INTERVIEW • CEO TALK

อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร

อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร 

มุ่งสร้าง Customer Experience งานฝีมือฉบับเกียรตินาคินภัทร

ธุรกิจธนาคารมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากเดิมธนาคารขนาดใหญ่เคยได้เปรียบเรื่องสาขาที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่ปัจจุบันธนาคารหลายแห่งเริ่มเปลี่ยนแนวทางมาลดจำนวนสาขาลงเพราะไม่ใช่จุดแข็งอีกต่อไปหรือจากที่เคยแข่งในเรื่องรายได้ค่าธรรมเนียมก็กลายเป็นต้องแข่งขันภายใต้บริการที่ไม่มีรายได้ค่าธรรมเนียมเมื่อภาพของการแข่งขันเปลี่ยนไป หลายธนาคารจึงหันมาเลือกหาพื้นที่แข่งขันในจุดที่เหมาะสมกับตัวเองแทนแนวทางเดิม

แต่สำหรับกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เป็นกลุ่มการเงินที่มุ่งเน้นทำในสิ่งที่เหมาะสมกับความสามารถของตัวเองเป็นหลักมาตลอด นั่นคือการเป็นธุรกิจการเงินด้านการลงทุนโดยกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าจะมุ่งสู่ธุรกิจการเงินที่มีความสามารถในการทำกำไรสูง (High Performance Bank) ภายใต้3 แกนหลักสำคัญคือ ธุรกิจด้านสินเชื่อ (Credit) ธุรกิจด้านลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง (Private Banking )และธุรกิจวาณิชธนกิจ (InvestmentBanking) ตามที่ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ การเงินธนาคาร ไว้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา

และในครั้งนี้จะเป็นอีกครั้งที่ อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ได้บอกเล่ายุทธศาสตร์ครั้งใหม่ของ เกียรตินาคินภัทร ภายหลังปรับโครงสร้างบริหาร โดยได้เสริมทัพให้ ฟิลิป เชียง ชอง แทน มานั่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ดูแลในส่วนธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล (Retail Business)

ส่วนอภินันท์ ยังคงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรซึ่งประกอบด้วยธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) บริษัท ทุนภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทร จำกัด เพื่อทำหน้าที่ดูแลยุทธศาสตร์ในภาพรวมและเชื่อมโยงการดำเนินงานระหว่างธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และธุรกิจตลาดทุนของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทรให้มีบูรณาการและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อภินันท์เปิดเผยว่า แม้จะปรับโครงสร้างการทำงานของธุรกิจรายย่อยใหม่ แต่ยุทธศาสตร์ของเกียรตินาคินภัทรยังคงเดินหน้าในแนวทางเลือกทำในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองเหมือนเดิมพร้อมมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ (Customer Experience) ต่อยอดในเรื่องหลักทั้ง ธุรกิจไพรเวตแบงกิ้ง ธุรกิจวาณิชธนกิจ และธุรกิจด้านสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยและเอสเอ็มอี โดยจะทำให้ทั้ง 3 แกนมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ติดตามคอลัมน์ CEO Talk ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤศจิกายน 2561 ฉบับที่ 439 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi