INTERVIEW • CEO TALK

CEO Talk : สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย)

สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย)

 

การก่อตั้ง บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ถือกรมธรรม์ยูนิต ลิงค์ จะได้เปิดประตูสู่เครือข่ายการลงทุนระดับโลกของกลุ่มบริษัทเอไอเอ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นลงทุนเคียงข้างลูกค้า บริหารจัดการสินทรัพย์ผ่านความชำนาญและประสบการณ์ระดับโลก พร้อมนำเทคโนโลยีการลงทุนขั้นสูงและมีความปลอดภัยสูงสุดมาใช้ในการทำงาน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับผู้ลงทุน

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด (AIAIMT) เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา วัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ของเอไอเอ ประเทศไทย และเงินลงทุนในกองทุนรวมจากกรมธรรม์ยูนิต ลิงค์ ของเอไอเอ ประเทศไทย

การเงินธนาคาร สัมภาษณ์พิเศษ สุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ถึงทิศทางและเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งการมีส่วนร่วมในการสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีให้กับคนไทย

สุขวัฒน์กล่าวว่า เอไอเอ มีความพร้อมที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับลูกค้า เนื่องจากมีทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนกว่า 30 ปี ทั้งในตลาดไทยและตลาดสากล โดยจะประสานความร่วมมือกับเครือข่ายทั่วโลก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนและสอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีจุดแข็งด้านพันธมิตรที่แข็งแกร่งใน 18 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยมีทีมบริหารการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า 150 คน จากทั่วทุกภูมิภาคของโลก ด้วยหลักปรัชญาเดียวกันทั้งองค์กรที่ว่า การทำสิ่งที่ถูกต้อง ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ด้วยคนที่เหมาะสม จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ถูกต้อง

 

เป้าหมาย บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย)มีส่วนร่วมดูแลสุขภาพการเงินคนไทย 

สำหรับเป้าหมาย บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ต้องการให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น (Healthier, Longer, Better Lives) อย่างไรก็ตามการมีสุขภาพกายและใจที่ดีนั้นคงไม่เพียงพอ แต่ต้องมีสุขภาพทางการเงินที่ดีด้วย นอกจากนี้ต้องได้รับการดูแลโดยผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีวิธีการลงทุนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อประโยชน์ของลูกค้า

เอไอเอ ประเทศไทย ในฐานะนักลงทุนสถาบันจากภาคเอกชนที่มีขนาดใหญ่ รองจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และประกันสังคม มีส่วนร่วมในการผลักดัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ การแสดงความคิดเห็นกับภาครัฐ และประสานความร่วมมือกับเครือข่ายการลงทุนเพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับภาคการออมการลงทุนของไทย นอกจากนี้ความรู้เรื่องการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเพียงแค่ความสนใจในการลงทุนยังไม่เพียงพอ ต้องมองไปถึงชีวิตหลังเกษียณด้วย

เอไอเอ ประเทศไทย เป็นบริษัทประกันชีวิตรายแรกที่ได้ออกผลิตภัณฑ์ยูนิต ลิงค์เมื่อ 11 ปีก่อน และปัจจุบันยังครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วนกว่า 50%  สุขวัฒน์ กล่าวว่า โอกาสการเติบโตของยูนิต ลิงค์ ในประเทศไทยยังมีอีกมาก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ และอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ประกันชีวิตแบบดั้งเดิมไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่จูงใจได้เหมือนในอดีต

 

เติบโตไปพร้อมกับยูนิต ลิงค์คาดเงินไหลเข้าลงทุน 4,000-5,000 ล้านบาท/ปี

ยูนิต ลิงค์ เป็นประกันชีวิตที่ถูกออกแบบเพื่อเป็นเครื่องมือวางแผนทางการเงินระยะยาวที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนไปได้ตามจังหวะและสถานการณ์ต่างๆ ตลอดช่วงชีวิต และมีส่วนของการลงทุนเพิ่มเข้ามาในตัวกรมธรรม์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่อยากให้ความคุ้มครอง หรือผลประโยชน์ของกรมธรรม์เติบโตตามสินทรัพย์และความเสี่ยงที่ได้เลือกลงทุนไป

สุขวัฒน์ กล่าวว่า บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะเติบโตไปพร้อมกับประกันชีวิต โดยตั้งเป้าหมายว่า จะมีเงินไหลเข้ามาลงทุน 4,000-5,000 ล้านบาทต่อปี จากปัจจุบันที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 8 แสนล้านบาท

ด้านนโยบายการออกผลิตภัณฑ์กองทุนรวม คาดว่าจะมีครบถ้วนทั้งประเภทสินทรัพย์ ตลอดจนการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายในระยะเวลา 3-5 ปี โดยระยะแรกจะมีกองทุนที่ลงทุนในประเทศจำนวน 5 กองทุน และต่างประเทศ 7 กองทุน นอกจากนี้ ยังจะมีกองทุนดีๆ  และน่าสนใจ ที่จะมีการพิจารณาเพื่อนำเสนอขายอีกในอนาคต  สำหรับกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) ทั้ง 7 กองทุน คาดว่าจะออกประมาณปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า  ในจำนวนนี้มี 3 กอง ที่เป็นกองทุนประเภทกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ (Multi Asset)

เหตุผลที่ให้ความสำคัญกับการกระจายลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากจะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมาการลงทุนต่างประเทศส่วนใหญ่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูง รวมถึงการจัดพอร์ตการลงทุนที่ดีคือ การไม่ลงทุนกระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ควรกระจายการลงทุนและจัดสัดส่วนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุน

 

ปรับสมดุลพอร์ตลงทุนอัตโนมัติ

สำหรับประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ ยูนิต ลิงค์ เป็นการรวมประโยชน์สองอย่างในกรมธรรม์เดียว ที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการ ความคุ้มครองชีวิตเพื่อความมั่นคงในอนาคตของคนที่คุณรัก และ โอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อสะสมความมั่งคั่งเพื่อเป้าหมายในชีวิต

สุขวัฒน์กล่าวว่า ปัจจุบัน เอไอเอ มีสินค้า ยูนิต ลิงค์ หลากหลายรูปแบบเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีเป้าหมายทางการเงินแตกต่างกันไป

ผลิตภัณฑ์ยูนิต ลิงค์ มีความยืดหยุ่น เมื่อเปรียบเทียบกับประกันแบบเดิมที่ต้องจ่ายทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี เมื่อไรหยุดจ่ายกรมธรรม์ก็ขาด สิ่งที่เคยจ่ายก็หายไป แต่ผลิตภัณฑ์ ยูนิต ลิงค์ จะมีฟีเจอร์หนึ่งคือ Auto Rebalance ที่คอยดูแลพอร์ตให้ลูกค้า คาดว่าในอนาคตผลิตภัณฑ์ยูนิต ลิงค์ น่าจะเป็นที่นิยมมากขึ้นกว่าปัจจุบัน

 

ชูกลยุทธ์ปกป้องเงินต้นสร้างผลตอบแทนระยะยาว

สำหรับกลยุทธ์การบริหารกองทุน บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะให้ความสำคัญกับการปกป้องเงินต้น และสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ดังนั้นสินทรัพย์ที่ลงทุนส่วนใหญ่ นอกจากจะเป็นตราสารหนี้ระยะยาว เช่น พันธบัตรรัฐบาล อายุ 10 ปี, 20 ปี และ 50 ปีแล้ว ยังลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ผลการดำเนินงานเติบโตสูง และในราคาที่เหมาะสม

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พอร์ตการลงทุนของเอไอเอ เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืน คือ การทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และประสบการณ์ร่วมกันระหว่างทีมงานบริหารพอร์ตการลงทุนทั้งหมด

สุขวัฒน์ย้ำอีกว่า การก่อตั้ง บลจ.จึงเป็นโอกาสอันดีที่ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์เอไอเอ ยูนิต ลิงค์ จะได้เปิดประตูสู่เครือข่ายการลงทุนระดับโลกของเอไอเอ ทั้งยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ที่มุ่งมั่นลงทุนเคียงข้างลูกค้า บริหารจัดการสินทรัพย์ผ่านความชำนาญและประสบการณ์ระดับโลก พร้อมการนำเทคโนโลยีการลงทุนขั้นสูงและมีความปลอดภัยสูงสุดมาใช้ในการทำงาน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับผู้ลงทุน

นอกจากนี้ ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกก่อนการลงทุน และทบทวนนโยบายการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำไปประกอบการจัดพอร์ตได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ

เอไอเอ มีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูล และองค์ความรู้ระหว่างทีมบริหารพอร์ตทั้งหมดของกลุ่มนำมาสู่การวิเคราะห์การลงทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงต้นทุนการบริหารจัดการกองทุนรวมตราสารทุนเชิงรุกที่ต่ำลง ส่งผลดีต่อการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้กับพอร์ตการลงทุนได้

 

ผนึกพันธมิตรระดับโลก หาโอกาสเพิ่มผลตอบแทนให้ลูกค้า

ปัจจุบันพอร์ตการลงทุนของเอไอเอ ประเทศไทย มีสัดส่วนลงทุนในประเทศสูงถึง 90% โดยลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลถึง 80-90% ที่อายุเฉลี่ย 3-5 ปี และลงทุนในต่างประเทศ ประมาณ 130,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 10% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด ขณะที่กฎหมายกำหนดสัดส่วนการลงทุนต่างประเทศไว้ที่ 15% ของพอร์ตลงทุน ดังนั้นจึงสามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศได้อีก

ปัจจุบัน เอไอเอ ประเทศไทย ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล 80-90% หุ้น 10% ลงทุนผ่านกองทุนรวมไม่ถึง 1% และอสังหาริมทรัพย์ไม่ถึง 3% สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี หรือมากกว่า 5% ต่อปี

