INTERVIEW • CEO TALK

CEO Talk : ทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ ออราเคิลประเทศไทย

ทวีศักดิ์ แสงทอง

กรรมการผู้จัดการ ออราเคิลประเทศไทย 


วิสัยทัศน์ของออราเคิลนั้นต้องการสนับสนุนให้ธนาคาร และสถาบันการเงิน สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่ได้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถมองเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ช่วยเพิ่มศักยภาพ  ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ หรือการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเต็มที่  พร้อมเผชิญความท้าทายที่รออยู่ในอนาคต”  

ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมธนาคารได้เผชิญกับความท้าทายสำคัญหลายครั้ง นับตั้งแต่คลื่นระลอกแรกอย่างการเกิดขึ้นของฟินเทค ที่ใช้จุดเด่นเรื่องของความเล็กผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย นำเสนอประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค จนถึงคลื่นระลอกใหญ่อย่างการก้าวเข้ามาเล่นในตลาดการเงินของยักษ์โซเชียลมีเดียต่างๆ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและฐานลูกค้าที่มีความจงรักภักดีจากทั่วโลก

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในภาพใหญ่ก็ไม่ได้ราบเรียบนัก ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ราคาน้ำมันและทองคำที่ผันผวน และการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายมิติของโลกการเงิน ซึ่งธนาคารก็จำเป็นที่จะต้องปรับตัวตามสถานการณ์ให้ได้อย่างทันท่วงที

การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ ทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) ถึงความเปลี่ยนแปลงในหลายมิติที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการเงินและธนาคาร ความท้าทายที่ธนาคารกำลังเผชิญในขณะนี้ โอกาสที่มาพร้อมวิกฤติ Covid-19 และบทบาทของออราเคิลในการสนับสนุนธุรกิจธนาคารให้สามารถเดินผ่านคลื่น Disruption ครั้งสำคัญ


6 ตัวแปรสร้างความเปลี่ยนแปลง 

กระตุ้นแบงก์เร่งปรับตัวเร็ว

ทวีศักดิ์ เริ่มให้สัมภาษณ์พิเศษว่า ปัจจุบันรูปแบบดั้งเดิมของการให้บริการทางการเงิน ได้ถูกท้าทายจากสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก ทั้งในด้านของความรวดเร็วและรูปแบบในการดำเนินการไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของฟินเทค ท่าทีของยักษ์โซเชียลมีเดียที่ให้ความสนใจในตลาดบริการทางการเงิน พฤติกรรมและความคาดหวังของลูกค้า รวมไปถึงสถานการณ์อื่นๆ ที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้ธนาคารต้องมีการปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยออราเคิลมองปัจจัยที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น 6 ข้อ ดังนี้

         1. Experience Economy เพราะเวลานี้ลูกค้าต้องการประสบการณ์ใหม่ ตัวอย่างที่ชัดเจนมากที่สุดคือ การชำระเงินผ่านพร้อมเพย์ บริการ Food Delivery ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ตลอดจนประสบการณ์ในการขอสินเชื่อแบบใหม่จากนอนแบงก์ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้สถาบันการเงินต้องเร่งปรับตัว 

          2. Economic Headwinds เป็นภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนสูง เช่น สงครามการค้าระหว่างอเมริกาและจีน ราคาน้ำมันที่ตกต่ำ ราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบกับการดำเนินงานของธนาคารและสถาบันการเงินอย่างมาก

         3. Platform Banking ผู้เล่นในตลาดเกือบทุกรายต่างพยายามสร้างแพลตฟอร์มและอีโคซิสเต็มส์ของตัวเอง เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกที่สุด เป็นการทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกัน และทำให้เกิดธุรกรรมรูปแบบใหม่ที่สะดวก และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าเดิม โดยตัดตัวกลางออกไป

         4. Big Tech Ambitions บรรดายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของโลกอย่าง Facebook Google Amazon กำลังใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่อย่างมหาศาล และยังมีความจงรักภักดีสูง มาทำให้เกิดรายได้ ซึ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือ การที่ยักษ์ไอทีเหล่านี้เริ่มขยับเข้ามาให้บริการทางการเงินทดแทนธนาคาร

          5. Regulation and security กฎระเบียบข้อบังคับของธนาคารกลางมีความเข้มข้นอย่างมาก เช่น ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการประกาศให้ธนาคารต้องเพิ่มเงินสำรองในระดับที่สูงกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นจะเป็นมาตรการของเรื่อง IFRS หรือมาตรการรองรับการเกิดหนี้เสีย ที่อาจเกิดจากธุรกิจรายเล็กๆ ที่ไม่อาจต้านทานพิษเศรษฐกิจได้

         6. Tech Acceleration ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก เป็นผลจากการพัฒนาของเทคโนโลยี Cloud ซึ่งทำให้เทคโนโลยีอื่นๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น Artificial Intelligence หรือ Machine Learning ที่สามารถเข้าถึงได้ในไม่กี่นาที พร้อมสร้าง Minimum Viable Product (MVP) เพื่อทดลองตลาดได้ในไม่กี่อาทิตย์ 

ทั้ง 6 ข้อนี้เป็นตัวแปรสำคัญ ที่ธนาคารต้องจับตาอย่างใกล้ชิด และยังเป็นตัวเร่งสำคัญในการปรับตัวเอง เพราะแต่ละตัวแปรมีผลอย่างมากกับธุรกิจธนาคาร โดยเฉพาะการก้าวเข้ามาในโลกการเงินของ Big Tech ซึ่งเติบโตมาพร้อมกับคนรุ่นใหม่ สถานการณ์นี้เปรียบได้กับคลื่นสึนามิลูกยักษ์ที่ธนาคารกำลังจะต้องเผชิญ


Covid-19 อาจล้างกระดานใหม่

ชี้ 6 ข้อหนุนธนาคารโตระดับภูมิภาค

ทวีศักดิ์กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ส่งผลกระทบกับหลายอุตสาหกรรม ในฝั่งของธนาคารนั้น การเกิดหนี้เสียในภาวะการณ์เช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ด้านความต้องการในการใช้บริการสินเชื่อหรือบริการทางการเงินอื่นๆ ก็ลดลง ส่งผลถึงรายได้ของธนาคารซึ่งลดลงอย่างมาก

ผลกระทบนี้เกิดขึ้นกับสถาบันการเงินทั่วโลก เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเร็ว เหมือนคลื่นสึนามิทางเศรษฐกิจที่โถมใส่ธนาคาร การแพร่ระบาดของ Covid-19 ได้ทำให้กำแพงของการแข่งขันลดลง จึงมีโอกาสที่ธนาคารของไทยจะสามารถก้าวไปสู่การเป็น Regional Bank แถวหน้าของภูมิภาค เทียบชั้นได้กับธนาคารชั้นนำของยุโรปหรืออเมริกา โดยจะเป็นการเติบโตออกไปนอกประเทศเป็นหลัก สิ่งสำคัญคือจะต้องสามารถขยายได้เร็ว ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยออราเคิลมองว่า การที่ธนาคารจะสามารถเดินหน้าต่อได้ จำเป็นต้องมี 6 ข้อหลักดังนี้

          1. ทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจมากที่สุด (Delight the customer) เป็นการนำข้อมูลของลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า และนำเสนอบริการที่ตรงกับความต้องการ ซึ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความพิเศษ ซึ่งแนวทางนี้ไม่ใช่ทางเลือกว่าจะทำหรือไม่ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะผลลัพธ์ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า แต่ทำให้เกิดการให้บริการใหม่ๆ ที่จะทำให้ธนาคารเดินผ่านความท้าทายได้

         2. การจัดการบุคลากร (Manage Employees) ปัจจุบัน การเป็นพนักงานธนาคารต้องมีการปรับตัว โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี มีทัศนคติเหมือนกับสตาร์ตอัพที่มองหาไอเดียใหม่ๆ อยู่ตลอด ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยเป็นสิ่งที่ธนาคารจำเป็นต้องมี แต่ต้องยอมรับว่าจำนวนบุคลากรที่มีทั้ง 2 สิ่งยังมีจำนวนจำกัด

         3. บริหารจัดการกำไร (Manage Profitability) เนื่องจากรายได้ของธนาคารลดลง ประกอบกับอัตราการเกิดหนี้เสียสูงขึ้น ธนาคารจึงต้องทำให้ต้นทุนลดลงด้วยการใช้ระบบอัตโนมัติต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยี Cloud ในปัจจุบันได้เปิดโอกาสให้ธนาคารสามารถสร้างระบบงานที่เป็นอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว นำไปใช้กับกระบวนการทำงานซ้ำๆ เพื่อลดต้นทุน ความผิดพลาด และเพิ่มความรวดเร็ว ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ

         4. สร้างกระบวนการที่คล่องตัว (Become Agile) ทุกธนาคารต่างตื่นตัวกับการทำงานแบบ Agile แต่การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 นั้น ทำให้ทุกธนาคารจำเป็นต้องมุ่งเน้นกับแนวทางนี้มากขึ้น ด้วยการออกแบบระบบงานให้มีความรวบรัดและนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตอบโจทย์ที่ Pain Point

          5. สร้างนวัตกรรมพร้อมโมเดลธุรกิจใหม่ (Innovate) ในอดีตธนาคารจะมองต้องทำอย่างไรให้มีไอเดียใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การสร้างความสะดวกให้กับลูกค้า แต่ปัจจุบันเป็นโลกที่เรียกว่า Digital Disruptive ซึ่งการมีแค่ไอเดียนั้นไม่เพียงพอ ต้องมีโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ด้วย

          6. มีระบบบริหารความเสี่ยงที่มีศักยภาพ (Manage risk & compliance) การบริหารความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะแนวโน้มของการฉ้อโกงนั้นมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเป็นดิจิทัลก็ยิ่งทำให้ผลกระทบสูงขึ้นมาก ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญในโลกดิจิทัล


ชูคอนเซ็ปต์ The Adaptive Bank

หนุนแบงก์สู่ Data Driven Company

ทวีศักดิ์กล่าวว่า ในการปรับตัวเชิงปฏิบัตินั้น สิ่งที่ธนาคารต้องเน้นอย่างมากคือเรื่องของการใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ เพราะเมื่อมีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำแล้ว ธนาคารจะต้องสามารถนำข้อมูลมาใช้จนเกิดผลลัพธ์ที่สร้างมูลค่า เช่น การลดต้นทุน การสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าและพนักงาน หรือการสร้างโอกาสธุรกิจใหม่ 

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจเวลานี้ ไม่ใช่การมีเทคโนโลยีล้ำสมัยกว่าคู่แข่ง แต่ต้องกลับไปที่พื้นฐานก่อนว่า Pain Point คืออะไร องค์กรบางแห่งลงทุนอย่างมหาศาลไปกับเทคโนโลยีชั้นนำ แต่ทำไปโดยไม่มีการหารือภายใน หรือทำ Design Thinking เพื่อปลดข้อจำกัดที่แท้จริง แม้จะได้ผลลัพธ์ดี แต่ที่จริงแล้วควรจะดีกว่านั้นหากเริ่มจากพื้นฐานก่อน

ทวีศักดิ์กล่าวต่อว่า ออราเคิลมุ่งเน้นอย่างมากในการสนับสนุนอุตสาหกรรมการเงินและธนาคารภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Adaptive Bank” ผ่าน 3 แกนหลัก ดังนี้

         1. Intelligent การนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยใช้เทคโนโลยีอย่าง Artificial Intelligence, Machine Learning เข้ามาเพิ่มศักยภาพ ช่วยให้ธนาคารมองเห็นสิ่งสำคัญที่อาจไม่เคยเห็นมาก่อน ต่อยอดไปสู่โมเดลธุรกิจใหม่ๆ

         2. Agile การเพิ่มความรวดเร็วให้กับกระบวนการทำงาน โดยทำให้กระบวนการที่ต้องมีการทำซ้ำ ตลอดจนมีความซับซ้อน สามารถทำงานได้แบบอัตโนมัติ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Cloud ลดความเสี่ยงและเพิ่มความเร็วในการสร้างนวัตกรรม

         3.  Integral การเชื่อมต่อกับพันธมิตรในอีโคซิสเต็มส์ เพื่อเพิ่มความสะดวกกับลูกค้า เป็นการใช้ข้อมูลจากภายในและภายนอก เพื่อให้ธนาคารได้เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของลูกค้ามากขึ้น สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย โดยมีพื้นฐานการคิดจากความเชื่อมโยงของอีโคซิสเต็มส์ทั้งภายในและภายนอก พร้อมผนึกกำลังกับพันธมิตรด้วยการเปิด Open Banking APIs เพื่อให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร

ทั้ง 3 แกนนี้เป็นแนวทางระดับ Global ที่ออราเคิลทั่วโลก ใช้เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมธนาคาร โดยเป็นการมองตั้งแต่มิติของโครงสร้างไปจนถึงพื้นฐานไปจนถึงส่วนหน้าบ้านที่ปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ทวีศักดิ์กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน ออราเคิลทำหน้าที่สนับสนุนธุรกิจการเงินและธนาคารมายาวนานถึง 43 ปี โดยมีความแข็งแกร่งอย่างมากในเรื่อง Data Base ด้านบริการบนแพลตฟอร์ม Cloud ก็มีความพร้อมอย่างมาก ไม่ว่าจะระบบ Core Banking, Human Capital, Finance & Accounting, Risk and compliance, Digital Customer Engagement ไปจนถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Blockchain, Artificial Intelligence และ Machine Learning ซึ่งธนาคารสามารถเข้าถึงได้ทั้งหมด ผ่านแพลตฟอร์ม Cloud ของออราเคิล ออราเคิลมี Complete end to end สำหรับธนาคารและสถาบันการเงินโดยเฉพาะ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานแบบ Cloud ระบบบัญชี การจัดการบุคลากร Core Banking การบริหารจัดการความเสี่ยง และการให้บริการลูกค้า โดยอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด นี่คือจุดแข็งของออราเคิลที่พร้อมสนับสนุนให้ธนาคารก้าวสู่ Cloud ได้อย่างมั่นใจ

ทวีศักดิ์ยกตัวอย่างว่า ปัจจุบันมีธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศไทยตัดสินใจใช้แพลตฟอร์ม Cloud ของออราเคิล โดยนำระบบบัญชี การเงิน และการจัดซื้อ ขึ้นสู่ Cloud ทั้งหมด เหตุผลที่ธนาคารเลือกใช้ Cloud เพราะต้องการเห็นข้อมูลที่เป็นเรียลไทม์แบบองค์รวม ทั้งสาขาในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการใช้ Cloud ของออราเคิลช่วยให้การปิดบัญชีเร็วขึ้น Human Error ลดลง และลดต้นทุนในการดำเนินงานลง

ด้านธนาคาร Federal Bank ในประเทศอินเดีย ได้ใช้ระบบ Autonomous Data Warehouse (ADW) บนออราเคิล Cloud ในการนำข้อมูลธุรกรรมที่เกิดขึ้นในช่องทาง ATM มาวิเคราะห์เพื่อบริหารจัดการในการลดการเกิด Downtime และยังช่วยให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าที่มาใช้บริการ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายได้ตรงความต้องการ ธนาคาร ACB ในประเทศเวียดนาม เลือกใช้ระบบ Oracle ERP Cloud ส่งผลให้สามารถทำรอบปิดบัญชีทุกสิ้นเดือนได้เร็วขึ้นถึง 50% ลดข้อผิดพลาดลงได้อย่างมาก และยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านไอทีลงได้ถึง 66% เนื่องจากทรัพยากรทุกอย่างอยู่บน Cloud คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง

วิสัยทัศน์ของออราเคิลนั้น ต้องการสนับสนุนให้ธนาคารและสถาบันการเงินสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่ได้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถมองเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ช่วยเพิ่มศักยภาพ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ หรือการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเต็มที่ พร้อมเผชิญความท้าทายที่รออยู่ในอนาคต”   


หนุนแบงก์สู่ Data Driven Company

พร้อมฝ่าสึนามิ โลกการเงิน

การแพร่ระบาดของ Covid-19 ได้ทำให้กำแพงของการแข่งขันลดลง จึงมีโอกาสที่ธนาคารของไทยจะสามารถก้าวไปสู่การเป็น Regional Bank แถวหน้าของภูมิภาค เทียบชั้นได้กับธนาคารชั้นนำของยุโรปหรืออเมริกา สิ่งสำคัญคือ จะต้องสามารถขยายได้เร็ว ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ




ติดตามคอลัมน์ CEO Talk  ได้ในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2563 ฉบับที่ 463 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศและในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi