INTERVIEW • YOUNG MILLIONAIRES

พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน)

พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน)

สร้างธุรกิจด้วย Passion สู่ผู้พัฒนาอสังหาฯ ครบวงจร

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด นับตั้งแต่ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2558 ภายใต้การบริหารของ พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เศรษฐีหุ้นไทยอันดับที่ 37 ในปี 2561 โดยปัจจุบัน ORI มีธุรกิจหลักทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และพื้นที่ค้าปลีก (Mixed-Use) รวมถึงธุรกิจการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์


จากทุนหลักสิบล้านสู่ธุรกิจหมื่นล้าน

สร้างแพลต์ฟอร์มตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เล่าให้ฟังว่า ออริจิ้นก่อตั้งมาเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยเติบโตจากทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ซึ่งโครงการแรกที่เริ่มเปิดให้บริการมีมูลค่าประมาณ 180 ล้านบาท และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าประมาณกว่า 20,000 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจคอนโดมิเนียมที่เป็นธุรกิจหลักของออริจิ้น ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ใน 3 อันดับแรกของกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม โดยอยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด ซึ่งปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ธุรกิจบ้านจัดสรร บริหารโดย บริษัท ออริจิ้น เฮ้าส์ จำกัด โดยเริ่มเปิดโครงการไปแล้วประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2562 จะเปิดโครงการเพิ่มมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท และในอีก 2 ปีข้างหน้า มีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท จึงคาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า บริษัทจะขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับ 5 ของธุรกิจบ้านจัดสรร

ด้านธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าทั้งโรงแรมและ Mixed-use อารดา จรูญเอก ภรรยาและผู้ร่วมก่อตั้ง มีประสบการณ์ในธุรกิจโรงแรมมาก่อน รวมถึงมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโรงแรมคือ กมลวรรณ วิปุลากร อดีต CEO ของ เอราวัณ กรุ๊ป เข้ามาบริหาร ทำให้การต่อยอดธุรกิจโรงแรมค่อนข้างทำได้ดี รวมถึงระบบการก่อสร้างโรงแรมมีความคล้ายคลึงกับการสร้างคอนโดฯ ทำให้ต้นทุนการก่อสร้างโดยเฉลี่ยจะถูกลงไม่ต่ำกว่า 20%


ปัจจุบัน ธุรกิจโรงแรมอยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 4 ของปี 2562 มีจำนวน 2 แห่งคือ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ และ ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ศรีราชา แหลมฉบัง โดยแต่ละที่มีจำนวนห้องประมาณ 300-400 ห้อง

นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นๆ ที่อยู่ในระหว่างก่อสร้างทั้งหมด 7 โครงการ เป็นโรงแรม และโครงการ Mixed-use ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมและอาคารสำนักงานให้เช่า โดยจะเน้นการให้เช่าพื้นที่ห้องขนาดเล็ก หรือให้เช่าโต๊ะทำงานลักษณะเป็น Co-Working Space รวมถึงการให้เช่าห้องประชุม เพื่อตอบสนองคนรุ่นใหม่ที่อยากมีสถานที่ประกอบธุรกิจเป็นของตนเอง


“ธุรกิจโรงแรมเรามีเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนจำนวนห้องพักรวมเป็นประมาณ 3,000 ห้อง ภายในปี 2563-2564 จากโครงการทั้งหมด 10 แห่ง ซึ่งอยู่ในโซนกรุงเทพฯ โซนพื้นที่ EEC ชลบุรี และระยอง โดยจะส่งผลให้ออริจิ้นเติบโตขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 5 ของธุรกิจนี้”

อีกทั้งบริษัทยังได้มีการร่วมทุนกับ บริษัท โนมูระ เรียลเอสเตส ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ในการร่วมกันพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 6 โครงการ และโรงแรมจำนวน 2 โครงการ รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 30,000 ล้านบาท

และกลุ่มธุรกิจสุดท้ายคือ ธุรกิจการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอีกธุรกิจที่เติบโตได้ดีกว่าที่คาด โดยอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ประกอบไปด้วยธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ การจัดการด้านอสังหาริมทรัพย์ เช่น การทำความสะอาดห้อง รวมถึงด้านออนไลน์ เช่น สั่งอาหาร ซักผ้า ผ่านแอปพลิเคชั่น

“ปัจจุบัน พรีโมฯ มีโครงการภายใต้การบริหารประมาณ 25 โครงการ หรือราว 10,000 ยูนิต ซึ่งปีที่ผ่านมาสร้างรายได้ไปกว่า 200 ล้านบาท โดย 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด มาจากการรับงานของบริษัทภายนอก โดยคาดว่าปี 2562 พรีโมฯ จะสร้างรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นเกือบ 100% และมีการวางแผนที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในปี 2563”

นอกจากนี้ พรีโมฯ ยังได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น Digital Butler แพลตฟอร์มด้านการจัดการชุมชน และสังคมที่รวมทุกพันธมิตรด้านงานบริการไว้ในแอปฯเดียว ทั้งแม่บ้านที่ทำความสะอาดและดูแลรักษาบ้าน บริการซักอบรีด และการเชื่อมต่อนิติบุคคลกับลูกบ้าน

สำหรับกลยุทธ์การเติบโตต่อจากนี้ไป พีระพงศ์กล่าวว่า ออริจิ้นจะให้ความสำคัญกับการรักษายอดขาย และตั้งเป้าเติบโตประมาณปีละ 5% โดยมุ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของธุรกิจและทำให้องค์ประกอบโดยรวมสมบูรณ์มากขึ้น

ติดตามคอลัมน์ YOUNG MILLIONAIRE ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมีนาคม 2562 ฉบับที่ 443 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศและในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi