NEWS UPDATE • MUTUAL FUND

KTAM ยันแบงก์กรุงไทย พร้อมดูแลสภาพคล่องกองทุนตราสารหนี้

KTAM ยันแบงก์กรุงไทย พร้อมดูแลสภาพคล่องกองทุนตราสารหนี้ วอนนักลงทุนอย่าตื่นตระหนก ตราสารหนี้ที่ลงทุนมีคุณภาพ ย้ำทั้งอุตสาหกรรมมีนักลงทุนถอนเงิน 1 % เท่านั้น จาก 1.1 ล้านล้านบาท 

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย หรือ KTAM เปิดเผยว่า บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการดูแลนักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ภายใต้การบริหารของบริษัท หลังได้มีการเตรียมการและประเมินภาพมาสักระยะหนึ่งแล้ว  และขณะนี้สภาพคล่องของกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นภายใต้การบริหารของ KTAM ค่อนข้างดี อยู่ในสภาวะที่ค่อนข้างมั่นใจที่จะดำรงสภาพคล่องให้นักลงทุนต่อเนื่อง

นางชวินดา กล่าวว่า นอกจากบริษัทจะมีการรักษาสภาพคล่องให้แก่กองทุนแล้ว ก็ยังมีการคุยและประสานงานกับธนาคารกรุงไทยอย่างต่อเนื่อง และเสียงตอบรับจากทางธนาคารกรุงไทยเองก็พร้อมที่จะรับกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นอย่างดี นอกจากนี้ตราสารหนี้ในพอร์ตกองทุนล้วนมีคุณภาพ 

ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุนรวม ปัจจุบันมีกองทุนตราสารหนี้ทั้งระบบ 1.1 ล้านล้านบาท ขณะที่นักลงทุนมีการไถ่ถอนประมาณ 1 % เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่มาก 

สำหรับยอดการซื้อ-ขายกองตราสารหนี้ภายใต้การบริหารของบลจ.กรุงไทย ล่าสุดก็ยังมีอยู่บ้าง แต่สิ่งที่สำคัญหลังจากที่มีมาตรการของภาครัฐออกมา แรงขายก็ลดลงมาโดยต่อเนื่อง และการที่ทั่วโลกประกาศลดอัตราดอกเบี้ยถือว่าเป็นผลดีกับตลาดตราสารหนี้ค่อนข้างมาก ถ้านักลงทุนไม่ตื่นตระหนกหรือไม่ได้กลัวจนเกินข้อเท็จจริง จะเห็นว่ามาตรการต่างๆ ที่ทั่วโลกนำมาใช้เป็นผลดีกับตลาดตราสารหนี้ค่อนข้างมาก  

ตลาดตราสารหนี้หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออก 3 มาตรการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตราสารหนี้นั้น ถือว่าเป็นมาตรการที่ดี หลังจากที่มาตรการออกมาแล้ว ได้เห็นสภาพคล่องในอุตสาหกรรมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ราคาซื้อราคาขายพันธบัตรรัฐบาลแคบลง ซึ่งส่งผลให้กับอุตสาหกรรมโดยภาพรวมดีขึ้น เป็นประโยชน์กับกองทุนอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยล่าสุดนั้น ตลาดตราสารหนี้มีผลกระทบในเชิงบวกตั้งแต่มีการสร้างมาตรการความเชื่อมั่นมาตั้งแต่แรก การคงอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ในช่วงที่ผ่านมา มีผลกระทบบ้างแต่การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ปี 2563 ที่ธปท.คาดการณ์จะติดลบ 5% สะท้อนให้เห็นถึงสถาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ถึงแม้กนง. จะไม่ลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ แต่ในอนาคตก็เชื่อว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจและคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลงต่อเนื่องซึ่งจะส่งผลในเชิงบวกให้กับตราสารหนี้