INTERVIEW • FAMILY BUSINESS

เดชโรจน์ ตั้งสิน กรรมการบริหาร บริษัท แม่น้ำเรสซิเดนท์ จำกัด

เดชโรจน์ ตั้งสิน กรรมการบริหาร บริษัท แม่น้ำเรสซิเดนท์ จำกัด

ผุดคอนโดฯ หรูริมน้ำเจ้าพระยา ต่อยอดธุรกิจครอบครัว

กว่า 30 ปีที่ โรงแรมรามาดา แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ ตั้งตระหง่านบนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนเจริญกรุง ซึ่งมาจากการบุกเบิกของรุ่นปู่และรุ่นพ่อที่ได้ร่วมกันวางรากฐานของธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ในยุคนั้น จนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของครอบครัวตั้งสิน ที่ฉีกแนวจากการบริหารโรงแรมไปสู่การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมหรูริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไม่เพียงจะเป็นการเริ่มต้นธุรกิจของ คุณพ่อเดชา ตั้งสิน กับธุรกิจใหม่ที่เป็นของตนเองอย่างแท้จริง แต่ยังเป็นการส่งมอบไม้ต่อให้กับทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง เดชโรจน์ ตั้งสิน กรรมการบริหาร บริษัท แม่น้ำเรสซิเดนท์ จำกัด ในการขับเคลื่อนธุรกิจของครอบครัวต่อไป

บ่มเพาะประสบการณ์

พร้อมบริหารธุรกิจใหม่

เดชโรจน์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจครอบครัวว่า เริ่มต้นมาจาก คุณอาจิน-คุณมาลี ตั้งสิน ซึ่งเป็นอากงและอาม่า ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากเมืองจีน และเข้ามาเริ่มสร้างธุรกิจด้วยกันในประเทศไทย โดยเริ่มจากร้านขายท่อน้ำประปาเล็กๆ จนสามารถนำเข้าและส่งออกมิเตอร์น้ำจากต่างประเทศได้ ก่อนที่อากงจะเริ่มหันมาสนใจธุรกิจโรงแรม ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นธุรกิจที่คนส่วนใหญ่จะไม่สนใจที่จะทำกันนัก โดยเริ่มธุรกิจโรงแรมแห่งแรกที่วงเวียน 22 จากนั้นก็ขยายไปเช่าที่ดินเพื่อสร้างโรงแรมราชศุภมิตร - R.S. Hotel บนถนนหลานหลวง (ปัจจุบันคือโรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง) ซึ่งเป็นโรงแรม 4 ดาว จำนวน 142 ห้อง จนกระทั่งหมดสัญญาเช่า และเจ้าของที่ดินขอซื้อโรงแรมต่อจากอากงเพื่อทำธุรกิจต่อ

จากนั้นอากงก็นำเงินที่ได้จากการขายโรงแรมมาซื้อที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนเจริญกรุง หรือพื้นที่ของโรงแรมแม่น้ำ รามาดา ในปัจจุบัน จำนวน 34 ไร่ เพื่อสร้างโรงแรมแม่น้ำ โดยอากงเป็นคนออกแบบและดูแลเรื่องการก่อสร้างโรงแรมเองทั้งหมด และมี คุณพ่อเดชา ตั้งสิน ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาบริหารธุรกิจของโรงแรมแม่น้ำร่วมกับพี่น้องอีก 7 คน

จนกระทั่งในปี 2558 คุณพ่อเดชาได้จัดตั้ง บริษัท แม่น้ำเรสซิเดนท์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อ “แม่น้ำเรสซิเดนท์” โดยเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ บนที่ดิน 5 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่เดชโรจน์เรียนจบปริญญาโท วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้เข้ามาช่วยคุณพ่อบริหารงานที่แม่น้ำเรสซิเดนท์อย่างเต็มตัว

เดชโรจน์ย้อนเล่าให้ฟังว่า แม้ตนเองจะเกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ แต่คุณพ่อก็ไม่ได้เลี้ยงแบบตามใจ แต่จะสอนให้คิดเอง คิดเป็น อีกทั้งยังปลูกฝังในเรื่องของธรรมะเพื่อเป็นการกล่อมเกลาจิตใจด้วย ที่สำคัญคุณพ่อยังสอนให้รู้จักการบริหารจัดการเงินอย่างเป็นระบบด้วย

“อย่างในช่วงที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย คุณพ่อจะให้เงินมากก้อนหนึ่งเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงที่เรียนปริญญาตรี วิศวะที่จุฬาฯ โดยเราต้องเป็นคนบริหารจัดการเองเพื่อให้พอใช้จ่ายกับชีวิตในมหาวิทยาลัยตลอด 4 ปี ทั้งค่าเทอม ค่ากินอยู่ ค่าเสื้อผ้าทุกอย่าง และด้วยความที่เป็นคนใช้ชีวิตแบบพอเพียง ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอยู่แล้ว ทำให้บริหารจัดการเงินได้ดี แถมยังสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเองได้ตั้งแต่ยังไม่จบปริญญาตรี”

ผลมาจากการบริหารเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เงินที่คุณพ่อให้มาเหลืออยุ่ประมาณ 1 แสนบาท จึงตัดสินใจทำธุรกิจด้วยตนเองเป็นครั้งแรก โดย โดยร่วมทุนกับเพื่อนวิศวะ จุฬาฯ ด้วยกันเปิดร้าน ไอศกรีม Sato’Soft ที่สยามสแควร์ ซึ่งประสบผลสำเร็จมาก มีกำไรเดือนละแสนบาท ขยายสาขาได้ถึง 5 สาขา และขายแฟรนไชส์ได้อีก 1 แฟรนไชส์

หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คุณพ่อเดชาเริ่มให้เข้ามาเรียนรู้งานด้านโรงแรมอย่างจริงจังมากขึ้น โดยให้เริ่มฝึกงานในทุกส่วนงานของโรงแรมแม่น้ำรามาดา พลาซ่า รวมถึงช่วยงานที่โรงแรม Pratunam City Inn ที่คุณแม่เป็นผู้ดูแลบริหารจัดการ

“การที่เข้าไปฝึกงานที่โรงแรมของคุณพ่อและคุณแม่ ทำให้ได้เรียนรู้งานในทุกส่วน และได้ใกล้ชิดกับทีมงานทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เมื่อเข้าไปทำงานจริงแล้วจึงทำให้ไม่มีช่องว่างกับทีมงานเพราะคุ้นเคยกันมาตั้งแต่ฝึกงานแล้ว”

ติดตามคอลัมน์ Family Business ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤศจิกายน 2561 ฉบับที่ 439 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศและในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi