<
INTERVIEW • PEOPLE

People : อลิศรา มหาสันทนะ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

อลิศรา มหาสันทนะ

ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

เกาะติดโลกผันผวน

รักษาเสถียรภาพตลาดการเงิน


“ตลาดการเงินเป็นช่องทางที่ ธปท. ใช้ในการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยที่คณะกรรมการนโยบายการเงินกำหนดเพื่อธนาคารพาณิชย์จะเป็นช่องทางไปเพื่อส่งต่อไปถึงดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยกู้ยืม สายงานตลาดการเงินจึงต้องดูแลให้มีการส่งผ่านการดำเนินนโยบายการเงินอย่างมีประสิทธิภาพและตลาดการเงินมีเสถียรภาพเพื่อบรรลุเป้าหมายใหญ่ของ ธปท. คือการดูแลเสถียรภาพของเศรษฐกิจการเงิน”

ในปีที่ผ่านมา ธปท.ได้มีการปรับตำแหน่งภายในหลายตำแหน่ง หนึ่งในนั้นมีการมอบหมายให้ อลิศรา มหาสันทนะ ผู้ทรงคุณวุฒิ ประจำผู้ว่าการ ไปดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมีผลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา

อลิศรา เล่าย้อนกลับไปในปี 2532 ที่เป็นจุดเริ่มต้นทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหลังจากจบการศึกษาด้าน MBA จาก Pittsburg State University และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้เริ่มในงานด้านบริหารเงินสำรอง (Portfolio Management) หลังจากนั้นย้ายไปด้านตลาดการเงินในประเทศมีหน้าที่ในการวิเคราะห์ตลาดการเงินในประเทศ ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 พอดีจึงได้มีส่วนร่วมในการดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท

อลิศราได้ใช้เวลากว่า 30 ปีในการสั่งสมประสบการณ์ที่หลากหลายใน ธปท. นอกจากสายตลาดเงินแล้ว ยังได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในสายงานนโยบายเศรษฐกิจที่รับผิดชอบด้านการวิเคราะห์เศรษฐกิจต่างประเทศและดุลการชำระเงิน การดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย ก่อนจะกลับมาสายตลาดเงินอีกครั้งกับหน้าที่กำกับดูแลการปริวรรตเงินตรา ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องการกำหนดกฎเกณฑ์การกำกับการแลกเปลี่ยนและการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่มีผลต่อนโยบายเงินทุนเคลื่อนย้าย นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเข้าไปเก็บประสบการณ์ช่วงสั้นๆ ในสายนโยบายการชำระเงิน

อลิศรา ยังมีประสบการณ์ทำงานในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศด้วยงานที่เกี่ยวกับต่างประเทศมีความสำคัญสำหรับธนาคารกลาง เพราะการวิเคราะห์เศรษฐกิจต่างประเทศเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดนโยบายการเงิน ที่จะมีผลกระทบจากปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ขณะเดียวกัน ด้านความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ก็เป็นงานอีกด้านที่ธนาคารกลางให้ความสำคัญ

โดยมุมมองการวิเคราะห์และการให้คำแนะนำจากองค์กรระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับประเทศไทยในฐานะที่เป็นสมาชิกขององค์กรระหว่างประเทศต่างๆ

ทั้งนี้ ธปท. มีบทบาทสำคัญเพราะเป็นหน่วยงานด้านการเงินหลักที่จะเข้าไปร่วมมือกับองค์กรต่างๆ และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ซึ่งความร่วมมือทางการเงินหลายๆ อย่างเป็นส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจโดยรวม เช่น การสนับสนุนให้เปิดเงินทุนให้เสรีมากขึ้นในกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อสนับสนุนการทำธุรกรรมการค้าการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือการสนับสนุนเปิดเสรีการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ที่แต่ละประเทศมีบริบทที่แตกต่างไป ทำให้ต้องมีการหาแนวนโยบายที่เหมาะสมด้วย

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อลิศราได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Executive Director ของกองทุนระหว่างประเทศ (IMF) โดยทำหน้าที่เป็นผู้แทนของกลุ่มออกเสียงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก ซึ่งอลิศราได้ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประเทศไทยและตัวแทนของกลุ่มในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลการดำเนินงานของ IMF

 

