<
INTERVIEW • CEO TALK

CEO Talk : สุนทร เด่นธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน)

สุนทร เด่นธรรม

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน)

ฮิวแมนิก้า

เทคคอมพานี 6 พันล้าน กำลังจะเทคออฟ

 

ถ้าไม่มีก้าวแรก ก็อาจไม่มีวันนี้ประโยคคลาสสิกนี้เหมาะกับ สุนทร เด่นธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) หรือ HUMAN ที่ได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเมื่อ 17 ปีก่อน สำหรับประกอบธุรกิจเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่ายและให้บริการติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคล และทรัพยากรองค์กร รวมทั้งให้บริการจัดทำเงินเดือนและจัดทำบัญชี จนนำมาสู่ความสำเร็จในวันนี้

ในวัย 17 ปี ฮิวแมนิก้า มีมูลค่ากิจการ หรือมาร์เก็ตแคป 6,800 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 10 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ม.ค. 2564) หลังสุนทรตัดสินใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อ 3 ปีก่อน (8 ธ.ค. 2560) ในหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มีมาร์เก็ตแคป ณ ราคาไอพีโอ 2,720 ล้านบาท(ราคาไอพีโอ 4.00 บาท/หุ้น)

เช่นเดียวกับผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่องด้วยเลข 2 หลัก จากปี 2560 ที่มีรายได้รวม 482 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 95 ล้านบาท ในปี 2562 รายได้กระโดดมาที่ 616 ล้านบาท กำไรสุทธิ 147 ล้านบาทและปี 2563 (งวด 9 เดือน) มีรายได้รวม 541.84 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 121.33 ล้านบาท

ไม่เพียงเท่านี้ เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2563 ฮิวแมนิก้า ได้ฉลองครบรอบ 3 ปีของการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กับการคว้ารางวัล SET Awards 2020 บริษัทยอดเยี่ยม Innovative Company Awards รางวัลด้านนวัตกรรม HUMATRIX : THE ULTIMATE WORK-LIFE PLATFORMโดยรางวัลด้านนวัตกรรม มีบริษัทจดทะเบียนที่เป็นคู่แข่งถึง 100 บริษัท

จาก 3 เหตุการณ์สำคัญข้างต้น จึงเป็นเหตุผลให้ การเงินธนาคาร ได้นัดสัมภาษณ์พิเศษ สุนทร เด่นธรรม ถึงหลักคิด กลยุทธ์การบริหารองค์กร การให้บริการลูกค้า รวมถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจ โดยปี 2564 ฮิวแมนิก้า จะออกเดินทางด้วยจำนวนพนักงาน 550 ชีวิต มีผู้เชี่ยวชาญสายเทคโนโลยีกว่า 100 คนมี 3สำนักงานในทวีปเอเชีย มีลูกค้า 3,000 บริษัท มีจำนวนพนักงานของลูกค้าที่ดูแลในปัจจุบันกว่า 700,000 คน

 

วิกฤติดอทคอมกำเนิดฮิวแมนิก้า

สุนทร เคยทำงานที่บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮ้าส์คูเปอร์ส (PwC) บิ๊กโฟว์ หรือ 4 บริษัทที่ให้บริการตรวจสอบบัญชีและให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ร่วมก่อตั้งธุรกิจด้านรับจ้างบริหารระบบธุรกิจ (Business Process Outsourcing : BPO) ให้กับ PwC จนเมื่อเกิดวิกฤติดอทคอมในปี 2002 บริษัทตัดสินใจยุบส่วนงานนี้ไป

ขณะที่สุนทร เห็นว่ายังเป็นธุรกิจที่มีอนาคต จึงตัดสินใจออกมาตั้งบริษัทใหม่ใช้ชื่อ ฮิวแมนิก้าเพื่อให้บริการด้าน HR Solution แก่บริษัทในประเทศไทย

ผมก่อตั้งฮิวแมนิก้าด้วยจำนวนพนักงานประมาณ 30 คน และมีลูกค้าเพียง 2 ราย จากนั้นเพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อยทั้งลูกค้าและพนักงาน โดยลูกค้าครอบคลุมองค์กรที่มีพนักงานหลักหมื่นคนไปจนถึงบริษัทขนาดเล็กที่มีพนักงานหลักร้อยคน

ในตอนนั้นเรายังไม่มีซอฟต์แวร์เป็นของตัวเอง ใช้ของต่างประเทศ ต่อมาได้เริ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ของตัวเองขึ้นมา เรามีแต่ด้านการลงทุน ไม่มีรายได้ เพราะต้องโฟกัสที่การพัฒนาซอฟต์แวร์ จนถึงวันที่ซอฟต์แวร์เสร็จและเริ่มขายได้

ต่อมาในปี 2548 ฮิวแมนิก้า เริ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า Humatrix เพื่อให้มีซอฟต์แวร์ในการจัดการทรัพยากรบุคคลที่เหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด และเพื่อช่วยเสริมให้ฮิวแมนิก้ากลายเป็นบริษัทด้าน HR Solution ที่ครบวงจร โดยมีกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่ทำให้ฮิวแมนิก้าแตกต่างจากคู่แข่งคือ การใช้นวัตกรรมเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจ

 

ดิจิทัล ทรานฟอร์เมชั่น

สร้างโอกาส HR Solution

สุนทร มีมุมมองว่าการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล (Digital Transformation) สำหรับการให้บริการงานทรัพยากรบุคคล (HR) คือ การปฏิรูปการทำงานโดยระบบดิจิทัล ขณะที่ปัจจุบันพบว่าองค์กรธุรกิจในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปกับการทำงานด้านเอกสารถึง 60% งานบริหารคน 30%แต่ใช้เวลากับงานยุทธศาสตร์เพียง 10%

ดังนั้นองค์กรธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองจากองค์ประกอบ 3 เรื่องที่สำคัญคือ

       1. ทำการ Re-Design หรือออกแบบกระบวนการทำงานใหม่

       2. Integrated System เน้นระบบที่เชื่อมโยงการทำงาน และ

       3. ใช้บุคคลภายนอก (Outsourcing) หรือเอาธ์ซอร์ส เข้ามาช่วยดูแลการทำงานเพื่อให้องค์กรใช้เวลาส่วนใหญ่กับงานยุทธศาสตร์เพื่อทำให้ธุรกิจเติบโต

 

เปิดแนวรบใหม่ จับมือพันธมิตร

รุกแพลตฟอร์มการเงิน

แผนงานปี 2564 ฮิวแมนิก้าจะทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ โดยนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มของพันธมิตรมารวมกับแพลตฟอร์มของฮิวแมนิก้า เพื่อเสริมให้ระบบนิเวศ (Ecosystem) สมบูรณ์แบบขึ้น และตอบโจทย์ในการช่วยลูกค้าหรือช่วยพนักงานของลูกค้าให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น มีชีวิตส่วนตัวที่มีความสุขขึ้น ซึ่งเป็นพันธกิจของฮิวแมนิก้า เพราะฉะนั้นปัจจุบันคำจำกัดความของฮิวแมนิก้า คือ Work-Life Platform

นอกจากนี้ ฮิวแมนิก้าจะยังคงเน้นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้บริการกับกลุ่มโรงพยาบาล และธุรกิจที่มีจำนวนสาขามากๆ พร้อมกันนี้ มีเป้าหมายร่วมลงทุนกับบริษัทต่างๆที่มีศักยภาพและเข้ามาสนับสนุนการเติบโต โดยเน้นในกลุ่มที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค)เทคโนโลยีทางการแพทย์ และธุรกิจประกันภัยที่นำเทคโนโลยีมาใช้ (อินชัวร์เทค)

ปัจจุบันลูกค้าที่อยู่กับฮิวแมนิก้ากว่า 700,000 คน ได้นำมาต่อยอดสวัสดิการด้านสุขภาพ ส่วนเป้าหมายต่อไปจะเป็นเรื่องการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ โดยสามารถสั่งซื้อของกินของใช้ผ่านเราได้

อีกด้านคือ เรื่องการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล ที่ครอบคลุมทั้งด้านการลงทุน การวางแผนเกษียณอายุ ที่ฮิวแมนิก้า จะเข้าไปช่วยในเรื่องของการวางแผนทางการเงิน เพื่อให้งอกเงยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนผ่านกองทุนรวม และทองคำ เป็นต้น ที่จะมีระบบที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มการซื้อขายทองคำซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา

สำหรับบุคลากรของลูกค้าที่มีหนี้สิน ฮิวแมนิก้าจะมีสวัสดิการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยธุรกิจนี้จะร่วมมือกับกับสถาบันการเงิน คาดว่าปลายไตรมาสแรกปี 2564 นี้จะได้ข้อสรุป โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนดำเนินการเพื่อขอใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย

 

กลยุทธ์มัดใจลูกค้า

บางรายรักกันยาวถึง 10 ปี 

สุนทร กล่าวว่า จำนวนลูกค้าองค์กรที่ฮิวแมนิก้ามีอยู่ในพอร์ตปัจจุบันกว่า 3,000 บริษัทนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่กันมาอย่างยาวนาน โดยมีอายุสัญญาแต่ละราย 3-5 ปี และบางรายอยู่กันมายาวนานถึง 10 ปี เช่น บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ที่เป็นลูกค้าตั้งแต่ยุคก่อตั้งฮิวแมนิก้า และเป็นลูกค้ารายแรกที่ตามฮิวแมนิก้ามาจาก PwC โดยเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ซีเกท มีพนักงาน 10,000-20,000 คน

เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพราะฉะนั้นงานอะไรที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการพนักงานองค์กร ฮิวแมนิก้า จะมีศักยภาพสูง

สุนทร ยกตัวอย่างการให้บริการลูกค้าและถือเป็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจของฮิวแมนิก้าด้วยเช่นกัน นั่นคือ ตลาดขายของบนโลกออนไลน์ (Marketplace) ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพถือว่ามาแรง และมีซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ผู้บริโภคสั่งสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันฮิวแมนิก้า เป็นพันธมิตรกับเทสโก้ โลตัส เป็นต้นการมีพันธมิตร ถือเป็นกลยุทธ์สร้างการเติบโตให้กับบริษัทได้อีกด้วย

 

ผู้นำองค์กรรุ่นใหม่เปลี่ยนแนวบริหาร

คือโอกาสของฮิวแมนิก้า

สุนทรกล่าวว่าด้วยโอกาสที่บริษัทมองเห็นในอนาคต ทำให้ต้องเสริมทีมสายงานเทคโนโลยี โดยเพิ่มเป็น 140 คน จากปัจจุบันมี 100 คน หลังพบว่าบริษัทที่เป็นสัญชาติไทยส่วนใหญ่ยังบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์เอง มีเพียงบริการจ่ายเดือนที่ใช้บริการจากธนาคารพาณิชย์ ในขณะที่ผู้บริหารรุ่นใหม่จะให้ความสำคัญหรือโฟกัสงานที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นจึงคาดว่าในอนาคตธุรกิจของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

สำหรับในปี 2564 นี้ฮิวแมนิก้ามีแผนเจาะกลุ่มองค์กรใหญ่ ที่ปัจจุบันใช้ซอฟต์แวร์ของต่างประเทศ ซึ่งมองว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทไม่ได้ด้อยกว่าของต่างประเทศ และในบางเรื่องดีกว่าด้วยซ้ำ เช่น ด้านเงินเดือน กฎหมายแรงงาน กฎหมายสรรพากร ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ ข้อกำหนดกฎหมายและกฎเกณฑ์จะไม่เหมือนกับประเทศอื่น ซึ่งถือเป็นความได้เปรียบ

ธุรกิจเดิมของฮิวแมนิก้า หรือพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อขาย และให้บริการติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคล และทรัพยากรองค์กร รวมทั้งให้บริการจัดทำเงินเดือนและจัดทำบัญชี ตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ต่อปี และคาดว่าภายใน 3 ปี จำนวนลูกค้าทะลุ 1 ล้านคน ซึ่งจะหนุนธุรกิจใหม่ด้วย

 

ธุรกิจใหม่ เบนนิกซ์

แพลตฟอร์มบริหารจัดการสวัสดิการพนักงาน

สุนทร กล่าวถึงการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแบบ Flexi-benefit JV คือ บริษัท เบนนิกซ์ จำกัด (Benix)โดยเชื่อว่าจะทำให้ขยายงานไปยังลูกค้ากลุ่มพนักงานที่แตกต่างและหลากหลายอาชีพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมเรื่องประกัน ผลิตภัณฑ์การออม การลงทุน วางแผนภาษี บริการด้านความงามและการดูแลสุขภาพ (Wellness) เป็นต้น

สำหรับบริษัท เบนนิกซ์ เป็นโบรกเกอร์ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย โดย ฮิวแมนิก้า ถือหุ้นในสัดส่วน 51% บริษัท ซีเอ็กซ์เอ กรุ๊ป 24.5% และบริษัท ฟูเชีย เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด ถือหุ้น 24.5% วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อให้บริการด้านการบริหารจัดการด้านสวัสดิการพนักงาน ครอบคลุมครบถ้วนตั้งแต่การช่วยค้นหาแบบประกันกลุ่มที่เหมาะสม การให้คำปรึกษาสวัสดิการแบบยืดหยุ่นการเชื่อมต่อกับอีโคซิสเต็มด้านสุขภาพ การประกันภัย และการเงินที่ให้ประโยชน์กับพนักงาน

นิยามธุรกิจใหม่เป็น Employee Benefit หรือผลประโยชน์ของพนักงาน ใช้โมเดล Business to Customer (B2C) จากเดิมเป็น Business to Business (B2B) โดยจะเน้นไปที่พนักงานขององค์กรนั้นๆ เลย โดยธุรกิจดังกล่าวจะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในปี 2564 นี้และจะสามารถเก็บเกี่ยวกำไรได้ในปี 2565

สุนทร คาดการณ์ว่าในจำนวนพนักงาน 700,000 คน จะใช้บริการการวางแผนทางการเงินไม่น้อยกว่า 60-70% เนื่องจากแพลตฟอร์มโบรกเกอร์ออนไลน์ขายทุกผลิตภัณฑ์ของทุกบริษัท อยากได้ประกันอะไรแพลตฟอร์มนี้ตอบโจทย์ได้หมด เนื่องจากเบนนิกซ์ ได้มีการเจรจากับบริษัทประกันหลายรายเพื่อเป็นพันธมิตรกัน

สำหรับเบนนิกซ์ ปี 2564 นี้ถือเป็นการเตรียมตัว แนะนำตัว การซ้อมที่จะก่อตั้งธุรกิจ รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายกับบริษัทประกันให้ครบถ้วน สร้างทีมและอยู่ระหว่างเพิ่มจำนวนบุคลากร ที่คาดว่าปี 2564 นี้ จะมีจำนวน5-8 คน หรือเต็มที่ก็ไม่เกิน 10-20 คน และตั้งเป้าหมายว่าจะนำเบนนิกซ์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 5 ปี นับจากปี 2564 โดยปีนี้ตั้งเป้ามีลูกค้าใช้บริการซื้อประกันประมาณ 50,000 คน

 

อยากโตก้าวกระโดด

ต้องเปลี่ยนวิธีคิด-รูปแบบการทำงาน

สุนทร กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ตระหนักคือการเติบโตมาเรื่อยๆอย่างก้าวกระโดด สิ่งที่อยากจะฝากคือ ในอดีตเคยประสบความสำเร็จด้วยวิธีการแบบไหนก็แล้วแต่ ในอนาคตถ้าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อไป จะใช้วิธีเดิมไม่ได้ ต้องคิดหาวิธีใหม่มาเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน

เราจะหวังการทำงานหรือทำธุรกิจแบบเดิมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ตระหนักว่าการที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้นต้องทำอย่างไร การเปลี่ยนแปลงต้องเกิดด้วยตัวเอง ถ้าไม่อยากให้คนอื่นมาเปลี่ยนแปลงเรา เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจะเป็นไปได้

พร้อมกันนี้สุนทรกล่าวทิ้งท้ายว่าหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจของฮิวแมนิก้า คือ ทีมงาน เชื่อว่าไม่ใช่แค่เรา แต่ทุกๆองค์กรก็เป็นแบบนี้ บางคนเขาอาจจะคิดว่า สินค้า ลูกค้า สำคัญที่สุด แต่สำหรับฮิวแมนิก้า ถ้ามองอย่างลึกซึ้ง สินค้าที่ดีมาจากคน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การพัฒนา การผลิต การตลาด หรือการเลือกที่จะจับมือกับใคร ก็ล้วนมาจากคนทั้งนั้น ซึ่งฮิวแมนิก้า โชคดีมาก เพราะมีทีมงานที่ดี แข็งแกร่ง โดย DNA ของเราคือการสู้ ไม่กลัวที่จะไปรับงานใหญ่


ติดตามคอลัมน์ CEO Talk  ได้ในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนกุมภาพันธ์  2564 ฉบับที่ 466 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศและในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi