WEALTH BEING • TAX

ภาษีเงินได้ กับ "ผู้เยาว์" โดย : อรพรรณ บัวประชุม

คำว่า "ผู้เยาว์" ฟังแล้วรู้ได้ทันทีว่าจะต้องเป็นเด็กที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี หรือที่เรียกว่าเป็นผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ การที่จะผาก ถอน หรือลงทุนต่างๆ ก็อาจจะยังไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยจะต้องอาศัยความเห็นชอบ และได้รับคำยินยอมจากคุณพ่อ คุณแม่ หรือ ผู้ปกครองก่อน แล้วการคำนวณภาษีการยื่นภาษีจะเป็นหน้าที่ของใคร วันนี้มีข้อแนะนำมาฝากกันค่ะ รายได้จากการลงทุนดอกเบี้ยเงินผาก




"บัญชีเงินฝาก" เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กๆ การออมเงินโดยการเปิดบัญชีเงินฝาก จึงเป็นสิ่งแรกที่เรามักจะคำนึงถึง แต่เคยสงสัยมั้ยคะ ว่า อายุเท่าไหร่จึงจะสามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้ ไปดูกันเลยค่ะ

  • เด็กอายุน้อยกว่า 7 ปี โดยเด็กวัยนี้จะยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน การเปิดบัญชีเงินฝากทำได้โดยการเปิดบัญชีเป็นชื่อของคุณพ่อเพื่อลูก คุณแม่เพื่อลูก คุฯพ่อและคุณแม่เพื่อลูก หรือเปิดโดยนำหน้าชื่อลูก เช่น ลูกโดยคุณพ่อ ลูกโดยคุณแม่ หรือลูกโดยคุณพ่อและคุณแม่ ไม่สามารถเปิดเป็นชื่อลูกโดยลำพังได้ ซึ่งชื่อบัญชีจะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร
  • อายุตั้งแต่ 7 ปี ขึ้นไป แต่ยังไม่ถึง 15 ปี (มีบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว) สามารถเปิดเป็นบัญชีเงินออมชื่อลูกได้เลย แต่ต้องได้รับคำยินยอมจากคุณพ่อ คุณแม่เสียก่อน
  • เด็กตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถเปิดชีเป็นชื่อของตนเองได้เลย โดยไม่ต้องได้รับคำยินยอมจาก คุณพ่อ คุณแม่ เพราะถือว่าเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว

ในเรื่องของดอกเบี้ยเงินฝากนั้นไม่ว่าจะเป็นเงินฝากประเภทใดก็ตาม จะดูจากชื่อของบัญชีที่เปิดเป็นหลัก หากเปอชิดเป็นบัญชี "คุณพ่อหรือคุณแม่เพื่อลูก" ดอกเบี้ยที่ได้รับจะเป็นของลูก แต่กหากเปิดบัญชีเป็น "ลูกโดยคุณพ่อหรือคุณแม่" ดอกเบี้ยที่ได้รับจะเป็นของคุณพ่อ หรือ คุณแม่ ที่มีชื่ออยู่ในบัญชี ซึ่งคุณพ่อ หรือ คุณแม่ สามารถนำดอกเบี้ยดังกล่าวมารวมกับเงินได้เพื่อยื่นแลก ภ.ง.ด.90 ได้ เพราะถือว่าดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นภาษีสุดท้าย (Final Tax) พันธบัตรรัฐบาล และ หุ้นกู้บริษัทเอกชน

(ภาพจากธนาคารแห่งประเทศไทย)

สำหรับในประเภทนีเด็กสามารถซื้อโดยใช้ชื่อของตนเองได้ แม้ว่าจะยังเป็นผู้เยาว์ โดยจะต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน และต้องได้รับคำยินยอมจาก คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครอง ยินยอมลงนามกำกับในเอกสาร และเมื่อได้รับดอกเบี้ยแล้ว ถือว่าเป็นเงินได้ของลูก ตามมาตรา40 (4) ดังนั้นหากลูกยังไม่สามารถยื่นแบบภ.ง.ด. ได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องมีหน้าที่ยื่นให้ลูก แลหากลูกไม่มีรายได้อื่นๆ ก็จะได้ภาษีคืน หรือหากไม่ยื่นก็สามารถทำได้ เพราะถือเป็นภาษีสุดท้าย (Final Tax) กองทุนรวม

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุน โดยตามกฎหมายแล้วผู้เยาว์ไม่สามารถลงทุนในกองทุนได้ เพราะยังถือว่าเป็นผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แม้ว่าผู้เยาว์จะมีรายได้จากการรับจ้าง หรือเป็นนักแสดงเด็กและต้องการลงทุนในกองทุน เพื่อลดหย่อนภาษีก็ตาม หากคุณพ่อ คุณแม่ อยากเปิดบัญชีกองทุนให้กับผู้เยาว์แนะนำว่าให้เปิดเป็นชื่อของผู้ปกครองก่อนและเมื่อเด็กบรรลุนิติภาวะแล้ว ก็สามารถโอนหน่วยลงทุนให้กับเด็กได้ค่ะ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์

หากคุณพ่อ คุณแม่ต้องการสุะสมหุ้นให้กับลูกๆซึ่งเป็นผู้เยาว์ สามารถทำได้ 2 แบบ ดังนี้ค่ะ

  • คุณพ่อคุณแม่ เปิดบัญชีซื้อขายหุ้นในชื่อของคุณพ่อคุณแม่ก่อน และซื้อหุ้นมาเก็บไว้ จากนั้น เมื่อลูกพ้นจากความเป็นผู้เยาว์ คุณพ่อคุณแม่สามารถโอนหุ้นให้แก่ลูกได้ เท่ากับว่าลูกได้เปิดบัญชีเมื่ออายุ 20ปี ซึ่งถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว หากในระหว่างทาง หุ้นนั้นมีเงินปันผล เงินปันผลที่ได้รับจะเป็นของคุณพ่อคุณแม่ หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการเครดิตภาษีเงินปันผลจะต้องนำรายได้จากเงินปันผลมาคำนวณเป็นเงินได้ด้วย
  • คุณพ่อคุณแม่โอนสลักหลังหุ้นให้เป็นกรรมสิทธิ์ของลูก โดยซื้อหุ้นและให้ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ออกใบหุ้นให้ แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดเรื่องการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นแต่ไม่ได้ห้ามในกรณีคุณพ่อคุณแม่ให้ทรัพย์สินแก่ลูก หรือห้ามลูกซึ่งเป็นผู้เยาว์ถือหุ้น วิธีนี้เนื่องจากถือเป็นใบหุ้น ดังนั้น การซื้อขายหุ้นจึงไม่สามารถทำได้สะดวกจึงควรเลือกซื้อหุ้นที่มีพื้นฐานดี หรือหุ้นปันผลให้กับลูก ในแบบนี้หากมีเงินปันผลจากหุ้นที่ถืออยู่ เงินปันผลที่ได้รับจะเป็นของคุณพ่อ หรือคุณแม่ หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการเครดิตภาษีเงินปันผลจะต้องนำรายได้จากเงินปันผลมาคำนวณเป็นเงินได้ด้วย

รายได้จากการแสดง

"นักแสดงเด็ก รายได้จะเป็นของใคร ของเด็ก หรือ ของพ่อแม่" ต้องบอกว่า รายได้ที่ได้รับมา ถือว่าเป็นรายได้ของเด็ก แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่ จะเป็นผู้รับมาเองก็ตาม ซึ่งการที่เด็กเป็นนักแสดงอาชีพ ถือเป็นรายได้ตามมาตรา 40(8) ซึ่งรายได้ดังกล่าวเป็นของเด็กเอง และหากเด็กไม่สามารถยื่นเสียภาษีเงินได้ คุณพ่อคุณแม่ก็มีหน้าที่ต้องยื่นให้กับผู้เยาว์ด้วย และหากรายได้จากการแสดงทั้งปีมีจำนวนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่ต้องยื่นแบบภ.ง.ด.ให้กับผู้เยาว์ด้วย รายได้จากการจับรางวัล



ไม่ว่าเด็กจะจับได้บ้าน รถยนต์ หรือเงินสด (เงินได้ตามมาตรา 40(8)) เช่น ตีมูลค่าบ้าน 3ล้านบาท รถยนต์ 1ล้านบาท เงินสดจำนวน 5แสนบาท เท่ากับว่าในวันที่ได้รับรางวัล เด็ก หรือผู้เยาว์จะต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย5% ของมูลค่ารวม4.5 ล้านบาท หรือ 225,000 บาท และคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครองจะต้องยื่นแบบภ.ง.ด.ให้กับผู้เยาว์ด้วย โดยยื่นเป็นรายได้ของผู้เยาว์เอง แบบภ.ง.ด.ที่ยื่นในนามของผู้เยาว์ คุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครอง ต้องยื่นภายในเวลาที่กำหนด โดย แบบภ.ง.ด.90 ต้องยื่นภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ส่วนแบบภ.ง.ด.94 ซึ่งเป็นแบบเสียภาษีครึ่งปี ต้องยื่นภายในเดือนกันยายนของทุกปี บทความโดย : อรพรรณ บัวประชุม CFP K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ติดตามเพิ่มเติมได้ใน : นิตยสารการเงินธนาคาร ฉบับ395 เดือนมีนาคม 2015