WEALTH BEING • MUTUAL FUND

แนะ 3 ขั้นตอน วางแผนลงทุน LTF-RMF

การวางแผนลงทุน LTF และ RMF อย่างเหมาะสม นอกจากจะทำให้การลงทุนของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดผิดพลาดขึ้นได้อีกด้วย ในการลงทุนไม่มีปีที่ง่ายมีแต่ปีที่ยาก ยากมาก และยากกว่า และยิ่งจะยากขึ้นไปอีกถ้าหากการลงทุนนั้นมีเงื่อนไขของทั้ง “เวลา” และ “จำนวนเงิน” ที่เพิ่มเข้ามา พูดถึงเรื่องของ LTF และ RMF ที่เราถูกจำกัดให้ต้องซื้อในปีนี้ หากเราต้องการนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของปีนี้ และเรายังถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของจำนวนเงินนั้นต้องไม่เกินกว่า 15% ของรายได้พึงประเมิน ทำให้การลงทุนนั้นเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก

และถ้าเป็น LTF เราจะหมดทางเลือกในแง่ของสินทรัพย์ที่จะลงทุนเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะมีให้เลือกแค่หุ้นไทยเท่านั้น ไม่เหมือน RMF ที่เราสามารถเลือกสินทรัพย์ปลอดภัยกว่าอย่างตราสารหนี้ไปก่อนได้ เมื่อเป็นเรื่องที่ยาก และมีความเสี่ยงสูง เราจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการวางแผนการลงทุนให้พร้อมก่อนลงทุน ดีกว่าที่หวังไป “วัดดวง” กันตอนปลายปีว่าตลาดหุ้นไทยจะขึ้นหรือลง ซึ่งมักจะไม่เป็นไปอย่างที่หวังเอาไว้

แต่ก่อนที่เราจะวางแผนกัน เรามาดูสถานการณ์ปัจจุบันกันก่อนโดยเฉพาะ LTF ว่าผ่านมาครึ่งปีแล้ว สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง โดยสถานการณ์ตอนนี้ต้องบอกว่า LTF โดนขายออกสุทธิอย่างหนักตั้งแต่ต้นปีแล้ว และเมื่อเทียบกับปี 2015 และ 2016 ต้องบอกว่ายอดขายสุทธิกองทุน LTF โดนขายออกมามากกว่า 2 เท่าของปีก่อนๆ ทีเดียว

ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ ตัวเลขเงินลงทุนสุทธิใน LTF จึงยังเป็นการไหลออกเป็นจำนวนมาก ถ้าลองคิดดูดีๆ แปลว่าถ้าตลาดหุ้นปรับตัวลดลงเมื่อไร ก็พร้อมจะมีเงินลงทุนจากนักลงทุน LTF และ RMF ที่รอจังหวะแบบนี้เข้ามาลงทุน ว่าแล้วเรามาวางแผนกันไว้ก่อนดีกว่า ขั้นตอนไม่ได้ยากเลยลองทำตามดู

1. คำนวณเงินได้ และกำหนดเงินที่จะซื้อ LTF และ RMF ไว้ก่อน

สำหรับขั้นตอนนี้คงจะไม่ยากมากถ้าคุณเป็น “มนุษย์เงินเดือน” เพราะรายได้ที่เกิดขึ้นทั้งปีสามารถรู้ล่วงหน้าได้เลย (เงินเดือนเท่ากันทุกเดือน) ทำให้การวางแผนขั้นตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับกลุ่มนี้ ขอแค่ได้เริ่มคิดและคำนวณกันแต่เนินๆ และกันเงินลงทุนในส่วนนี้ไว้อย่างมีวินัยก็จะสามารถผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ไม่ยาก

