NEWS UPDATE • MUTUAL FUND

ย้อนไทม์ไลน์ก่อนธปท.ออกมาตรการเสริมสภาพคล่อง กองทุนตราสารหนี้ถูกเทขาย 1.4 แสนล้าน

แรงขายนักลงทุนต่างชาติที่สูงถึง 1.4 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 12 มีนาคม คือ ชนวนให้ตลาดตราสารหนี้ถูกเทกระจาดในเวลาต่อมา  เดือนกุมภาพันธ์ ต่างชาติขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 2.2 หมื่นล้านบาท 

นางสาวชญานี จึงมานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีแรงขายกองทุนตราสารหนี้ออกมาค่อนข้างมาก

กลุ่มกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ( อายุ 1-2 ปี ) มียอดเงินไหลออกสุทธิช่วง 12-20 มีนาคม ประมาณ 8.9 หมื่นล้านบาท

กลุ่มกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว (อายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป) มีเงินไหลออกสุทธิเกือบ 5 หมื่นล้านบาท

รวม 2 กลุ่มมีเงินไหลออกเกือบ 1.4 แสนล้านบาท 




ขณะที่สถานการณ์วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม ทั้งกลุ่มกองทุนกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น และกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว มีเงินไหลออกสุทธิอย่างมีนัยสำคัญในหลาย ๆ กองทุน รวม 1.9 หมื่นล้านบาท 

จากสถานการณ์ตลาดตราสารหนี้ที่ค่อนข้างผันผวน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้มีการเข้าทำธุรกรรมเพื่อเสริมสภาพคล่องโดยการเข้าซื้อพันธบัตรในช่วงวันที่ 13-19 มีนาคม รวมกว่า 1 แสนล้านบาท

ถัดมา วันที่ 22 มีนาคม ธปท.ได้ออกมาตรการเสริมสภาพคล่องให้ธนาคารพาณิชย์เข้าซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวม พร้อมกับช่วยทางฝั่งธุรกิจให้สามารถระดมทุนต่อ (Rollover) ในช่วงที่สภาพคล่องยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ

หากย้อนกลับไปดูสถานการณ์ก่อนหน้านี้จะพบว่ามีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติค่อนข้างมากในระดับมากกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ที่มา: สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย) ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา 

ในขณะที่ทั้งเดือนกุมภาพันธ์ขายสุทธิ 2.2 หมื่นล้านบาท จากแรงเทขายดังกล่าวส่งผลให้ราคาตราสารนี้ปรับตัวลง มูลค่าหน่วยกองทุนรวมจึงลดต่ำลงมาด้วย จึงทำให้เริ่มมีแรงขายกองทุนรวมตราสารหนี้นับตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม เป็นต้นมา 

นักวิเคราะห์กองทุนจากมอร์นิ่งสตาร์ ฯ มองว่าหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนตราสารหนี้ 1 ล้านล้านบาท น่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น 

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย ) คาดว่าเม็ดเงิน 1 ล้านล้านบาท มีความเพียงพอที่จะดูแลตลาดตราสารหนี้ระยะสั้นให้มีเสถียรภาพดีขึ้นได้ เมื่อเทียบกับมูลค่ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (มันนีมาร์เก็ตฟันด์) ที่มีอยู่ในปัจจุบันราว 1.5 ล้านล้านบาท