INTERVIEW • YOUNG MILLIONAIRES

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea Group (ประเทศไทย)

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea Group (ประเทศไทย)

เปิดกลยุทธ์ธุรกิจ Sea ต้นแบบความสำเร็จของ Startup

เป้าหมายของ Startup คือการก้าวไปถึงระดับยูนิคอร์น แต่แน่นอนว่าระหว่างเส้นทางที่จะก้าวไปถึงจุดหมายต้องฝ่าอุปสรรคมากมายที่รายล้อมเส้นทางนั้นอยู่ แต่อุปสรรคเหล่านั้นเป็นดั่งบทพิสูจน์ความสามารถก่อนจะปลายทางของประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ต่างกับการเล่นเกมสักเกมที่มีด่านต่างๆ มากมายรอคอยให้ผู้เล่นได้ต่อสู้ตั้งแต่ด่านแรกไปจนถึงด่านสุดท้าย

Sea Group หรือ ชื่อก่อนหน้าที่รู้จักกันดีคือ การีน่า (Garena) Startup สายธุรกิจเกมชื่อดัง ที่เริ่มทำธุรกิจในสิงคโปร์ในปี 2552 ก่อนต่อยอดธุรกิจเกมมาสู่ธุรกิจ e-wallet ในชื่อ Airpay และธุรกิจ e-commerce ในชื่อ Shopee ที่กำลังทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน Sea เป็น Startup ที่มีความสำเร็จอย่างสูง เพราะเป็น Startup ระดับยูนิคอร์นรายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้สำเร็จ

เปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ

นำ Sea เข้าตลาดหุ้น

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea Group (ประเทศไทย) ที่เป็นเพื่อนสนิทของผู้ก่อตั้งชาวจีนเป็นผู้ที่ช่วยผลักดัน Garena ในประเทศไทยตั้งแต่วันแรกเมื่อ 5 ปีก่อน มณีรัตน์เล่าถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจของ Sea ว่า เดิมที่เมื่อเอ่ยถึงชื่อ Garena ก็จะนึกแต่ธุรกิจด้านเกมที่บริษัททำอยู่ ทั้งที่บริษัทมีธุรกิจอื่นด้วยทั้งระบบเพย์เมนต์ คือ Airpay และ ร้านค้าออนไลน์ คือ Shopee และเมื่อบริษัทมีแผนที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์จึงได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นรวมกลุ่ม ซึ่ง Sea Group มีเครือข่ายอยู่ 8 แห่ง ใน 7 ประเทศคือ สิงคโปร์ ไทย ไต้หวัน อินโดนีเชีย ฟิลิปปิสน์ จีน เวียดนาม และ มาเลเซีย

“ชื่อของ Sea มาจากความต้องการของทีมที่อยากได้ชื่อเรียกง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนหรือภาษาไหนก็อ่านได้ ซึ่งเดิมทีที่ใช้ชื่อ Garena มีปรัชญาในธุรกิจคือ Conecting the dot อยู่แล้วและเมื่อมาปรับใช้กับชื่อ Sea ก็สามารถเปรียบได้กับท้องทะเลที่เชื่อมธุรกิจในกลุ่มแต่ละประเทศเข้าหากัน”

มณีรัตน์กล่าวว่า อีกความหมายของ Sea มาจากคำเรียก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia) ที่เป็นเสมือนบ้านของบริษัท และการที่เลือกเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก เพราะอยากให้นักลงทุนรับรู้ว่า Sea คือ ธุรกิจที่มาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“Sea ตั้งเป้าหมายเอาไว้สูงและพยายามทำให้ได้ เพื่อเป็นต้นแบบให้น้องๆ Startup เห็นและมีกำลังใจว่า ถ้า Sea ทำได้ Startup รายอื่นก็มีโอกาสเหมือนกัน เพราะในฐานะที่ Sea เป็นพี่ใหญ่ในวงการ Startup หากสร้างกระแสนี้ได้ Startup ที่กำลังเติบโตจะพยายามไปถึงจุดนั้นได้เหมือนกับ Sea”

มณีรัตน์เล่าถึงธุรกิจของ Sea ว่า ธุรกิจในกลุ่มวันนี้แยกชัดเจนคือ Garena ทำธุรกิจเกม Airpay ทำธุรกิจ e-Wallet และ Shopee ทำธุรกิจ e-Commerce โดยทั้ง 3 ธุรกิจมาจากการเชื่อมต่อจุดจากธุรกิจเดิมไปสู่ธุรกิจใหม่

หากย้อนกลับไปหลังจาก Garena ทำเกมออนไลน์ได้ประสบความเร็จ สามารถเติบโตได้ 20-30% ทุกปี เมื่อเห็นว่าธุรกิจเกมเริ่มอยู่ตัวแล้วก็พยายามต่อยอดธุรกิจด้านอื่นที่จะสามารถเข้ากับกระแสของเทคโนโลยีได้ และในขณะนั้นในประเทศไทยเอง บริษัทก็มีเครือข่ายร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่กว่า 20,000 ร้าน และเกมของ Garena จะต้องเติมเงินเพื่อซื้อของในเกม แต่ผู้เล่นต้องหยุดเกมชั่วคราวเพื่อไปซื้อบัตรเติมเงิน “ในฐานะที่เป็นบริษัทเทคโนโลยี จึงพยายามแก้ปัญหานั้น และได้เริ่มทำธุรกิจ Airpay ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่เล่นเกม ซึ่งธุรกิจ Airpay ในประเทศไทยเป็นต้นแบบธุรกิจที่นำไปปรับใช้ในประเทศอื่นที่ Sea ทำธุรกิจอยู่ด้วย”

มณีรัตน์เล่าอีกว่า ธุรกิจของ Airpay เริ่มทำในปี 2557 และแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ Airpay เคาน์เตอร์ที่จะทำหน้าที่เป็นจุดเติมเงินเข้าแอพพลิเคชั่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเครือข่ายร้านเกมออนไลน์ที่มีอยู่ก่อนหน้าและเริ่มขยายออกไปตามร้านขายของชำและจะเน้นในพื้นที่ธนาคารยังเข้าไปไม่ถึงเป็นหลัก ปัจจุบัน จุดเคาน์เตอร์ของ Airpay ขยายไปมากกกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศแล้ว

ขณะที่ส่วนที่ 2 ของ Airpay จะเป็นแอพพลิเคชั่น e-wallet ที่เกิดจากเห็นโอกาสว่า Airpay ไม่จำเป็นจะต้องอยู่แค่เกมอย่างเดียว จึงได้ขยายบริการของ Airpay มาในบริการอื่นทั้งการเติมเงินมือถือ จ่ายบิล และปัจจุบัน Airpay เป็น e-wallet รายแรกและรายเดียวที่สามารถเชื่อมบริการกับธุรกิจโรงภาพยนตร์รายใหญ่ทุกราย ผู้บริโภคใช้ QR Code ในแอพฯก็สามารถดูหนังได้ทันทีไม่ต้องรอรับตั๋วหน้าโรงอีกต่อไป

“Sea พยายามวางตำแหน่งของ Airpay ให้เป็น Lifestyle Application เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้บริโภคในทุกๆ ด้านเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งนับว่า Airpay เป็นระบบชำระเงินที่มีความสมบูรณ์แบบมากๆ ในปัจจุบัน”

มณีรัตน์เล่าอีกว่า หลังจากเริ่มทำ Airpay ได้ประสบความสำเร็จในปีแรกต่อมาปี 2558 ก็เริ่มเห็นทิศทางของตลาด e-Commerce ในประเทศจีนกำลังมาแรงและมองว่าจะเข้ามาในภูมิภาคนี้แน่ Seaจึงได้เริ่มทำ Shopee ขึ้นมาเป็นรูปแบบของตลาดซื้อขายอย่างแท้จริง (Pure Market Place) ที่มีศูนย์กลางอยู่ในโทรศัพท์มือถือ เพราะตอนนั้นเล็งเห็นว่ากระแสของมือถือต้องมาแน่นอนซึ่งแตกต่างจาก e-Commerce รายอื่นชัดเจน

Shopee พยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในตลาด e-Commerce แบบเดิม ทั้งเรื่องการเจรจาระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย ไปจนถึงช่องทางในการชำระค่าสินค้า ที่นำระบบของ Airpay เข้ามาเป็น Gateway สามารถให้ผู้ใช้คุยกับผู้ขายโดนตรงและปิดการซื้อขายได้ภายในแอพเดียว ขณะเดียวกัน ยังมีบริการฝั่งผู้ขายให้มีความสะดวกสบายในการขายของมากขึ้น เช่น ช่วยติดต่อระบบขนส่งให้กับผู้ขายช่วยให้มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่งถูกลง และมีการอบรมการทำธุรกิจ e-Commerceให้ด้วย

“รายได้ทั้ง 3 ธุรกิจหลักของ Sea นั้น Garena ยังมีสัดส่วนมากกว่าครึ่ง รองลงมาคือ Shopee ที่แม้จะเริ่มทำมาไม่นานแต่ก็มีการเติบโตที่ดี ทั้ง 2 ธุรกิจมีอยู่ทุกประเทศที่ลงทุนไปแล้ว ส่วน Airpay ที่เริ่มทำตลาดในประเทศไทยก็ไปได้ดีและเตรียมขยาย Airpay ไปในประเทศอื่นเร็วๆ นี้”

ติดตามคอลัมน์ Young millionaires ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือน ธันวาคม 2560 ฉบับที่ 428 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi