NEWS UPDATE • CAPITAL MARKETS

ปี 64 หุ้นกู้ครบดีล 7.3 แสนล้าน สมาคมตราสารหนี้คาดบางส่วนกู้แบงก์ เหตุดอกเบี้ยต่ำ

สมาคมตราสารหนี้ฯ คาดปี 64 เอกชนออกหุ้นกู้ 7-7.5 แสนล้าน บางส่วนหันกู้แบงก์ เหตุดอกเบี้ยต่ำ โควิด-19 ระลอกใหม่ กระทบตลาดตราสารหนี้ไทยไม่มาก ส่วนฟันด์โฟลว์ ปีนี้อาจไหลเข้าน้อย

นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA ) เปิดเผยว่า แนวโน้มปี 2564 สมาคมฯ คาดว่าจะมีปริมาณการออกตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือ หุ้นกู้ ประมาณ 700,000-750,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ออกทั้งหมด 683,559 ล้านบาท โดยในปีนี้มีบริษัทที่หุ้นกู้จะครบไถ่ถอนและจะต้องออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อชดเชยหุ้นกู้ชุดเก่า (โรลโอเวอร์ ) กว่า 730,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม อาจมีบางส่วนที่หันกลับไปกู้เงินจากสถาบันการเงินแทน เนื่องจากช่วงนี้อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ถูกกว่าการออกหุ้นกู้ หลัง Credit spread ปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่มองว่าจะกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ไทยไม่มากเหมือนกับครั้งก่อนหน้า เนื่องจากพื้นที่การปิดเมืองอยู่ในรูปแบบจำกัด แต่อาจมีบางธุรกิจที่ยังเปราะบางอยู่ เช่น กลุ่มท่องเที่ยว เป็นต้น ส่วนความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้นั้นคาดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อย เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทที่มีปัญหาในกลุ่มไฮยิลด์บอนด์จำนวน 12 บริษัท และบริษัทเหล่านี้ได้ขอยืดหนี้ออกไปแล้ว เชื่อว่าบางส่วนจะกลับไปหาสถาบันการเงินเพื่อกู้เงินมาชำระหนี้ได้ หรือบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักๆ อาจขอยืดหนี้ต่ออีกได้ โดยยังคงมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.50% ตลอดทั้งปี 2564 นี้ เพื่อที่จะดูแลภาวะเศรษฐกิจที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ในขณะเดียวกันมองว่าการลดดอกเบี้ยจะไม่ช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว เนื่องจากปัจจุบันเงินในระบบยังคงมีอยู่จำนวนมาก แต่ปัญหาอยู่ที่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ทำได้น้อย โดยแนะนำให้ภาครัฐใช้เครื่องมือนโยบายการเงินอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือในส่วนดังกล่าว

ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นและระยะกลางมีกรอบที่จำกัดในการปรับตัวขึ้น เนื่องจากสภาพคล่องในระบบที่ยังอยู่ในระดับสูง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวคาดจะทยอยขยับขึ้นจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ

ขณะที่แนวโน้มกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) มองว่าปีนี้จะไม่ไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ไทยมากแล้ว เพราะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐ (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ส่วนต่างของดอกเบี้ยระหว่างพันธบัตรไทยและสหรัฐแคบลงมาก กดดันให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติคงไหลกลับมาในช่วงนี้ยาก สะท้อนได้จากในช่วงตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (4-13 ม.ค.64) พบว่าเงินต่างชาติไหลออกแล้วกว่า 6,800 ล้านบาท และในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติ มีสถานะเป็นยอดขายสุทธิราว 64,025 ล้านบาท