ขณะที่จะเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นด้วยการขยายช่องทางในการลงทุนระดับสากล ที่นอกจากผ่านเครือข่ายการลงทุนทั่วโลกของกลุ่มบริษัทเอไอเอแล้ว ยังมีพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงยาวนานอีกด้วย อาทิ BlackRock, Wellington Management และ Baillie Gifford เป็นต้น

บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะนำเงินของลูกค้าไปลงทุนด้วยความใส่ใจ เสมือนเป็นเงินลงทุนของบริษัทเอง นอกจากนี้ จะให้บริการลูกค้ารายบุคคลด้วยมาตรฐานเดียวกับลูกค้าสถาบัน

สำหรับโควิด-19 สุขวัฒน์ มีมุมมองว่า ประเทศไทยผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาหลายครั้ง พร้อมกล่าวว่า ผมผ่านมาหลายเหตุการณ์ และมองว่าทุกอย่างจะผ่านไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะปรับเปลี่ยนการทำงานให้ได้อย่างรวดเร็ว และมีการทำงานเป็นทีม เพื่อจะได้ทดแทนกันได้

ด้านมุมมองต่อพัฒนาการอุตสาหกรรมกองทุนรวมในประเทศไทย สุขวัฒน์ กล่าวว่าถือว่ามาไกลมาก บลจ.ในประเทศไทยมีสินค้าและทางเลือกมากมายให้ลูกค้า ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อนักลงทุน ซึ่งสิ่งที่ดีคือการเพิ่มโอกาสการลงทุนไปยังต่างประเทศให้กับลูกค้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสม และสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับลูกค้า

สำหรับ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) มุ่งเน้นการดำเนินงานตามนโยบายการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable investment) และการประกอบธุรกิจโดยยึดหลัก ESG (Environmental, Social and Governance) ที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เช่นเดียวกับนโยบายของกลุ่มบริษัทเอไอเอที่เชื่อว่า การดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพและคุณธรรมตามหลัก ESG จะสามารถเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืน 

เป้าหมาย บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ต้องการให้ คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น (Healthier, Longer, Better Lives) การมีสุขภาพกายและใจที่ดีนั้นคงไม่เพียงพอแต่ต้องมีสุขภาพทางการเงินที่ดีด้วย นอกจากนี้ต้องได้รับการดูแลโดยผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีวิธีการลงทุนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อประโยชน์ของลูกค้า

 

5 กองทุนภายใต้การบริหารของ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) 



กองทุน

นโยบายกองทุน

กลยุทธ์ลงทุน

กองทุนเปิด เอไอเอ
เอ็นแฮนซ์ เซท 50
(AIA-ES50)

ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาด
หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่เป็นส่วน
ประกอบของดัชนี SET 50

มุ่งหวังให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีชี้วัด ซึ่งเป็นกลยุทธ์แบบเชิงรุก (Active) โดยดัชนีที่ใช้วัดผลงานกองทุน (Benchmark) คือ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET50

กองทุนเปิด เอไอเอ
ไทย อิควิตี้ 
(AIA-TEQ)

ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาด
หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่เป็นส่วนประกอบ
ของดัชนี SET100 อาจลงทุนในหุ้นสามัญในตลาด SET
หรือ ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ตราสารหนี้
ภาครัฐ สถาบันการเงิน บริษัทเอกชน หรือเงินฝาก

มุ่งหวังให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีชี้วัด ซึ่งเป็นกลยุทธ์แบบเชิงรุก (Active) ดัชนีที่ใช้วัดผลงานกองทุน (Benchmark) คือ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET100

กองทุนเปิด เอไอเอ
ไทย อิควิตี้ ดิสคัฟเวอรี่
(AIA-THDIS)

ลงทุนในตราสารทุน ของบริษัทที่มีแนวโน้มหรือปัจจัยพื้นฐานดี โดยเป็นหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย (SET) รวมถึงตลาดหลักทรัพย์
เอ็ม เอ ไอ (mai)

มุ่งหวังให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีชี้วัด ซึ่งเป็นกลยุทธ์แบบเชิงรุก (Active) โดยดัชนีที่ใช้วัดผลงานกองทุน (Benchmark) คือ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET Total Return Index

กองทุนเปิด เอไอเอ
อินคัม ฟันด์ (AIA-IC)

ลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก ค้ำประกันการจ่ายเงินโดยภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ

มุ่งหวังเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงจะอัตราดอกเบี้ยและผลกำไรส่วนต่างจากราคาหลักทรัพย์จากการลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในระดับที่ลงทุนได้ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

กองทุนเปิด เอไอเอ
ตราสารหนี้ระยะสั้น
(AIA-ST)

ลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก ค้ำประกันการจ่ายเงินโดยภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้

มุ่งหวังเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ
จากการลงทุนในตราสารหนี้อายุเฉลี่ยไปเกิน 1 ปี

ติดตามคอลัมน์ CEO Talk  ได้ในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนตุลาคม 2563 ฉบับที่ 462 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศและในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi