INTERVIEW • CEO TALK

CEO Talk : ชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

ชวินดา หาญรัตนกูล

กรรมการผู้จัดการ

บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

 KTAM ต้องปรับตัว

เมื่อโควิด-19 ทำวิถีลูกค้าเปลี่ยน

 

ปี 2563 เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว ตลาดการลงทุนไทยเผชิญกับหลายปัจจัยลบ ทั้งสัญญาณเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีตั้งแต่ปีที่แล้ว ตามมาด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่สร้างความเสียหายต่อภาวะเศรษฐกิจและชีวิตของคนทั่วโลก นอกจากนี้ ยังถูกซ้ำเติมจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ตกต่ำรุนแรง

ผลกระทบที่รุนแรงของโควิด-19 ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2563 ลงอีกครั้ง เป็นติดลบ 4.9% จากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนว่าจะติดลบเพียง 3% เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 จุดชนวนวิกฤติเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

สำหรับเศรษฐกิจไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2563 ติดลบ 8.1% (คาดการณ์เมื่อ 24 มิ.ย.63) จากก่อนหน้านั้นคาดว่าติดลบ 5.3%

อุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทยเอง ก็ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จากภาวะการลงทุนที่ผันผวนโดยข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) รายงานว่าไตรมาสแรกปี 2563 อุตสาหกรรมกองทุนรวมมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ สิ้นเดือนมีนาคม ที่ 4.6 ล้านล้านบาท ลดลง 15.3% จากสิ้นปี 2562 มีเงินไหลออกสุทธิ 3.9 แสนล้านบาท โดยเป็นเงินไหลออกจากกองทุนรวมตราสารหนี้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 4.5 แสนล้านบาท

การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ ชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เธอได้สะท้อนมุมมองส่วนตัว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ตลอดจนทิศทางการดำเนินธุรกิจของบลจ.กรุงไทย ภายใต้ความปรกติใหม่ (New Normal) ที่เธอบอกว่าองค์กรต้องมีการปรับตัว

โควิด-19”เป็นวิกฤติร้ายแรงที่สุดในชีวิตแน่นอนว่าการเริ่มต้นพูดคุยกับชวินดา ต้องเปิดประโยคด้วยคำถามยอดฮิตที่ว่า วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ซึ่งมีต้นตอมาจากโรคระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นเหตุการณ์ที่หนักที่สุดในชีวิตหรือไม่และคำตอบที่ได้ก็ไม่เกินความคาดหมาย เธอบอกว่าเป็นเหตุการณ์ที่หนักที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

แต่ถ้าเราดูในอดีตที่ผ่านมา มีหลายๆ เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความผันผวนของตลาดทุน อย่างไรก็ตามในแต่ละวิกฤติ จะมีคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์

พร้อมยกตัวอย่างวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 ก็มีธุรกิจที่ได้รับผลบวก เนื่องจากในขณะนั้นเงินบาทอ่อนค่าสำหรับปี 2008 (พ.ศ.2551) ซึ่งเกิดวิกฤติซับไพร์มในสหรัฐอเมริกา ในขณะนั้นเศรษฐกิจไทยเริ่มแข็งแรงเช่นเดียวกันวิกฤติราคาน้ำมันโลกในขณะนั้นซึ่งประเทศไทยแข็งแรง ยังมีการเติบโตได้

ส่วนวิกฤติโควิด-19 ตัวช่วยที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่มี รัฐบาลทุกประเทศต้องเข้ามามาพยุงเศรษฐกิจของตัวเอง ขณะที่ โลกเชื่อมโยงกันหมดดังนั้นเมื่อแต่ละประเทศถูกชัตดาวน์ ทำให้กลไกเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงักถึง 80%

 

เศรษฐกิจจะฟื้นแบบไหน ไม่มีใครบอกได้

วิกฤติครั้งนี้ สำหรับตัวเอง ถือว่าร้ายแรงที่สุดถ้ามีระบาดรอบ 2 ก็ไม่ควรเลวร้ายเท่ากับช่วงเดือนมีนาคมและเดือนเมษายนที่ผ่านมา และเชื่อว่าเราสามารถรับมือได้ เพราะมีประสบการณ์กับรอบแรกมาแล้ว

ส่วนเศรษฐกิจจะฟื้นแบบไหน ในมุมมองส่วนตัวของชวินดา เธอบอกว่า ไม่สามารถบอกได้ เพราะการระบาดของโควิด-19 ไม่เหตุการณ์ที่เหมือนกันมาเปรียบเทียบ ดังนั้น รอเพียงวัคซีนป้องกัน ซึ่งก็ใช้เวลารอมาครึ่งปีแล้ว

สำหรับตลาดเงิน ตลาดทุน ทั่วโลกได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด ตลาดตราสารหนี้ได้รับผลกระทบจากเรื่องเครดิต ซึ่งเกิดจากความตื่นตระหนกของนักลงทุน

 

ในวิกฤติมีนักลงทุนผู้กล้า

กองทุนเทคฯ-เฮลธ์แคร์-หุ้นจีน แจกกำไร

อย่างไรก็ตาม ชวินดาชี้ให้เห็นว่า ช่วงที่เกิดเหตุการณ์โควิด-19 ก็มีนักลงทุนผู้กล้าพร้อมยกตัวอย่างกองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 17% จากต้นปีมานี้รวมถึงกองทุนหุ้นเฮลธ์แคร์โลกก็ปรับขึ้น เช่นกันส่วนตลาดหุ้นจีน สามารถรักษาผลตอบแทนได้ดีสำหรับการลงทุนในทองคำก็สามารถชดเชยความผันผวนของตลาดได้

ใครจะอยู่รอด ใครจะเป็นพราะเอก ใครจะเป็นนางเอก หลังโควิด-19 ก็จะได้รู้ว่าธุรกิจไหนฟื้นตัวเร็ว ธุรกิจไหนจะฟื้นตัวช้าธุรกิจไหนน่าเป็นห่วง

 

ทิศทางบลจ.กรุงไทย หลังโควิด-19

จากเหตุการณ์โควิด-19 หลายๆ องค์กร ให้พนักงานบางส่วนทำงานที่บ้านหรือ Work From Home (WFH) สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของบลจ.กรุงไทย ชวินดาบอกว่า บริษัทจะทบทวนนโยบายการทำงานเพื่อปรับปรุงค่าใช้จ่าย

โควิด-19 ทำให้วิถีชีวิต วิถีการทำงานเปลี่ยนแปลง การ WFH การใช้โซเชียลมีเดีย ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง ดังนั้น หลังโควิด-19 บลจ.กรุงไทย อาจจะต้องทบทวนรูปแบบ หรือ โมเดลองค์กร

ชวินดาอธิบายเพิ่มเติมว่า ช่วงที่พนักงาน WFH นั้น บริษัทมีบุคลากรทำงานที่สำนักงานน้อยมาก ในขณะเดียวกัน ต้องให้การทำธุรกรรมของลูกค้าราบรื่น และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าช่วงโควิด-19 บริษัทได้มีการสื่อสารกับลูกค้าผ่านโซเชียลมีเดีย (Social Media) โดยไม่มีการติดขัด การจัดประชุมกับบุคลากรต่างจังหวัดก็สามารถทำได้อย่างราบรื่นเช่นกัน

นอกจากนี้ คาดว่าพฤติกรรมนักลงทุนเปลี่ยนแน่ๆ จากการติดตามการทำธุรกรรมซื้อ-ขายกองทุนผ่านออนไลน์ พบว่ามีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมเวปไซต์ของบริษัทเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มว่านักลงทุนจะปรับเปลี่ยนไปใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียมากขึ้นในอนาคต

 

ช่วงโควิด-19 ชุลมุน ดูแลลูกค้าอย่างไร ?

เราไม่หยุดนิ่งเรามอนิเตอร์ตลาดตลอด แม้ในช่วงกลางคืนที่ตลาดหุ้นต่างประเทศมีการซื้อขายนอกจากนี้ พบว่าช่วงโควิด-19 มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และเราตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้

ชวินดายังบอกอีกว่า ช่วงวิกฤติมีลูกค้ากลุ่มเสี่ยงกล้านำเงินเข้ามาลงทุน เนื่องจากดอกเบี้ยต่ำ นอกจากนี้ เงินที่ไหลเข้ามาลงทุนในกองทุนภายใต้การบริหารของบลจ.กรุงไทย ยังเกิดจากคำแนะนำของบริษัทด้วยส่วนหนึ่ง

ตัวอย่าง เช่น บางจังหวะบริษัทแนะนำให้ลงทุนในกองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และบางจังหวะเมื่อราคาปรับขึ้นแรงก็แนะนำให้ลูกค้าขายทำกำไร หรือโยกการลงทุนในยังกองทุนอื่น เช่น กองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และตลาดหุ้นจีน ที่มองว่าหลังโควิด-19 จะเป็นตลาดที่มาแรง

 

แนะนักลงทุนสนใจดูแลพอร์ตตัวเอง

เมื่อถามถึงคำแนะนำการลงทุนในครึ่งปีหลังนี้ ชวินดากล่าวว่า สำหรับนักลงทุนทั่วๆไป พอมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นก็มีทั้งนักลงทุนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ บางคนก็ลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นการออมเพื่อไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ จะเห็นว่าได้ว่ามูลค่าเงินลงทุนลดลงตามภาพรวมตลาด

อยากให้นักลงทุนสนใจดูแลพอร์ตตัวเอง ดูว่าจังหวะไหนควรซื้อ จังหวะไหนควรขาย เพราะบางช่วงที่ตลาดไม่ดี ก็อาจเป็นโอกาสในการลงทุน


ชวินดาสะท้อนอีกว่า การดูแลลูกค้ารายใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะนักลงทุนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะดูแลตัวเองได้ เพราะมีความรู้เรื่องการลงทุน แต่นักลงทุนรายย่อยหลายๆคนไม่ได้เข้าใจเรื่องการลงทุนทั้งหมด และในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ การสร้างผลตอบแทนจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับพอร์ต อย่างไรก็ตาม ลูกค้าหลายๆ คนไม่ได้เข้าใจเรื่องการลงทุนทั้งหมด ในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำการเพิ่มผลตอบแทนจึงมีความจำเป็น ดังนั้นจึงควรกล้าเสี่ยงมากขึ้น

สำหรับการลงทุน เราควรเลือกที่จะเสี่ยงส่วนหนึ่ง และไม่เสี่ยงส่วนหนึ่ง แนะนำว่าให้ตั้งเป้าถือลงทุนอย่างน้อย 1 ปี และอย่าหวั่นไหว เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่า จุดต่ำสุดและจุดสูงสุดของตลาดหุ้นอยู่ตรงไหน

กรรมการผู้จัดการบลจ.กรุงไทย ย้ำอีกว่า อยากให้นักลงทุนสนใจเงินในพอร์ตของตัวเอง เช่นเวลาที่หุ้นปรับตัวลง หรือราคาหน่วยลงทุนของกองทุนปรับตัวลง นักลงทุนต้องกล้าถามว่าจะทำอย่างไรต่อ เชื่อว่าหลายๆ บลจ. ก็มีคำตอบให้ลูกค้าเพียงแต่นักลงทุนต้องเข้าถึงบลจ.ให้ได้

การยึดติดว่าจะลงทุนระยะยาว ก็ถือว่ามีความเสี่ยงในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูง ดังนั้นนักลงทุนต้องให้ความใส่ใจดูแลพอร์ตการลงทุน

 

มุมมองตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 2563

สำหรับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 มองว่าตลาดหุ้นไทยยังผันผวน ขณะที่ช่วงต้นปีตลาดปรับตัวขึ้นด้วยความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้น คาดว่าไตรมาส 3 ตลาดหุ้นจะได้รับผลกระทบจากการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)

ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 3 คาดว่าผลประกอบการ บจ.น่าจะดีขึ้น และไตรมาส 4 คาดว่า มีแนวโน้มดีกว่าไตรมาส 3 หากไม่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบ โดยเฉพาะเรื่องโควิด-19 และคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดปี 2563 ที่ระดับ 1,380 จุด สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวน แนะนำการลงทุนแบบเฉลี่ยราคา (DCA)

ในภาวะดอกเบี้ยต่ำ นักลงทุนต้องกระจายการลงทุนมากขึ้น และควรเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างไรก็ตาม นักลงทุนแต่ละคนจะรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน

พร้อมกันนี้ ชวินดา ได้ยกตัวอย่างว่าเธอเองนั้น แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังสามารถรับความเสี่ยงได้สูง

 

คาดอุตฯ กองทุนรวม ปี 63 ติดลบ

สำหรับมุมมองต่ออุตสาหกรรมกองทุนรวมปี 2563 ชวินดาประเมินว่า ถือเป็นปีแรกที่อุตสาหกรรมกองทุนรวมอาจจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยคาดว่าการเติบโตจะติดลบ ส่วนของบลจ.กรุงไทย ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มจากปี 2562 ที่สัดส่วน 5%

ทั้งนี้ บลจ.กรุงไทย มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหาร ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2562 ที่ 8.28 แสนล้านบาท

โดย บลจ.กรุงไทย มีปรัชญาและแนวทางในการดำเนินธุรกิจ 4 ข้อ

        1. ดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทแม่บนพื้นฐานแห่งความซื่อสัตย์สุจริตและมีจรรยาบรรณ

        2. มีความมุ่งมั่นที่จะประสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างลูกค้า ตัวแทนขาย และบริษัทด้วยความจริงใจ

        3. พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตทางการเงินที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้าของบริษัท

         4. ส่งเสริมให้ธุรกิจของบริษัทเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านเทคโนโลยี การพัฒนาคุณภาพของพนักงาน โดยไม่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

 

ติดตามคอลัมน์ CEO Talk  ได้ใน วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนกรกฎาคม 2563 ฉบับที่ 459 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศและในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi