INTERVIEW • EXCLUSIVE INTERVIEW

Exclusive Interview : ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์

รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงการอุดมศึกษา

วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

 

เปิดยุทธศาสตร์ BCG Model

New Growth Engine ประเทศไทย

 

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยเพียง 3% ต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอในการนำพาประเทศไทยให้ก้าวข้าม “กับดักประเทศรายได้ปานกลาง” และลดความเหลื่อมล้ำได้ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เน้นที่จุดแข็งของประเทศ ทั้งความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของสินค้าและบริการมูลค่าสูง โดยนำเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลสมัยใหม่ที่ช่วยทลายข้อจำกัด ให้เกิดการก้าวกระโดดของการพัฒนาต่อยอด และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน กระจายรายได้ โอกาส และความมั่งคั่งแบบทั่วถึง (Inclusive Growth)

                การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถึงยุทธศาตร์ BCG ที่จะมาเป็น New Growth Engine ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการผสานรวมหลักเศรษฐกิจพอเพียง วิสัยทัศน์การเป็น Thailand 4.0 การใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตกผลึกออกมาเป็น BCG Model ที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1. Bio Economy 2. Circular Economy 3. Green Economy

 

หนุน 4 อุตสาหกรรมหลัก

ตั้งเป้า 5 ปี สัดส่วน GDP 24%

                ดร.สุวิทย์ ให้รายละเอียดว่า การพัฒนาสาขายุทธศาสตร์ BCG (BCG Sectoral Development) จะต้องพัฒนาให้มีความสามารถสูงขึ้น และมีความหลากหลายเพิ่มขึ้น ได้แก่  1. อุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร  2. สุขภาพและการแพทย์ 3. พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ 4. การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งทั้ง 4 อุตสาหกรรมนี้เมื่อถูกผลักดันให้เกิดความเข้มแข็งจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขนาดใหญ่ให้กับประเทศ

                ดร.สุวิทย์เผยว่า การพัฒนา 4 สาขายุทธศาสตร์สามารถพัฒนาอย่างอิสระ แต่การวางแผน เชื่อมโยงและพัฒนาไปพร้อมกันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถอาศัยนวัตกรรมทางด้านดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลหลากหลายมิติ จากทุกภาคส่วนเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) นำมาวิเคราะห์และประมวลผล (Data Analytic) เพื่อประกอบการตัดสินใจ รวมถึงการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ

“เราจะผลักดันให้ BCG เป็น New Growth Engineของประเทศไทย เพราะมีความสำคัญทั้งด้านสังคมเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เกี่ยวข้องกับการจ้างงานมากถึงครึ่งหนึ่งของประเทศมีมูลค่าเศรษฐกิจรวมกัน 3.4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 21% ของGDP ประเทศ ครอบคลุม 4 สาขาคือ เกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ และการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ซึ่งมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าเป็น 4.4 ล้านล้านบาทหรือ 24%ของ GDP ในอีก 5 ปีข้างหน้า”

 

ติดตามคอลัมน์ Exclusive Interview  ฉบับเต็ม ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมกราคม 2563 ฉบับที่ 453 บนแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือในรูปแบบดิจิทัล https://goo.gl/U6OnIi