WEALTH BEING • MUTUAL FUND

แนะทำ DCA ด้วย 3 สุดยอดกองทุน

เริ่มต้นปีใหม่ เชื่อว่าใครหลายคนคงมีการวางแผนอะไรใหม่ๆในชีวิตหลายอย่าง สิ่งหนึ่งที่อยากให้นักลงทุนที่ลงทุนอยู่แล้ว หรือว่าที่นักลงทุนทั้งหลายทำในปีนี้ คงหนีไม่พ้นการสร้างระเบียบวินัยในการลงทุนให้ตัวเอง ซึ่งหนึ่งในวิธีที่จะช่วยเพิ่มระเบียบวินัยตรงนี้ให้เราได้ นั่นก็คือการลงทุนด้วยกลยุทธ์ที่เรียกว่า DCA หรือ การลงทุนทุก ๆ เดือน ในจำนวนที่เท่า ๆ กัน ไม่ว่าภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร จะขึ้นหรือว่าจะลงซึ่งการทำเช่นนี้ มีข้อดีตรงที่สามารถช่วยเฉลี่ยต้นทุนของเงินลงทุน ลดโอกาสขาดทุนจากการลงเงินก้อนใหญ่ในจังหวะที่ตลาดขึ้นไปสูงๆได้ และแม้ว่ากลยุทธ์DCA นั้นจริงๆแล้วสามารถใช้ได้กับสินทรัพย์หลายประเภท ตั้งแต่การลงทุนในหุ้นรายตัว ไปจนถึงการลงทุนในกองทุนรวม แต่วันนี้จะขอโฟกัสที่DCA ในกองทุนรวม

ก่อนที่จะพูดถึง 3 สุดยอดกองทุนที่แนะนำทำ DCA ขอกำหนด 2 คุณสมบัติหลักๆที่กองทุนซึ่งควรค่าแก่การ DCA ต้องมีกันก่อน

คุณสมบัติแรกนั่นก็คือ กองทุนประเภทนี้ต้องมีโอกาสเติบโตระยะยาว หรือเป็น Mega Trend และ ข้อที่ 2 ก็คือกิจการที่กองทุนเข้าไปลงทุนโดยรวมแล้วต้องมั่นคง สามารถรับมือหรือปรับตัวได้ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยได้

ดังนั้นจากคุณสมบัติทั้งสองข้อที่ว่า 3 สุดยอดกองทุนที่แนะนำลงทุนแบบ DCA คือ

► กองทุนหุ้น Healthcare: KF-HEALTHD ◄ เหตุผลที่เลือกกองทุนHealthcare ก็เพราะพื้นฐานที่สนันสนุนการเติบโตในระยะยาวของ Sector นี้อย่างเรื่องแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บชนิดใหม่ๆที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งในระยะยาวนั้นปัจจัยดังกล่าวนี้จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพให้เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) ซึ่งเน้นวิจัยยารักษาใหม่ๆที่เพิ่มประสิทธิภาพ และลด Side Effect การลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare นั้นยังมีพื้นฐานในระยะยาวที่รองรับ และราคา ณ ปัจจุบันก็ยังไม่แพง และอยากแนะนำนักลงทุนที่ต้องการลงทุนหุ้นกลุ่ม Healthcare เพื่อใช้สำหรับเป้าหมายระยะยาว เช่น การออมเพื่อการเกษียณ เป็นต้น

► กองทุนหุ้น Asia Pacific ex Japan: TMBAGLF, CIMB APDI ◄ สำหรับเหตุผลมาจากพื้นฐานในระดับประเทศ ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค Asia Pacific ประการแรกหากเราพูดถึงลักษณะของโครงสร้างประชากรโดยรวมของประเทศในภูมิภาคนี้ก็ถือว่ายังอายุน้อยทำงานได้อีกนาน ปัญหาสังคมสูงอายุซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศก็ต่ำ ค่าแรงโดยรวมของประเทศที่อยู่ในภูมิภาคก็ยังถือว่าถูก หากพูดในแง่ของสินค้าที่ประเทศในกลุ่มนี้ผลิตและส่งออกนั้นก็มีความหลากหลาย มีตั้งแต่สินค้าพื้นฐานอย่าง ข้าว น้ำตาล น้ำมัน ไปจนถึงสินค้าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากอย่าง กระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าแบรนด์เนม สินค้าประเภท internet of things ทั้งหลาย ฯลฯ

นอกจากนี้แล้วประเด็นปัญหาอย่างเรื่องความไม่สงบทางการเมือง การยืดเยื้อของสงครามในประเทศเหล่านี้ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ปัจจัยทั้งหลายนับว่าดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติทั้งทางตรงและทางอ้อมได้ดีในระยะยาวเชื่อว่าเศรษฐกิจ Asia Pacific นั้นยังไปได้อีกไกล

► กองทุนหุ้นไทย: SCBSET50 ◄ สุดยอดกองทุนที่แนะนำ DCA คงหนีไม่พ้นกองทุนหุ้นไทย ด้วยความเชื่อที่ว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่รัฐบาลไทยกำลังพยายามทำอยู่นั้นจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจในระยะยาว และบริษัทจดทะเบียนของไทยจำนวนไม่น้อยนั้นก็มีความแข็งแกร่ง พยายามปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงด้วย ทำให้โอกาสที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยสามารถโตได้ดีในระยะยาว นั้นก็เป็นไปได้มากขึ้น บวกกับการที่เราเป็นคนไทย อาศัยอยู่ในเมืองไทย การมีกองทุนหุ้นไทยที่สามารถติดตามผลได้ง่ายๆอยู่ในพอร์ตนั้นก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากองทุน 3 กองนี้จะเหมาะสมสำหรับการ DCA ในระยะยาว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านักลงทุนควรแต่เพียงในกองทุน 3 กองนี้เท่านั้น การลงทุนระยะยาวควรมีการคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมและลงทุนด้วยการจัดพอร์ตตามระดับความเสี่ยงนั้นๆ

โดย สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) 

ติดตามได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ฉบับที่ 418