NEWS UPDATE • CRYPTOCURRENCY

ตำรวจเกาหลีใต้ย้อนรอยธุรกรรมคริปโต เอาผิดผู้ต้องสงสัยคดีดัง

จาก Nth room case หรือคดีอาญาเกี่ยวกับการแบล็กเมล์และการแพร่กระจายของวิดีโอที่ถูกแสวงประโยชน์ทางเพศผ่านทางแอพ Telegram ระหว่างปี 2018 ถึง 2020 ที่โด่งดังมากในประเทศเกาหลีใต้ 

คดีนี้มีความซับซ้อนเนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า Cho Joo-bin ผู้ต้องสงสัยที่อยู่เบื้องหลังคดี Nth และกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ได้ปฏิเสธที่จะร่วมมือกับตำรวจ รวมถึงปฏิเสธการให้รหัสผ่านเข้าตรวจบัญชีบัญชีของเขาโดยเป็นมาตรการที่ทำให้ตำรวจดำเนินการตรวจค้นผ่านกระเป๋าเงินคริปโต ซึ่งไม่เคยทำมาก่อนในเกาหลีใต้

ตำรวจในเกาหลีใต้ระบุว่า มีคนอย่างน้อย 40 คนที่จ่ายเงิน คริปโต เพื่อเข้าถึงการหาประโยชน์ทางเพศและ วิดีโอการข่มขืนเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จากการบุกโจมตีนายหน้าซื้อขาย คริปโตเคอร์เรนซี่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ 20 แห่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวน Nth

ผู้กระทำผิดคนหนึ่งในกรุงโซลได้ทำการฆ่าตัวตายเพราะกลัวว่าตัวตนของเขาจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ตำรวจจึงทำการค้นหาบ้านของผู้ตายและโทรศัพท์มือถือ แต่ไม่สามารถเปิดเผยหลักฐานที่เชื่อมโยงเขากับคดีได้เลย

อย่างไรก็ตามตำรวจก็ประสบความสำเร็จในการติดตามบัญชีที่เป็นของคนตายจากการชำระเงิน คริปโต ซึ่งส่งผ่านไปยังกระเป๋าเงินของ Cho

นอกจากนั้นตำรวจยังพบข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าเนื่องจากมีการทำธุรกรรมด้วยเงินคริปโตจำนวนมากซึ่งมาจากต่างประเทศและมีความเกี่ยวข้องกับกระเป๋าเงินของ Cho นอกจากนี้จำนวนเงินคริปโตที่เป็นของ Choได้ถูกโอนไปยังบัญชีนอกประเทศอีกด้วย

ซึ่งตำรวจจะเริ่มขยายผลการสืบสวน โดยใช้การตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติการทำธุรกรรม จากเงินคริปโต เพื่อติดตามไปยังผู้สมรู้ร่วมคิดของ Cho และยังระบุตัวตนอื่น ๆ ที่อาจเป็นไปได้