ดูแลทุนสำรองประเทศ

สร้างนิเวศใหม่ตลาด FX

อลิศราเล่าถึงหน้าที่ในสายงานตลาดการเงินที่อยู่ภายใต้การดูแลในตอนนี้จะมีหน้าที่ 3 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือ การดูแลการดำเนินนโยบายการเงินให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงินกำหนดผ่านเครื่องมือที่สำคัญคือ อัตราดอกเบี้ย รวมถึงการดูแลเสถียรภาพตลาดการเงิน เพื่อส่งผ่านไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง และสนับสนุนเศรษฐกิจให้มีการเติบโตและเงินเฟ้อเป็นไปตามกรอบที่คณะกรรมการนโยบายการเงินตั้งเป้าหมายไว้

หน้าที่ที่สองคือ การดูแลนโยบายการแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมโยงกับอัตราแลกเปลี่ยนและการเคลื่อนย้ายเงินทุน ที่ ธปท.ต้องดูแลเสถียรภาพทางด้านตลาดเงินและตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

“ตลาดการเงินเป็นช่องทางที่ ธปท. ใช้ในการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยที่คณะกรรมการนโยบายการเงินกำหนดเพื่อธนาคารพาณิชย์จะเป็นช่องทางไปเพื่อส่งต่อไปถึงดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยกู้ยืม สายงานตลาดการเงินจึงต้องดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนและเครื่องมือต่างๆ ตามที่นโยบายการเงินส่งมา โดยจะเชื่อมโยงกับสายงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายใหญ่ของธปท.คือการดูแลให้มีการส่งผ่านการวางแผนนโยบายการเงินอย่างมีประสิทธิภาพและตลาดการเงินต้องมีเสถียรภาพเพื่อบรรลุเป้าหมายใหญ่ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงิน               

และหน้าที่ที่สามคือ การบริหารเงินสำรองทางการของประเทศไทยที่ปัจจุบันมีอยู่ในระดับ 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในการบริหารเงินสำรองจะมุ่งเน้นให้มีความปลอดภัย มีสภาพคล่อง มีผลตอบแทน โดยคำนึงถึงความเสี่ยงด้วย โดยในระยะต่อไปมีความท้าทาย เนื่องจากภาพของภาวะเศรษฐกิจการเงินโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงมาก

โดยก่อนจะเกิดโควิด-19 หลายประเทศดำเนินนโยบายผ่อนปรนและกำลังจะปรับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่เมื่อเกิดโควิด-19 ทำให้ต้องอัดฉีดสภาพคล่องเข้าไปอีก เมื่อเริ่มฟื้นตัวจึงปรับสู่ระดับปกติ ทำให้เริ่มเห็นอัตราดอกเบี้ยในประเทศต่างๆ ปรับขึ้น และอัตราเงินเฟ้อเริ่มสูงขึ้น

ซึ่งเรื่องของภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมาจากเศรษฐกิจฟื้น และจากปัญหา Supply Shocks ซึ่งจะทำให้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในโลกต้องขยับขึ้น ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการลงทุน และสินทรัพย์ในทุนสำรองทางการ ธปท. ต้องติดตามว่าปัจจัยต่างๆ จะส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ที่มีการลงทุนไปอย่างไรบ้าง ต้องประเมินอยู่เสมอเพื่อพิจารณาว่าควรปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการลงทุนอย่างไร

“การลงทุนเพื่อบริหารทุนสำรองทางการของ ธปท. จะเน้นการลงทุนระยะยาวเป็นสำคัญและไม่ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ภายใต้กรอบหลักคือ การรักษามูลค่าทุนสำรองทางการของประเทศ ปัจจุบันเรื่อง Climate Change และความยั่งยืนหรือ ESG เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจขอลนักลงทุนและจะเข้ามาเป็นหนึ่งในบริบทการบริหารเงินสำรองของประเทศด้วย”

ในด้านการดำเนินงานนโยบายการเงินนั้น สายงานตลาดการเงินมีการติดตามการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางการเงิน นวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ  รวมทั้งภูมิทัศน์ของระบบการเงินที่อาจจะเปลี่ยนไปจากการพัฒนาของเทคโนโลยี ทั้งนี้ พัฒนาการเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด มีผู้เล่นใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น ไม่ได้มีแค่ธนาคารพาณิชย์ และยังมีสินทรัพย์ใหม่ๆ ธปท. จึงต้องศึกษาผลกระทบและทบทวนเครื่องมือในการดำเนินนโยบายการเงิน ที่อาจต้องปรับเปลี่ยนไปตามบริบทที่เปลี่ยนไป

อลิศรากล่าวอีกว่า ในมุมด้านการเคลื่อนย้ายเงินทุนและอัตราแลกเปลี่ยน สายงานตลาดการเงินต้องมองภาพข้างหน้าในการทำหน้าที่วิเคราะห์ตลาดการเงินโลก ทิศทางภาวะเศรษฐกิจโลก ทิศทางการเคลื่อนย้ายของเงินทุน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่จะเข้ามากระทบตลาดการเงินในประเทศ เพื่อเตรียมแนวทางในการดูแลรับมือความท้าทายในอนาคตเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดการเงิน

“ในปีนี้เศรษฐกิจโลกมีการปรับเปลี่ยนไป นโยบายการเงินของประเทศชาติ จะเปลี่ยนไปตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ที่มีความชัดเจนมากขึ้น และเงินเฟ้อจะกลับขึ้นมาชัดเจน แต่มีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่จะฟื้นตัวไม่สอดคล้องกันในแต่ละประเทศ บางประเทศฟื้นตัวแล้ว บางประเทศฟื้นตัวช้ากว่า รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งมีผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ต้องเตรียมรับมือ”

ขณะเดียวกัน นโยบายการดูแลเงินทุนของ ธปท. ก็มีการเปลี่ยนแปลงไป จากที่เข้มข้นมากก็ผ่อนคลายให้การเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรีมากขึ้น สร้างระบบนิเวศตลาดอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ หรือที่เรียกว่า FX Ecosystem รวมทั้งยกระดับระบบข้อมูลเพื่อติดตามและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน (FX surveillance and Management)

โดยมีเรื่องหลักๆ คือ การส่งเสริมการลงทุนต่างประเทศ (FX investment ecosystem) การปรับหลักเกณฑ์ธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX regulatory framework) ให้สมดุลขึ้นและสอดคล้องกับบริบทด้านเศรษฐกิจและตลาดการเงิน การปรับภูมิทัศน์การแข่งขันของผู้ให้บริการธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (FX service provider landscape) และการยกระดับการติดตามข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายเพื่อดูแลตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (FX surveillance and management)

“ในอนาคตตลาดเงินมีความผันผวนมากขึ้น การรับมือที่ดีที่สุดคือการที่ภาคเอกชนมีความสามารถในการบริหารความเสี่ยงทางด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความพร้อมในการรองรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้ ธปท.จึงได้สร้าง Ecosystem ให้เอื้อต่อการบริหารจัดการของภาคเอกชน”

สำหรับการผ่อนคลายในเรื่องลงทุนต่างประเทศ ธปท.ทำไปได้มาก ปัจจุบันนักลงทุนสามารถออกไปลงทุนได้สะดวกมากขึ้น แต่อาจจะมีข้อจำกัดประเภทสินทรัพย์อยู่บ้าง ในระยะต่อไป เมื่อมีความพร้อมก็จะมีการผ่อนคลายขึ้นอีก รวมทั้งจะลดภาระด้านเอกสารหลักฐานที่จะนำมาแสดงเพื่อให้สะดวกมากขึ้นเอื้อต่อการทำธุรกิจ

นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพัฒนาตัวเองให้รองรับความผันผวนเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินได้มากขึ้น มีเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงที่ต้นทุนถูกลง เพิ่มช่องทางในการเข้าถึงผ่านการเพิ่มผู้เล่นทางด้านซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่จะเปิดเสรีมากกว่าเดิม โดยดึงเทคโนโลยีเข้ามาใช้ด้วย

“ธปท. ก็มีการปรับการทำงานให้สอดรับกับบริบทใหม่ ระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้นมีความยืดหยุ่น ประสานงานกันทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้เป็นทิศทางของนโยบายสอดคล้องกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน”


ติดตามคอลัมน์ People ได้ในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนกุมภาพันธ์  2565 ฉบับที่ 478

 ในรูปแบบดิจิทัล :  https://goo.gl/U6OnIi 

 รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://bit.ly/3bQdHgt