INTERVIEW • FAMILY BUSINESS

ชวาล โสภณพนิช ผู้อำนวยการธุรกิจลูกค้ารายย่อย ลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการธุรกิจนายหน้า บมจ.กรุงเทพประกันภัย

ชวาล โสภณพนิช ผู้อำนวยการธุรกิจลูกค้ารายย่อย

ลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการธุรกิจนายหน้า

บมจ.กรุงเทพประกันภัย

บ่มเพาะประสบการณ์ สานต่อธุรกิจให้เป็นหนึ่งในใจลูกค้า


“วัฒนธรรมองค์กรของเราคือการมองพนักงานทุกคนว่าคือพี่น้อง เราจะไม่ใช้คำนำหน้าเรียกกันว่า“คุณ”แต่จะเรียกว่า“พี่”เพื่อสร้างความสนิทสนม ไม่มีการแบ่งแยกกันคุณพ่อจะพูดเสมอว่าในการทำงานต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา”

ท่ามกลางสงครามราคาของธุรกิจประกันภัยที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด การให้บริการที่ต้องสะดวก รวดเร็วเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลเป็นโจทก์สำคัญสำหรับสองมือใหม่ของแวดวงประกันภัยต้นกล้าเล็กๆ ที่รอวันบ่มเพาะเพื่อรอวันเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่พร้อมจะยืนหยัดต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจประกันภัยอย่าง ชวาล โสภณพนิช ผู้อำนวยการธุรกิจลูกค้ารายย่อย และลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการธุรกิจนายหน้าบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)สองพี่น้องทายาทของชัยโสภณพนิชผู้คร่ำหวอดในแวดวงประกันมาอย่างยาวนาน กับอีกหนึ่งบทพิสูจน์ฝีมือสู่เป้าหมายของการเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า

สานต่ออุดมการณ์

มั่นคง&มีคุณธรรม

ชวาลและลสา บอกตรงกันว่า ช่วงแรกๆ ของการเข้ามาทำงานที่กรุงเทพประกันภัย รู้สึกกดดันอย่างมาก เพราะต้องแบกความคาดหวังของคนรอบข้างไว้อย่างเต็มเปี่ยม เนื่องจากชื่อเสียงและความสำเร็จของคุณพ่อที่ได้รับการยอมรับจากทุกวงการธุรกิจ ทำให้หลายคนต่างก็คาดหวังว่าทายาทที่จะต้องเข้ามารับไม้สานต่อธุรกิจต้องเป็นคนเก่งเช่นเดียวกับคุณพ่อ

แต่ความกดดันทั้งหลายก็เริ่มลดลงและค่อยๆ หายไปจนกลายเป็นความรู้สึกที่อยากจะเรียนรู้สิ่งต่างๆเพราะทุกคนในองค์กร พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่มีให้อยู่เสมอ

“วัฒนธรรมองค์กรของเราคือการมองพนักงานทุกคนว่าคือพี่น้อง เราจะไม่ใช้คำนำหน้าเรียกกันว่าคุณแต่จะเรียกว่าพี่เพื่อสร้างความสนิทสนม ไม่มีการแบ่งแยกกันคุณพ่อจะพูดเสมอว่าในการทำงานต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา”

สิ่งที่ทั้งชวาลและลสา ตั้งเป้าหมายไว้สำหรับกรุงเทพประกันภัย คือต้องการให้กรุงเทพประกันภัยเป็นองค์กรที่มีแข็งแกร่ง มั่นคง มีคุณธรรมเพราะคุณพ่อจะบอกเสมอว่าต้องคืนกลับให้กับสังคมด้วย ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทก็มีการคืนกำไรกลับสู่สังคมมาโดยตลอด ทั้งเรื่องของการให้ทุนการศึกษา การสร้างห้องน้ำให้โรงเรียนในถิ่นธุรกันดาร การมอบเครื่องช่วยหายใจให้กับโรงพยาบาล เป็นต้นเรื่องนี้ทั้งสองคนบอกตรงกันว่าจะต้องรักษาไว้และดำเนินการต่อไปเพราะเป็นสิ่งที่ดีที่คุณพ่อและทุกคนภายในองค์กรได้วางรากฐานไว้ให้อย่างดีแล้ว

“สิ่งที่ท้าทายสำหรับลสา คือการเริ่มต้นจากศูนย์ทำให้เราต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพยายามในทุกๆ เรื่อง เพื่อสร้างการยอมรับ ขณะที่ความท้าทายของชวาล คือเรื่องของคน ที่จะทำยังไงให้ยอมรับการนำเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานโดยมีเป้าหมายหลักคือการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการกับลูกค้าให้สะดวกรวดเร็ว เพื่อการเป็นที่หนึ่งในใจของลูกค้านั่นเอง”

ติดตามคอลัมน์ Family Business ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนเมษายน 2561 ฉบับที่ 432 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi