INTERVIEW • EXCLUSIVE INTERVIEW

ภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

ภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

ยกระดับ สบน. ก้าวสู่ Digital PDMO

ปัจจุบัน เทคโนยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น องค์กรต่างๆ จึงต้องปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ที่ได้ประกาศนโยบายในโอกาสครบรอบปีที่ 16 และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 ด้วยการยกระดับองค์กรเข้าสู่ สบน. ดิจิทัล (Digital PDMO) ภายในปี 2564

ภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ การเงินธนาคาร ว่า การเปลี่ยนองค์กรเข้าสู่ สบน.ดิจิทัล ไม่ใช่เพียงแต่การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน เน้นการใช้ประโยชน์และเชื่อมโยงข้อมูลจาก Big Data และ พัฒนา Digital Literacy ของคนในองค์กรไปพร้อมกัน

ภาพรวมหนี้ยังไม่น่ากังวล

ไทยมีศักยภาพในการลงทุนสูง

ภูมศักดิ์กล่าวว่า หัวใจของการบริหารหนี้ของ สบน. คือ เพื่อช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และควบคุมความเสี่ยงที่จะมากระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ โดยในภาวะที่การค้าระหว่างประเทศมีความรุนแรงมากขึ้น สิ่งที่ต้องดูแลและให้ความระมัดระวังมากขึ้นคือหนี้ต่างประเทศ ซึ่ง สบน. สามารถดูแลหนี้ต่างประเทศได้ค่อนข้างดี โดยปัจจุบันมีหนี้ต่างประเทศมีประมาณ 3-4% ของหนี้ทั้งหมดของประเทศ

นอกจากนี้ อัตราหนี้ต่อ GDP ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 40% และแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่โครงสร้างหนี้ของไทยเป็นหนี้ระยะยาวถึง 80-90% และหนี้ระยะสั้นประมาณ 10% ดังนั้น เรื่องอัตราดอกเบี้ยจึงยังอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้

“แม้การค้าระหว่างประเทศมีความรุนแรงมากขึ้น แต่หนี้ต่างประเทศของไทยยังไม่น่าเป็นห่วง นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนยังอยู่ในภาวะที่สามารถควบคุมได้”

ด้านนักลงทุนต่างประเทศยังคงมองว่าไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการลงทุนสูง โดยเฉพาะในโครงการ EEC เนื่องจากฐานะทางการเงิน ค่าเงิน และศักยภาพของไทยมีความแข็งแกร่ง รวมถึงในระยะสั้นผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าจะส่งผลบวกกับประเทศไทย

“สบน.เป็นเหมือน CFO ของประเทศ ซึ่งมีหัวใจหลักในการบริหารหนี้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและควบคุมความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ”

4 ยุทธศาสตร์สำคัญ

มุ่งสู่ Digital PDMO

ภูมิศักดิ์กล่าวต่อว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สบน.มีภารกิจที่ท้าทายมากยิ่งขึ้นทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในองค์กร โดยปัจจัยภายในเกิดจากทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดของบุคคลกรในองค์กร และปัจจัยภายนอกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น การประกาศใช้ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 และการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารหนี้สาธารณะที่เพิ่มบทบาทให้ สบน. ต้องดูแลมากกว่าหนี้สาธารณะ เช่น การทำหน้าที่ในการติดตาม ดูแลหนี้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศประมาณ 2,500 แห่ง และความเสี่ยงทางการคลังอื่นๆ ที่ไม่ใช่หนี้สาธารณะ

ดังนั้น จากปัจจัยทั้งสองด้าน ทำให้ สบน.เห็นความสำคัญของการนำเทคโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินภารกิจ จึงได้ได้จัดทำแผนปฏิบัติการดิจิทัลของ สบน. ระยะ 5 ปี (ปีงบประมาณ 2560 -2564) หรือ แผน Digital PDMO ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาตร์ชาติระยะ 20 ปี ที่จัดทำแผนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและมีการทบทวนเป็นประจำทุกปี โดยได้กำหนดเป็น 4 ยุทธศาสตร์ในแผน Digital PDMO ได้แก่

1. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT (IT infrastructure) โดยพัฒนาระบบงานที่สอดคล้องกับการพัฒนาระบบบริหารการเงินการคลังของประเทศ เพื่อให้ระบบงานที่ สบน. ได้พัฒนาสามารถนำไปใช้ได้อย่างคุ้มค่า โดยในปี 2562 สบน. มีแผนการพัฒนาระบบรองรับการจัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งจะทำให้มีการรวบรวมข้อมูลความต้องการระดมทุนของรัฐบาลและรัฐสาหกิจ มีการรวบรวมในรูปแบบดิจิทัล สามารถนำไปใช้วิเคราะห์ ติดตาม ได้ ในหลากหลายมิติมากขึ้น

2. ปรับเปลี่ยนกระบวนงานให้เป็นดิจิทัล (Digitization) ซึ่ง สบน.มีคณะกรรมการที่ทำงานในเชิงรุกเพื่อจะพิจารณาการปรับปรุงทุกกระบวนงาน เพื่อลดความซ้ำซ้อนการทำงาน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ทั้งกระบวนการที่เป็นการให้บริการภายนอก เช่น การพัฒนาการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ และ การบริการข้อมูล

โดย สบน.ได้พัฒนาช่องทางดิจิทัลมาให้บริการในหลายช่องทาง และการพัฒนากระบวนการทำงานภายใน ที่มุ่งเน้นการเป็นองค์กรที่ Data Driven (ใช้ข้อมูลในการเสนอแนะนโยบายและตัดสินใจ) การปรับเปลี่ยนขั้นตอนทำงานโดยมุ่งเน้นการลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนการทำงาน และลดการผิดพลาดที่เป็น Human Error

3. เชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูล (BIG Data) โดยมุ่งเน้นการพัฒนา เชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อให้สามารถนำไปใช้แลกเปลี่ยนกับหน่วยงานอื่นได้ โดยจะพัฒนาใน 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ปริมาณของข้อมูล (Volume) ความหลากหลายของข้อมูล (Variety) ความถี่ของข้อมูล (Velocity) การวิเคราะห์ข้อมูล (Veracity) โดยข้อมูล BIG Data ของ สบน. แบ่งเป็น 5 กลุ่ม 

4. พัฒนา Digital Literacy ของบุคลากร สบน. (Human Resource) การพัฒนา Digital Literacy นอกจากการจัดอบรมให้บุคลากรในเรื่องการใช้เทคโนโลยี สบน. ยัง เน้นการสร้าง Mindset ของการเป็นนักบริหารหนี้สาธารณะ หรือ Debt Manager ซึ่งจะต้องคำนึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นประโยชน์สูงสุด และสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้งาน บรรลุเป้าหมายได้

“เราต้องการให้คน สบน. มีความคิดในลักษณะที่เป็น CFO ของประเทศ ตามทันระบบเทคโนโลยีในปัจจุบัน และมีความสามารถเชิง Admin ในตัวเอง”

ติดตามคอลัมน์ Exclusive Interview ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤศจิกายน 2561 ฉบับที่ 439 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi