INTERVIEW • EXCLUSIVE INTERVIEW

Exclusive Interview : สมเจตน์หมู่ศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)หรือ TCAP

สมเจตน์หมู่ศิริเลิศ

กรรมการผู้จัดการใหญ่

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)หรือ TCAP

 

เปิดกลยุทธ์ทุนธนชาต

เติบโตแบบเสือติดปีก

 

ปี 2562 เป็นปีที่เกิดดีลการควบรวมธนาคารครั้งสำคัญของประเทศไทย ระหว่างธนาคารทหารไทย หรือ TMBและธนาคารธนชาต หรือ TBANKซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)หรือ TCAPโดยดีลครั้งนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็นดีลประวัติศาสตร์ของวงการธนาคารในประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท โดยปัจจุบันแผนการควบรวมเดินหน้าต่อเนื่อง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 

การควบรวมกิจการของธนชาตและทีเอ็มบี ที่จากเดิมต่างเป็น “ธนาคารขนาดกลาง”ด้วยกันทั้งสองแห่ง กลายเป็นธนาคารแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 และแข็งแกร่งกว่าเดิมเกือบเท่าตัว นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีทรัพย์สินรวมกันกว่า 2 ล้านล้านบาท พร้อมฐานลูกค้ารวมกันราว 10 ล้านคน

ด้วยชื่อของกลุ่มทุนธนชาตที่อยู่ในวงการการธุรกิจการเงินการธนาคารมาอย่างยาวนาน ตามวิสัยทัศน์การวางหมากเดินแผนยุทธศาสตร์ “มาเหนือเมฆ”ของบันเทิง ตันติวิทประธานกรรมการ และศุภเดช พูนพิพัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร รวมทั้งแม่ทัพคนสำคัญ สมเจตน์หมู่ศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ที่ช่วยนำพา กลุ่มทุนธนชาต สู่การเติบโตอย่างความมั่นคงมาตลอดกว่า 40 ปี และผ่านพ้นหลายสภาวะวิกฤติการเงินของประเทศมาแล้ว และตั้งเป้าที่จะรักษาให้ทุนธนชาตเป็นบริษัทระดับแถวหน้าของประเทศได้อีกยาวนาน

ทั้งนี้การนำธนาคารธนชาต ไปรวมกิจการกับทีเอ็มบี ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์อย่างมืออาชีพของ ทุนธนชาตซึ่งเป็น Financial Holding Company ชั้นนำของไทยที่วางยุทธศาสตร์สร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างมั่นคงในระยะยาว

 

TCAP แข็งแกร่ง

ศักยภาพเติบโตสูง

สมเจตน์กล่าวว่า ศักยภาพของ ทุนธนชาต(TCAP) ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจธนาคารพาณิชย์เท่านั้น ยังมีบริษัทลูกอีกหลายบริษัทที่ธุรกิจมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และส่งผลมายังความสามารถในการทำกำไรที่ยั่งยืนให้กับ TCAP อีกด้วย

อย่างไรเมื่อการรวมกิจการระหว่าง ธนาคารธนชาต และ ทีเอ็มบี เสร็จสมบูรณ์ ธนาคารใหม่นี้จะมีความสามารถในการเติบโตทางธุรกิจและสร้างผลกำไรที่ดีขึ้น ซึ่งผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นนี้จะสะท้อนมาสู่ ทุนธนชาตอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อผนวกกับผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัทลูก รวมถึงการลงทุนในแขนงอื่นๆ ทุนธนชาต จึงยังคงมีแนวโน้มที่จะมีผลการดำเนินงานที่ดีและสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

สมเจตน์กล่าวด้วยว่า ทุนธนชาตพร้อมเดินหน้าสนับสนุนธนาคารใหม่อย่างเต็มที่และผลักดันให้บริษัทลูกในกลุ่มเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งต่อไปเพราะทุนธนชาตมีความเชี่ยวชาญในการวางกรอบนโยบายและจะจริงจังยิ่งกว่าเดิมแน่นอนนอกจากนี้เงินที่เหลือจากการควบรวมธนาคารก็อยู่ในแผนที่จะนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งอาจจจะหมายถึงการแสวงหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะในจุดที่ทุนธนชาตมีความรู้และคุ้นเคย รวมทั้งให้ผลตอบแทนดี

“ทุนธนชาต เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่เก่งในการปรับตัว สามารถสร้างแต้มต่อในวงการมาได้ดีตลอดแต่ละการเคลื่อนไหวเด็ดทุกครั้ง คราวนี้ก็เช่นกัน เพราะมองเห็นโอกาสจึงเลือกที่จะเข้าไปลงหุ้นในธนาคารที่จะทำให้ตัวเองใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกันก็เก็บเงินสดและการลงทุนชนิดผลตอบแทนสูงเอาไว้เพื่อเตรียมความพร้อมในโอกาสใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น ท่ามกลางกระแส Digital Disruption”

 

ติดตามคอลัมน์ Exclusive Interview ฉบับเต็ม ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม 2562 ฉบับที่ 452 บนแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือในรูปแบบดิจิทัล https://goo.gl/U6OnIi