์เน็ต เพราะซอฟต์แวร์เป็นทรัพย์สินของบริษัท หากขายได้ลูกค้าก็จ่ายเงินทันที ตอนนั้นจึงเริ่มโทรหาเพื่อนทุกคนที่ทำด้านซอฟต์แวร์แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจทำด้วย จนกระทั่งได้คุยกับ คุณอุดมศักดิ์ ดอนขำไพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีและผู้ร่วมก่อตั้ง ที่สนใจทำร่วมกัน”

โดยเริ่มต้นจากการมีเว็บไซต์ zanroo.com และอีก 3 เว็บไซต์ที่เป็น e-Commerce ซึ่งแสนรู้เป็นเว็บไซต์คล้ายๆ กับ sanook.com และ kapok.com แต่เก็บข้อมูลโดยใช้โรบอตดึงจาก twitter แล้วนำมาจัดอันดับ Top 10 ของเรื่องที่คนสนใจในขณะนั้น ส่วนเว็บ e-Commerce ทำช่องทางการขายให้กับห้างค้าปลีก ต่อมาจึงเล็งเห็นว่า ข้อมูลในจากทวิตเตอร์ที่ zanroo.com จัดอันดับ หากแบรนด์สินค้าต่างๆ ทราบข้อมูลแบบเรียลไทม์ก็น่าจะอยากซื้อไปใช้

“เราเริ่มจากการออกไปขายไอเดียก่อน เพราะตอนนั้นยังไม่รู้จักการเป็นสตาร์ตอัพ หรือการระดมทุน ดังนั้น การหาเงินจึงมี 2 ทางเลือกคือ กู้ยืมจากแบงก์กับไปขายของให้ลูกค้า แต่การกู้เงินตอนนั้นก็ยังทำไม่ได้ จึงต้องเริ่มจากการออกไปหาลูกค้า แล้วก็ได้ลูกค้ารายแรกคือ คุณโจ แม่สาย เจ้าของธุรกิจติดตั้งถังแก๊สรถยนต์ หลังจากนั้นก็เริ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมา”

แสนรู้มีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่จดทะเบียนบริษัทในช่วงปลายปี 2556 ล่าสุดในปี 2560 มีรายได้ประมาณเกือบ 300 ล้านบาท และในปี 2561 ตั้งเป้าหมายรายได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 400-600 ล้านบาท ซึ่งจะมีการสรุปประมาณการรายได้ที่ชัดเจนหลังจบไตรมาสแรกของปีนี้ 

3 ซอฟต์แวร์การตลาดยุค Social Media

ตอบโจทย์ตรงเป้าเพื่อแบรนด์สินค้า

สำหรับซอฟต์แวร์ด้านการตลาดของแสนรู้ที่มีในปัจจุบัน ชิตพลกล่าวว่า เครื่องมือแรกคือ Social Listening ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้แสนรู้มีทุกวันนี้ได้ เป็นซอฟต์แวร์เก็บข้อมูลบนโลกออนไลน์จากการมีคนพูดถึงแบรนด์สินค้า เช่น ในพันทิป และ Facebook เป็นต้น ถ้าความเห็นเหล่านั้นตรงกับ Keyword ก็จะดึงมาเก็บไว้ในฐานข้อมูล

“ข้อดีของ Social Listening คือ เจ้าของแบรนด์จะทราบว่าลูกค้าพูดถึงแบรนด์อย่างไร เชิงบวกหรือเชิงลบ รวมถึงกำลังต้องการสินค้าแบบไหน ทำให้สามารถนำไปทำวิจัยทางการตลาดต่อได้ อีกทั้งยังสามารถวัดผลสุขภาพแบรนด์หรือวัดผลเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน เครื่องมือนี้จึงอาศัยการวิเคราะห์ Big Data แบบ Real Time ที่เป็นข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริโภค ทำให้เจ้าของแบรนด์นำมาต่อยอดพัฒนากลยุทธ์การตลาดได้อีกด้วย”