แต่ขั้นตอนนี้จะยากขึ้นมากสำหรับคนที่มีรายได้ไม่ประจำซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะรู้ได้ว่าปีนี้จะมีรายได้เข้ามาเท่าไร? และกว่าจะรู้ว่าปีนี้ต้องซื้อ LTF หรือ RMF จำนวนเท่าไร? ก็มักจะใกล้ๆ สิ้นปีแล้วถึงจะสามารถคำนวณได้อย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ในความเห็นของผมนั้นเราสามารถที่จะบริหารกันได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราผ่านมากว่าครึ่งปีแล้ว น่าจะพอทำให้เห็นแนวโน้มของรายได้ปีนี้กันบ้างแล้ว และพอจะประมาณการกันได้พอสมควรว่าปีนี้จะต้องซื้อลงทุน LTF และ RMF เท่าไร โดยคำนวณบนรายได้ที่ได้มาแล้วในปีนี้ และควรทำการคำนวณอย่างสม่ำเสมอเมื่อมีรายได้ใหม่เข้ามา เพื่อให้เงินลงทุนใน LTF และ RMF พร้อมรับทุกโอกาสที่เข้ามาเสมอ

2. ล็อกเป้าหมายกองทุน LTF และ RMF ไว้ก่อน จะได้ไม่เสียเวลา

ปัญหาหนึ่งสำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้วางแผนมาก่อน คือ เมื่อโอกาสมาถึงแต่ยังไม่ได้เลือกกองทุน LTF และ RMF ไว้ก่อน จะต้องมาเสียเวลาหาข้อมูลหรือต้องมานั่งถามว่า “จะซื้อกองไหนดี?” ซึ่งกว่าจะหาข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจได้จังหวะลงทุนดีๆ ไม่รอเราหรอกครับ มักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนเราเสียโอกาสนั้นไป

หรือไม่ก็จะเจอปัญหาอีกอย่างคือ เลือกกองทุนพลาด เพราะขาดข้อมูลที่มากพอให้เราตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ซึ่งถ้าเราไม่ได้วางแผนกันมาก่อนประเด็นนี้ก็เหมือน “การวัดดวง” อีกอย่าง ตาดีได้ ตาร้ายเสีย เจอคนแนะนำดีก็ดีไป เจอคนแนะนำไม่รู้จริง ก็อาจจะผิดหวังได้

ดังนั้นตอนนี้เราเลือกกองทุนเป้าหมายกันไว้ก่อนได้เลยไม่ต้องรอ และอีกอย่างถ้ากองทุนเป้าหมายนั้น เราไม่เคยลงทุนกับ บลจ. นั้นกันมาก่อนเลย แนะนำให้เปิดบัญชีเตรียมไว้ก่อน ซึ่ง บลจ. อาจจะบังคับให้เปิดบัญชีพร้อมกับการซื้อไปพร้อมกัน แนะนำซื้อขั้นต่ำกองทุนไปก่อน และเมื่อจังหวะมาถึงจะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเปิดบัญชีกัน

3.วางแผนกลยุทธ์ และวิธีการลงทุนให้เหมาะสมกับตัวเอง

การบริหารกลยุทธ์เพื่อหาจังหวะการลงทุนนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ 2 ขั้นตอนที่ผ่านมา แต่ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการที่เรามีกลยุทธ์ หรือวิธีการลงทุนสุดเจ๋ง แต่เป็นการเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมกับตัวเองมากกว่า

ดังนั้นการวางแผนเลือกกลยุทธ์ และวิธีการลงทุนเราควรเลือกตามความเหมาะสม และเงื่อนไขข้อจำกัดของตัวเองด้วย และที่สำคัญอย่างยิ่งอย่าลืมนะครับ การวางแผนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากเราไม่ได้ปฏิบัติและทำตามแผนที่วางไว้อย่างมีวินัย

สุดท้ายนี้ ถ้าเราวางแผนเป็นอย่างดี และทำตามอย่างมีวินัย นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนในตลาดหุ้นไทยแล้ว เรายังสามารถลดความเสี่ยงอื่นๆ ได้อีก ดังนั้นการวางแผนลงทุน LTF และ RMF อย่างเหมาะสม นอกจากจะทำให้การลงทุนของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดผิดพลาดขึ้นได้อีกด้วย วันนี้คุณวางแผนลงทุน LTF และ RMF หรือยัง