THE GURU • INVESTMENT

Fisher Effect คืออะไร?

บทความโดย: FINNOMENA

บทความนี้จะขอพาไปรู้จักกับทฤษฎี Fisher Effect และ International Fisher Effect ก่อนจะกล่าวถึงทฤษฎี International Fisher Relation กันหน่อย มาดูกันว่าทฤษฎีนี้จะอธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และค่าเงินระหว่างประเทศอย่างไร

Fisher Effect อธิบายผ่านสมการ…

  • อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) = อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) + อัตราเงินเฟ้อที่คาดหมาย (Expected Inflation Rate)

ยกตัวอย่างเช่น

ดอกเบี้ยเงินฝาก คืออัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) = 4%

อัตราเงินเฟ้อที่คาดหมาย (Expected Inflation Rate) = 3%

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) = 1%

นอกจาก Nominal Interest Rate จะบอกถึงผลตอบแทนที่ได้จากการฝากเงินแล้ว Fisher Effect ยังอธิบายต่อไปว่าการเติบโตทางการเงินส่งผลกระทบ Nominal Interest Rate และ Expected Inflation Rate อย่างไร ด้วยการขยายตัวของปริมาณเงินในระบบ เช่น ธนาคารกลางมีนโยบายการเงิน โดยเพิ่มปริมาณเงินในระบบ ทำให้ Expected Inflation Rate ปรับขึ้น 10% จากนั้น Nominal Interest Rate ก็จะปรับตัวขึ้นตามไป 10%

ภายใต้สมมติฐานว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินในระบบจะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) แต่ Real Interest Rate จะสะท้อนผลของอำนาจซื้อ (Purchasing Power) ตลอดระยะเวลาที่ฝากเงินหรือกู้ยืมเงิน

แล้วทฤษฎี International Fisher Effect คืออะไร?

ทฤษฎี International Fisher Effect กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) กับการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (Change in the Exchange Rate) ระหว่าง 2 ประเทศ ผ่านสมการ

Picture Source : Investopedia.com

โดย  E คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงค่าเงินระหว่างประเทศ A เมื่อเทียบกับประเทศ B

        i1 คือ อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) ประเทศ A

        i2 คือ อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) ประเทศ B

จะเห็นได้ว่าความแตกต่างกันของอัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงินสามารถนำมาใช้คาดการณ์ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนได้

ยกตัวอย่างเช่น

ประเทศ A มีอัตราดอกเบี้ย 12% ประเทศ B มีอัตราดอกเบี้ย 5% จากสมการแสดงให้เห็นว่าค่าเงินของประเทศ A จะอ่อนค่าขึ้น 7% เมื่อเทียบกับค่าเงินของประเทศ B

ในอีกมุมหนึ่งทฤษฎีนี้ครอบคลุมไปถึง Relative Purchasing Power Parity หรือ RPPP (ทำความรู้จักกับ RPPP เพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/crisisman/rppp/) ผ่านอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) ในสมการของ Fisher Effect

เช่นเดียวกับทฤษฎี International Fisher Effect ที่สามารถหาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบี้ยกับอัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง 2 ประเทศ ทฤษฎี International Fisher Relation เป็นทฤษฎีที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเงินเฟ้อที่คาดหมาย (Expected Inflation Rate) กับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate)

โดย International Fisher Relation อธิบายผ่านสมการ…

  • Local Expected Inflation Rate in the Future / Foreign Expected Inflation Rate in the Future = (1+Local Nominal Interest Rate) / (1+Foreign Nominal Interest Rate)


ตัวอย่างเช่น

อัตราเงินเฟ้อที่คาดหมาย (Expected Inflation Rate) ของประเทศไทย (Local) = 3% ต่อปี และของประเทศสหรัฐอเมริกา (Foreign) = 2% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) ของประเทศไทย (Local) = 1%

ซึ่งสามารถคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จาก (2 / 3) x (1+0.01) = 0.673%

สรุป

Fisher Effect อธิบายว่า Nominal Interest Rate ครอบคลุมผลของอำนาจซื้อ (Purchasing Power) และอัตราเงินเฟ้อ

International Fisher Effect อธิบายว่าประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ค่าเงินจะอ่อนค่ากว่า

International Fisher Relation ใช้เพื่อคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่เป็นตัวเงิน (Nominal Interest Rate) ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่คาดหมาย (Expected Inflation Rate) ระหว่าง 2 ประเทศ

แผนการเงินที่ดีก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งชี้วัดภายในของหลายๆ คน หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีเป้าหมายนี้ ก็สร้างแผนลงทุนในกองทุนรวมได้ง่ายๆ ผ่าน https://finno.me/moneyandbanking

เกี่ยวกับนักเขียน

FINNOMENA FINNOMENA อยากให้นักลงทุนได้ปลดล็อค “ศักยภาพ” ในฐานะนักลงทุนให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวคุณเอง เพราะสุดท้ายแล้วเราเชื่อว่านักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่ลงทุนตามคำบอกของคนอื่น แต่คือนักลงทุนที่มีความรู้ความสามารถในการลงทุนด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

อ่านบทความทั้งหมดของนักเขียน