NEWS UPDATE • ECONOMIC

สมคิดสั่งคลังแก้ปัญหาการว่างงาน-หนี้เสีย เร่งออกมาตรการกระตุ้นบริโภค-ท่องเที่ยว

ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือมาตรการเศรษฐกิจกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ปัญหาที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้คือเรื่องการจ้างงานซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของทั้งโลก โดยการว่างงานมาจากสองส่วนใหญ่ ได้แก่ 

ส่วนแรกมาจากการที่โรงงานเริ่มปิดในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ประชาชนที่ทำงานในโรงงานในกรุงเทพมหานครย้ายกลับถิ่นฐาน ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงการคลังได้มีมาตรการให้เงินเยียวยาและคาดว่าจะสามารถช่วยได้ 3-4 เดือน อย่างไรก็ตามโจทย์คือจะทำอย่างไรให้ประชาชนเหล่านี้มีงานทำหลังจากที่จ่ายเงินเยียวยา โดยได้มอบหมายให้สภาพัฒนาการสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ(สศช.) เร่งดำเนินโครงการภายใต้กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท และต้องเน้นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างงานเป็นหลัก


ขณะที่ส่วนที่สองมาจากการที่ธุรกิจต้องหยุดกิจการจากที่ไม่มีอุปสงค์ในตลาด เช่น การท่องเที่ยวทียังมีอีกหลายจุดที่มาตรการท่องเที่ยวยังไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่น โดยได้หารือกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อหามาตรการเสริมด้านการท่องเที่ยว รวมถึงมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ออกแบบมาตรการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวระดับท้องถิ่น  นอกจากนี้ได้กำชับให้กรมสรรพากรคิดนโยบายกระตุ้นการบริโภคเพื่อให้มีเม็ดเงินกระจายได้อย่างทั่วถึง โดยขอให้เร่งทำมาตรการออกมาภายในกลางเดือน ก.ค.นี้ 

ดร. สมคิด กล่าวว่า ปัญหาอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในขณะนี้คือเรื่องหนี้เสียหรือ npl ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้ภาคธุรกิจประสบปัญหา ซึ่งหากภาคธุรกิจไม่ได้รับการช่วยเหลือจะส่งผลกระทบถึงการลดการจ้างงานและการปิดกิจการ โดยมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) นำเรื่องกองทุน สสว. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในวันที่ 8 ก.ค.นี้ ส่วนธุรกิจที่มีขนาด 500 ล้านบาท หรืออุตสาหกรรมบางประเภทที่ต้องการรักษาไว้ ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ก็ได้ฝากให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาหาแนวทางการช่วยเหลือ และให้มีมาตรการออกมาภายในกลางเดือน ก.ค.นี้  ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนเสนอให้สถาบันการเงินขยายเวลาการพักชำระหนี้จากเดิมที่มาตรการช่วยเหลือด้วยการพักชำระหนี้ 6 เดือนจะสิ้นสุในเดือน ต.ค.นี้นั้นได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณา


ด้าน ดร. อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้มีการตั้งทีมทำงานร่วมระหว่างกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย โดยในวันนี้จะมีการหารือร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ก.ล.ต.) ในการหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อดูแลตลาดทุนและตลาดพันธบัตร ซึ่งทีมนี้จะมีหน้าที่ในการพัฒนามาตรการต่างๆ รวมถึงการสนับสนุนสินเชื่อให้ทั่วถึงมากขึ้นโดยเฉพาะกับเอสเอ็มอีและเอสเอ็มอีขนาดเล็ก โดยได้สั่งให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เตรียมออก PGS9 เพื่อช่วยสนับสนุนให้การปล่อยซอฟท์โลนของธนาคารแห่งประเทศไทยมีความทั่วถึงมากขึ้น