NEWS UPDATE • CRYPTOCURRENCY

Amazon อาจเปิดให้ชำระค่าสินค้าด้วยคริปโทฯสิ้นปีนี้

มีรายงานว่า ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon กำลังเตรียมที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้ สามารถชำระเงินค่าสินค้าในแพลตฟอร์มด้วยคริปโทเคอร์เรนซี่ได้ โดยข่าวนี้ถูกสื่อต่างประเทศหลายแห่งหยิบขึ้นมานำเสนออย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Amazon ประกาศรับสมัครงานในตำแหน่ง หัวหน้าทีมด้าน Digital Currency และ Blockchain เพื่อเข้ามาร่วมทีมที่ดูแลด้านการชำระเงิน ทำให้ตลาดคริปโทฯมีสัญญาณค่อนข้างคึกคักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทาง Amazon ก็ออกมายอมรับตรงๆว่า พวกเขากำลังต้องการบุคลากรด้านนี้จริง และพยายามแสวงหาผู้นำผลิตภัณฑ์ที่มีประสบการณ์ เพื่อมาพัฒนากลยุทธ์ด้านคริปโทฯและบล็อกเชนตามแผนงานของบริษัท โดยหัวหน้าทีมนี้จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานของ Amazon รวมถึงทีมงานจาก AWS เพื่อเดินหน้าโร้ดแม็พในการพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า

โดยโฆษกของ Amazon บอกว่า “เราได้รับแรงบันดาลใจจากนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากคริปโทเคอเรนซี่ และเรากำลังทดลองทำสิ่งใหม่ที่อาจเป็นไปได้บน Amazon”

ล่าสุดเว็บไซต์ cityam.com ระบุว่า พวกเขาได้รับข่าวจากคนวงในของ Amazon โดยยืนยันว่า Amazon จะยอมรับคริปโทและโทเค็นในการชำระเงินอย่างแน่นอน โดยแหล่งข่าวรายนี้ระบุว่า Amazon มีแผนที่จะรับชำระเงินด้วย Bitcoin ภายในสิ้นปีนี้ และยังมองถึงการสร้าง Token ของตัวเองด้วย ขณะที่ประกาศรับสมัครงานในตำแหน่ง หัวหน้าทีมด้าน Digital Currency และ Blockchain นั้นเป็นสัญญาณชัดเจนว่าบริษัทกำลังวางเส้นทางสู่การทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล

แหล่งข่าวรายนี้ กล่าวว่า “นี่ไม่ได้เป็นเพียงการดำเนินการเพื่อตั้งค่าโซลูชั่นการชำระเงินแบบคริปโทเคอร์เรนซี่ในอนาคตเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของกลไกในอนาคตของการทำงานของ Amazon และการเริ่มต้นด้วยการรับ Bitcoin เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญของโครงการนี้ และคำสั่งนี้ยังมาจากบิ้กบอสอย่าง เจฟฟ์ เบโซส โดยตรงอีกด้วย

และ Amazon จะไม่หยุดแค่ Bitcoin เท่านั้น ในลำดับถัดไปจะรับ Ethereum, Cardano และ Bitcoin Cash ด้วย และจะขยายรวมไปถึง 8 สกุลในอนาคต

ที่สำคัญคือ แหล่งข่าวรายนี้ระบุว่า โครงการนี้จะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากมีแผนเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว โดย Amazon ได้เริ่มโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2019 และตอนนี้เรียกได้ว่า ทุกอย่างใกล้พร้อมเปิดตัวแล้ว และหลังจากเปิดตัวโครงการนี้ได้ 1 ปี ยังมีความเป็นไปได้ว่า Amazon จะเดินหน้าสร้าง Token ของตัวเองอีกด้วย

 

ข้อมูลจาก : cityam.com, economictimes.indiatimes.com, CNBC