นอกจากนี้ การพัฒนาเครื่องมือ Social Listening ยังสามารถต่อยอดได้ในหลายแง่มุม เช่น Influencer คนที่ถูกกล่าวถึงหรือมีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ Keyword ที่มีคนพูดถึงมากเป็นพิเศษสำหรับแบรนด์สินค้านั้น เป็นต้น ดังนั้น ลูกค้าที่เลือกใช้ Social Listening ของแสนรู้จึงมีทั้งแบรนด์ระดับโลกที่ทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียและแบรนด์ในเอเชียเอง ซึ่งในอนาคตตั้งเป้าเจาะแบรนด์ระดับโลกมากขึ้น เพราะถ้าสำนักงานใหญ่เป็นลูกค้าแล้วนำซอฟต์แวร์ไปใช้งานใน 150 ประเทศ จะสามารถวัดผลโดยใช้เครื่องมือเดียวกัน แสนรู้จึงมีแผนที่จะบุกตลาดสหรัฐอเมริกาในปีนี้

เครื่องมือตัวที่สองคือ CRM ซึ่งต่อยอดมาจาก Social Listening โดยทำหน้าที่เป็นเหมือน Online Call Center เพื่อช่วยให้แบรนด์ตอบสนองต่อลูกค้าได้เร็วขึ้น และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์

“เมื่อรู้ Real Time Database แบรนด์ก็มักจะต้องการตอบสนองความเห็นต่างๆ ของลูกค้าเร็วขึ้นเพื่อสื่อสารข้อเท็จจริง ซึ่งแสนรู้มีเครื่องมือที่เรียกว่า Desk เป็นเหมือน Online Call Center ในการแยกข้อมูลที่เกิดขึ้นว่าแต่ละเรื่องควรจะแยกไปตามหน่วยงาน หรือ Agent คนใด เพื่อตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน บางแบรนด์จึงนำระบบ CRM ไปพัฒนาร่วมกับ Chatbot ที่ตอบคำถามลูกค้าได้ทันที”

และเครื่องมือตัวที่สาม เปรียบเสมือน Product Hero ของแสนรู้ คือ Campaign (แคมเปญ) เป็น ซอฟต์แวร์ที่มีเพียง 2 บริษัทในโลกเท่านั้นที่ทำได้ โดยบริษัทแรกเป็นอันดับ 1 ในอเมริกาและอีกหนึ่งบริษัทคือ แสนรู้ ซึ่งมีพื้นฐานจาก การทำการตลาดออนไลน์ใน Social Media ที่มีสื่อ 3 แบบ คือ 1.Paid Media สื่อที่ต้องจ่ายเงินเพื่อโฆษณา เช่น Facebook Google Instagram เป็นต้น 2.Owned Media ช่องทางของเจ้าของแบรนด์ เช่น เว็บไซต์ Fanpage ของแบรนด์ ที่ส่วนใหญ่จะต้องจ่ายเงินเพื่อดึงให้คนเข้ามาใน Owned Media และ 3.Earned Media สื่อที่สำคัญของยุคนี้และยังได้มาฟรี เช่น การมีคนพูดถึงแบรนด์ ซึ่งยุคนี้ผู้บริโภคสร้าง Content ขึ้นมาเอง

“ใน Social Media กลุ่ม Earned Media มีสัดส่วนใหญ่ที่สุด และสามารถเก็บเป็น Social Listening จากการที่ผู้บริโภคโพสต์โดยไม่ได้มีการจ้างหรือแบรนด์ไม่ได้สร้างเนื้อหาขึ้นมาเอง แคมเปญจึงเกิดจากการรวบรวมข้อมูล Earned Media แล้วนำมาวิเคราะห์”

ชิตพลกล่าวว่า แคมเปญเป็นการวิเคราะห์หาความเชื่อมโยงของทั้ง 3 สื่อบนโลกออนไลน์ เพื่อหาผลลัพธ์ที่เรียกว่า ROI หรือ Return of Investment คือ รู้ว่าจ่ายเงินตรงไหนจะเพิ่ม Earned Media แล้วสะท้อนกลับมาที่ Owned Media หรือวิเคราะห์ได้ว่า การใช้ Paid Media อย่างไรจะให้กระแสตอบรับดีที่สุด เราจึงพัฒนาแคมเปญให้สามารถเชื่อมต่อกับ Social Media และสื่ออื่นๆ โดยลูกค้าเพียงแค่มาใส่งบประมาณว่าอยู่ที่เท่าไร และยังสามารถวัดผลของแคมเปญได้อีกด้วย

ติดตามคอลัมน์ Young Millionaire ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนเมษายน 2561 ฉบับที่ 432 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi