NEWS UPDATE • WHO IS WHO

ยังพอไหว

คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาส แกว่งขึ้นในกรอบจำกัดมองแนวรับที่บริเวณ 1,593 / 1,580 สำหรับแนวต้านอยู่ที่บริเวณ 1,605 / 1,612 คาดตลาดจะได้รับจิตวิทยาเชิงบวกจากการที่รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐออกมาส่งสัญญาณ ปธน.โจ ไบเดน อาจผลักดันแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่วงเงินราว 2.25 ล้านล้านดอลลาร์ ในแนวทาง Budget Reconciliation (Fast Track) ซึ่งจะทำให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสามารถให้การรับรองงบประมาณดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แทนที่จะใช้คะแนนเสียง 2 ใน 3 หากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันไม่สามารถตกลงกันได้ในแผนดังกล่าว กระตุ้นความเชื่อมั่นตลาดในการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวได้ในเร็วๆ นี้ ผสานกับเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 9.16 แสนตำแหน่ง มากกว่าที่ตลาดคาดที่ 6.47 แสนตำแหน่ง สะท้อนภาพการพื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐ รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐอาจฟื้นตัวเร็วกว่าที่ตลาดคาด หนุนทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นได้

ทั้งนี้เรายังคงมุมมองการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นปัจจัยกระตุ้นความกังวลการปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลในอนาคตจาก 21% เป็น 28% เพื่อใช้ในการลงทุนดังกล่าวในระยะถัดไป ซึ่งเรามองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกในภาพระยะกลางต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาคที่ได้รับปัจจัยหนุนจากแนวโน้มการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกจากตลาดสหรัฐไหลเข้าตลาดในภูมิภาค โดยเฉพาะ ตลาด Emerging Market พร้อมกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ-โลก

สำหรับสัปดาห์นี้แนะนำติดตามการปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้-หน้า ของ IMF จากการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐทั้งในส่วนของ Stimulus Package รวมทั้งการออกแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของสหรัฐ คาดจะทำให้ IMF มีมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น คาดจะหนุนทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้เช่นกัน

ทางด้านปัจจัยภายในประเทศเรามีความกังวลอ่อนๆ ต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 คลัสเตอร์ใหม่ย่านทองหล่อ เรามองจะเป็น Noise เข้ารบกวนตลาดได้บ้างในระยะสั้น ทั้งนี้แนะนำติดตามสถานการณ์ดังกล่าวจากภาครัฐอีกครั้ง อีกทั้งเราคาดสัปดาห์นี้การซื้อขายของตลาดหุ้นไทยอาจเบาบางลงได้บ้าง จากการชะลอการลงทุนก่อนการเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์


ธีมการลงทุน  สำหรับนักลงทุนระยะกลาง เรายังแนะนำให้ ถือ / ทยอยซื้อสะสม เมื่อตลาดย่อตัว หุ้นในกลุ่ม

  1. “Clean Energy Play” (โรงไฟฟ้า) ได้แก่ GULF, GPSC และ BGRIM
  2. “Tourism Play ” (ท่องเที่ยว โรงแรม) ได้แก่ AOT, AWC, CENTEL และ MINT
  3. “High Beta Play” (อสังหาฯ) ได้แก่ AP, SPALI, SIRI และ ANAN
  4. “Health Care Play” (ร.พ.) ได้แก่ BCH, BDMS, WPH และ VIH เมื่อตลาดย่อตัว

สำหรับนักลงทุนระยะสั้น แนะนำเก็งกำไรเป็นรายตัว “Selective Play”

หุ้นแนะนำวันนี้  “BCH”

 แนวรับ 14.70 / 14.50 แนวต้าน 15.70 / 16.20 Stop <14.30

https://www.aira.co.th/upload/Market_1617588258_76649.pdf