<
INTERVIEW • PEOPLE

People : กษิต งานทวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สะสม จำกัด สร้างความสำเร็จแพลตฟอร์มของสะสมรายแรกในภูมิภาคเอเชีย

กษิต งานทวี

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สะสม จำกัด

สร้างความสำเร็จแพลตฟอร์มของสะสมรายแรกในภูมิภาคเอเชีย

 

“ตลาดของสะสมในปัจจุบันน่าสนใจมาก เพราะคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้อขายเป็นคนรุ่นใหม่ สะท้อนว่าคนกลุ่มนี้เสาะหาช่องทางการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกที่หลากหลาย สำหรับแพลตฟอร์ม SASOM มีเป้าหมายตอบโจทย์ของสะสมหายาก มีจำนวนน้อย ราคาสูง แต่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และมีความปลอดภัย”

ของสะสม ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์การลงทุนทางเลือกที่สามารถสร้างผลกำไรให้แก่นักลงทุนได้อีกทางหนึ่ง และปัจจุบันมีตัวกลางในการซื้อขายเกิดขึ้นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นมีแพลตฟอร์ม SASOM ที่เปิดให้บริการเมื่อปี 2562 เพื่อเป็นคอมมูนิตี้สำหรับผู้ซื้อและผู้ขายของสะสมแบรนด์เนมและสินค้าหายากจากทั่วโลก รวมถึงแก้ไข Pain Points ของผู้ซื้อและผู้ขายของสะสมที่ไม่มีแพลตฟอร์มในประเทศไทย

กษิต งานทวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สะสม จำกัด ผู้พัฒนา SASOM แพลตฟอร์มซื้อขายของสะสม ทั้งแบรนด์เนมและของหายากรายแรกในภูมิภาคเอเชีย ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ การเงินธนาคาร ถึงแพลตฟอร์มที่เป็นจุดนัดพบระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายของสะสม ของแบรนด์เนม สินค้าแฟชั่น สินค้าที่ผลิตจำนวนจำกัด และของหายากทั้งในและต่างประเทศที่ปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์สูงถึง 6 แสนคนต่อวัน

นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม SASOM ถือเป็นสตาร์ตอัพที่น่าจับตามอง เพราะเมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 บริษัทประสบความสำเร็จอีกครั้งในการระดมทุนระดับ Pre-Series A จาก Kream Corporation ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Naver ที่เป็นบริษัทแม่ของ LINE Corporation ส่งผลให้มีมูลค่ากิจการเพิ่มขึ้นเป็น 140 ล้านบาท

กษิต กล่าวว่า การระดมทุนดังกล่าวจะช่วยต่อยอดและพัฒนาแพลตฟอร์มให้เพิ่มศักยภาพในการให้บริการรองรับจำนวนผู้ซื้อและผู้ขายที่เพิ่มขึ้น และยกระดับ SASOM เป็น The Collectors Paradise of Asia (สวรรค์ของนักสะสมแห่งเอเชีย) เทียบชั้นกับแพลตฟอร์มซื้อขายของสะสมและของหายากในระดับโลก

 

กำเนิด SASOM จากคนชอบสะสมสู่ผู้สร้างแพลตฟอร์ม

ที่มาของแพลตฟอร์ม SASOM กษิตได้แรงบันดาลใจหลังจากที่ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่แคลิฟอร์เนีย ทำให้ได้เห็นมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ จากศาสตราจารย์ที่สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ผนวกกับที่ตัวเองเป็นคนชอบเทคโนโลยีอยู่แล้ว เพราะมองว่าทำให้เกิดการพัฒนาไปข้างหน้าของมนุษย์จึงทำให้เริ่มศึกษาและได้คอนเน็กชั่นในช่วงที่ศึกษาในต่างประเทศอยู่พอสมควร

“เราเป็นสตาร์ตอัพไทยที่เป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส SASOM ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น เพื่อเป็นตัวกลางในการซื้อขายของสะสมแบรนด์เนมและสินค้าหายากรายแรกในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้คอนเซ็ปต์ Next Generation Platform for Authentic Luxurious Transactions"

กษิตเล่าว่า ตัวเขาเองนั้นชอบเก็บของสะสมตั้งแต่วัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น และของเล่น จึงทำให้มีโอกาสได้เริ่มเข้าสู่ตลาดของสะสมอย่างจริงจัง และเริ่มสังเกตเห็นว่า ของสะสมในพอร์ตของตัวเองราคามีการเคลื่อนไหวทั้งขึ้นและปรับตัวลง ทำให้สามารถนำไปขายและเก็งกำไรได้ แต่ปัญหาที่พบคือ เมื่อต้องการจะขายของสะสมนั้นมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ต้องนัดพบกับผู้ซื้อและผู้ขายตามสถานที่ต่างๆ นอกจากนี้ ต้องมีการพิสูจน์สินค้าว่าเป็นของแท้หรือไม่ บางคนที่ไม่ได้มีความรู้ในด้านของสะสมมากก็อาจจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่อาจแฝงเข้ามา จึงมีความคิดริเริ่มในการทำแพลตฟอร์มที่สร้างความสะดวกสบายให้แก่ตลาดของสะสม

“ช่วงที่เรียนอยู่อเมริกา ผมมีโอกาสได้เข้าไปเล่นรองเท้า Sneaker กว่าจะซื้อจะขายแต่ละครั้งต้องเสี่ยงว่านัดดูของแล้วคู้ค้าจะมาหรือไม่ หรือจะเป็นมิจฉาชีพปลอมมาหลอกซื้อขาย ยิ่งถ้าเป็นของราคาแพงอาจทำให้เกิดอันตรายอีกด้วย”

จากประสบการณ์ที่กล่าวข้างต้น ทำให้กษิตมีแนวคิดนำความรู้และคอนเน็กชั่นด้านเทคโนโลยีเข้ามาผนวกกับของสะสมที่มีราคาขึ้นลง ก็สามารถสร้างแพลตฟอร์มรองรับการซื้อขายของสะสมหายากต่างๆ ขึ้นมาเพื่อให้คนไทยให้ได้รับความสะดวกสบาย และสินค้ามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น จึงได้เริ่มทำแพลตฟอร์ม SASOM ร่วมกับเพื่อนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและด้านการเงิน

 

เปิดโมเดลธุรกิจ ดูแลผู้ซื้อ การันตีคนขาย สร้างรายได้

กษิตเล่าว่า ก่อนเริ่มสร้างแพลตฟอร์ม SASOM ได้มีการวิเคราะห์ตลาดของสะสมในแต่ละประเภทว่ามีคนสนใจมากน้อยแค่ไหน เช่น รองเท้าทุกประเภทก็จะมีคนสนใจราคาตั้งแต่คู่ละ 3-5 หมื่นบาท ไปจนถึงคู่ละ 3-5 แสนบาท ทำให้ได้รู้ว่าตลาดรองเท้ามีผู้เล่นค่อนข้างมาก นอกจากนี้ ยังมีหมวดสินค้าอื่นๆ ที่นักสะสมสนใจไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า และแฟชั่นแบรนด์เนมต่างๆ ไปจนถึงอาร์ตทอย

“แฟชั่น หรือของสะสมในปัจจุบันส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับ Influencer, Youtuber, Celebrity หรือ Blocker ต่างๆ เลือกมาใช้ มารีวิว ยิ่งเป็นของที่คนมีชื่อเสียงนิยมใช้ก็จะยิ่งได้รับความนิยมมาก ซึ่งบางอย่างก็เป็นของที่หายาก มีราคาแพง หากของชิ้นนั้นเป็นที่นิยมมากก็เสี่ยงต่อการเจอของปลอมรวมถึงการซื้อขายสินค้าเหล่านี้ยังถือเป็นการลงทุนที่มีโอกาสเพิ่มมูลค่าในอนาคต”

นอกจากนี้ กษิต ยังได้มองเห็นโอกาสในการเติบโตเพราะตลาดของสะสมในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้อขายเป็นคนรุ่นใหม่ สะท้อนว่า คนกลุ่มนี้เสาะหาช่องทางการลงทุนที่เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่หลากหลาย สำหรับแพลตฟอร์ม SASOM มีเป้าหมายตอบโจทย์ของสะสมหายากมีจำนวนน้อย ราคาสูง แต่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และมีความปลอดภัย

สำหรับมูลค่าการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม SASOM ล่าสุด ณ เดือนธันวาคม 2564 อยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาทต่อเดือน มีสินค้ามากกว่า 2,000 ชิ้นต่อเดือน จากสินค้าบนเว็บไซต์กว่า 3,000 ชิ้น และมีแอ็กทีฟยูสเซอร์ประมาณ 100,000 คนต่อเดือน และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง

 

แหล่งรวมของสะสมยอดนิยม เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มด้วย AI ขยายตลาดสู่ CLMV

สำหรับจุดเด่นแพลตฟอร์ม SASOM นั้น กษิตกล่าวว่า เป็นแหล่งรวบรวมของสะสมรุ่นยอดนิยม รุ่นลิมิเต็ดอีดิชั่นที่ผลิตจำนวน จำกัดเพียงไม่กี่ชิ้นในโลก หรือเป็นสินค้าใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวและกำลังเป็นที่ความนิยม โดยเฉพาะรองเท้า Sneaker ที่มีให้เลือกมากมายกว่า 10,000 คู่ ราคาตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสนบาท เช่น Nike, Jordan, Adidas, Yeezy เป็นต้น โมเดลของเล่นสะสม Be@rbrick ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่ม มิลเลเนียล และ เจ็น Z ที่มีให้เลือกกว่า 1,000 รายการ เสื้อผ้าแบรนด์ Supreme รุ่นหายาก โดยสินค้าทุกชิ้นที่ลงประกาศขายจะได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด พร้อมติดป้ายสัญลักษณ์เพื่อรับประกันและให้ความมั่นใจแก่ผู้ซื้อว่าเป็นของแท้ 100%

 นอกจากนี้ มีจุดเด่นและข้อได้เปรียบด้านค่าขนส่ง เนื่องจาก SASOM เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการในประเทศไทย ดังนั้น เรื่องค่าขนส่งจึงมีราคาถูก และมีระยะเวลาการส่งที่สั้นกว่าการสั่งสินค้าจากแพลตฟอร์มอื่นๆ ในต่างประเทศ หรือเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นก็ดำเนินการแก้ไขได้ง่ายกว่า

กษิตกล่าวอีกว่า บริษัทได้วางแผนพัฒนาเทคโนโลยีของเซิร์ฟเวอร์และศึกษาข้อมูลความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อยกระดับการให้บริการแพลตฟอร์ม SASOM อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีการพัฒนาระบบรางวัล และในเร็วๆ นี้ จะเริ่มใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในแพลตฟอร์มเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เข้าชมเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากนั้นอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อขยายรูปแบบการชำระเงิน E-Payment ในช่องทางอื่นๆ ที่หลากหลาย จากปัจจุบันที่สามารถชำระผ่านบัตรเครดิตได้ ก็เริ่มมีการเปิดประมูลสินค้า การเปิดออร์เดอร์ตั้งรับสินค้า และอยู่ระหว่างพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์ที่ดีระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสินค้า รวมถึงการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาใช้เพื่อรองรับการให้บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านแพลตฟอร์มเพื่อความปลอดภัยในระบบยิ่งขึ้น คาดว่าจะสามารถนำมาใช้งานได้ภายในช่วงต้นปี 2565

"ในฐานะนักธุรกิจรุ่นใหม่ เรามีความภาคภูมิใจอย่างมากที่เป็นบริษัทสตาร์ตอัพไทยรายแรกๆ ในธุรกิจด้านแพลตฟอร์มซื้อขายของสะสมและของหายาก ที่ได้ความรับเชื่อมั่นจากบริษัทระดับแนวหน้าในเกาหลีใต้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท เนื่องจากมองเห็นศักยภาพแพลตฟอร์ม SASOM ที่สามารถตอบสนองความต้องการและเป็นคอมมูนิตี้ที่เป็น จุดนัดพบระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายมาซื้อขายแลกเปลี่ยนของสะสมและของหายากจากทั่วโลก โดยมีบริษัททำหน้าที่คนกลางในการพัฒนาแพลตฟอร์มและตรวจสอบสินค้าทุกชิ้น เพื่อให้ความมั่นใจว่าเป็นของแท้อย่างแน่นอน"

อย่างไรก็ตาม การขยายหมวดหมู่สินค้าเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า SASOM มีเป้าหมายในการรวบรวมสินค้าที่มีคุณภาพ น่าสะสม และเป็นที่ต้องการ โดยการร่วมมือกับนักขายมืออาชีพหรือนักสะสมที่ปล่อยของสะสมส่วนตัว มารวมอยู่ด้วยกันบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายได้มาซื้อผ่านการบริการที่ปลอดภัยและสะดวกทั้งสำหรับคนซื้อและขาย

ท้ายที่สุด SASOM วางแผนเปิดตลาดใหม่ๆ ที่สามารถทำให้การซื้อขายปลอดภัยขึ้นในราคาที่สมเหตุสมผล หนึ่งในหลักการที่ใช้ในการตัดสินใจการเลือกเข้าตลาดคือการฟังความต้องการของลูกค้าและเทรนด์ อย่างเช่น Surfskate, Playstation 5 หรือรองเท้ากอล์ฟไฮป์ๆ ที่ไม่มีขายในไทย ในส่วนของแบรนด์ไทยเองก็มีแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากมาย และคิดว่าสามารถช่วยเป็นอีกแรงผลักดันให้ SASOM ออกไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศเพิ่มได้ ตอบโจทย์การเป็นและ The Collectors Paradise of Asia เทียบชั้นระดับโลก โดยเฉพาะการขยายฐานผู้ซื้อและผู้ขายในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งยังถือว่าเป็นตลาดใหม่ที่ไม่มีผู้พัฒนาหรือนำเสนอแพลตฟอร์มซื้อขายของสะสมและของหายากอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม การขยายหมวดหมู่สินค้าเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า SASOM มีเป้าหมายในการรวบรวมสินค้าที่มีคุณภาพ น่าสะสม และเป็นที่ต้องการ โดยการร่วมมือกับนักขายมืออาชีพหรือนักสะสมที่ปล่อยของสะสมส่วนตัว มารวมอยู่ด้วยกันบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายได้มาซื้อผ่านการบริการที่ปลอดภัยและสะดวกทั้งสำหรับคนซื้อและขาย

ท้ายที่สุด SASOM วางแผนเปิดตลาดใหม่ๆ ที่สามารถทำให้การซื้อขายปลอดภัยขึ้นในราคาที่สมเหตุสมผล หนึ่งในหลักการที่ใช้ในการตัดสินใจการเลือกเข้าตลาดคือการฟังความต้องการของลูกค้าและเทรนด์ อย่างเช่น Surfskate, Playstation 5 หรือรองเท้ากอล์ฟไฮป์ๆ ที่ไม่มีขายในไทย ในส่วนของแบรนด์ไทยเองก็มีแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากมาย และคิดว่าสามารถช่วยเป็นอีกแรงผลักดันให้ SASOM ออกไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศเพิ่มได้ ตอบโจทย์การเป็นและ The Collectors Paradise of Asia เทียบชั้นระดับโลก โดยเฉพาะการขยายฐานผู้ซื้อและผู้ขายในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งยังถือว่าเป็นตลาดใหม่ที่ไม่มีผู้พัฒนาหรือนำเสนอแพลตฟอร์มซื้อขายของสะสมและของหายากอย่างจริงจัง


ติดตามคอลัมน์ People ได้ในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนมกราคม  2565 ฉบับที่ 477

ในรูปแบบดิจิทัล :  https://goo.gl/U6OnIi  

 รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://bit.ly/3bQdHgt