NEWS UPDATE • ECONOMIC

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือนมิ.ย.อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือนมิถุนายน 2563 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น 21% อยู่ในเกณฑ์ทรงตัวเหมือนเดือนก่อน ซึ่งผลสำรวจรายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ทุกกลุ่มปรับตัวขึ้นแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว ยกเว้นกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์ซบเซา เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนระยะค่อนข้างสั้น

นักลงทุนคาดหวังการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือนโยบายภาครัฐและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสสอง รวมถึงการคลี่คลายของสถานการณ์โรคระบาดและการค้นพบวัคซีนป้องกัน COVID-19 อย่างไรก็ตาม ความกังวลต่อผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและภาคการท่องเที่ยว รวมถึงความกังวลหาก COVID-19 เกิดการแพร่ระบาดรอบสอง

และปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม ได้แก่ การขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ การควบคุมการระบาดของโควิดในช่วงการผ่อนคลายให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินหน้า ผลของมาตรการการเงินการคลัง และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

โดยนักลงทุนสนใจลงทุนหมวดอาหารและเครื่องดื่ม (FOOD) มากที่สุด รองลงมาคือนพลังงาน (ENERGY) และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ขณะที่เห็นว่าหมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ (TOURISM) ไม่น่าสนใจมากที่สุด รองลงมาคือหมวดธนาคาร (BANK) และหมวดอสังหาริมทรัพย์ (PROP)

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือนมิถุนายน 2563 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

       - ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (สิงหาคม 2563) อยู่ในเกณฑ์ ทรงตัว” (Neutral) (ช่วงค่าดัชนี 80 - 119) โดยเพิ่มขึ้น 21% มาอยู่ที่ระดับ 96.93

       - ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนกลุ่มนักลงทุนรายบุคคล กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ใน Zone ทรงตัว (Neutral)

       - ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ปรับตัวลงมาอยู่ใน Zone ซบเซา (Bearish)

       - หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดอาหารและเครื่องดื่ม (FOOD)

       - หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ (TOURISM)

       - ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ

       - ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน

ด้านดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนมิถุนายน 2563 ผลจากดัชนีสะท้อนการคาดการณ์ของตลาดว่า กนง. น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.5% ในการประชุม เดือนมิถุนายนนี้ ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และอายุ 10 ปีมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงในอีก 11 สัปดาห์ข้างหน้า  เนื่องจาก กนง. เพิ่งปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งก่อนและน่าจะมีการประเมินสภาพเศรษฐกิจหลังการผ่อนปรนมาตรการ Lockdown อย่างไรก็ตามอัตราผลตอบแทนอาจปรับสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากการออกพันธบัตรของภาครัฐเพื่อใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนมิถุนายน 2563 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

-               ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม กนง. รอบเดือนพฤษภาคมนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 43 สูงขึ้นจากครั้งที่แล้วมาอยู่ในเกณฑ์ ไม่เปลี่ยนแปลง (Unchanged)” สะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าการประชุม กนง. ในเดือนมิถุนายนนี้  กนง. น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.5 จากปัจจัยหลักคืออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มติดลบ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกที่ลดลง และ การไหลออกสุทธิของกระแสเงินลงทุนต่างชาติ

-               ดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีและ 10 ปี ในรอบการประชุม กนง. สิงหาคม 2563 (ประมาณ 11 สัปดาห์ข้างหน้า) ยังคงอยู่ในเกณฑ์  ไม่เปลี่ยนแปลง (Unchanged)” สะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 5 ปี และ 10 ปีน่าจะยังทรงตัวใกกล้เคียงระดับ 0.76% และ 1.17% ตามลำดับ ณ วันที่ทำการสำรวจ (21 พ.ค. 63)  โดยปัจจัยที่มีผลได้แก่ อุปสงค์ในตลาดตราสารหนี้เแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว และอุปทานของพันธบัตรรัฐบาลที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากการออกพันธบัตรเพื่อใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