NEWS UPDATE • TECHNOLOGY & FINTECH

Apple เปิดตัว iPhone 13 ขายไทย 8 ตุลานี้

Apple จัดอีเวนท์เปิดตัวสินค้าไลน์สมาร์ตดีไวซ์ในแบบ Streaming ถือเป็นงานใหญ่ที่หลายคนทั่วโลกตั้งตารอ โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด iPhone 13 ที่มีข่าวลือออกมามากมาย แม้ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเปิดตัว โดยในอีเวนท์นี้ Apple ได้เปิดตัว iPhone 13 ตามคาด พร้อมความสามารถใหม่หลายด้านดังนี้

iPhone 13 Pro iPhone 13 Pro max


หน้าจอ 6.1 นิ้วและ 6.7 นิ้ว จอภาพ Super Retina XDR พร้อม ProMotion ความละเอียดสูง 2532 x 1170 และ 2778 x 1284 แสดงผลภาพได้ตั้งแต่ 10Hz-120Hz  ใช้ชิป A15 Bionic และเทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ 5 นาโนเมตร ที่ Apple เคลมว่าเร็วสุดในบรรดาสมาร์ตโฟน ใช้ GPU แบบ  5 Core ประมวลผลเร็วขึ้นกว่าเดิม 25% และ CPU  แบบ 6 Core ประมวลผลเร็วขึ้น 50% แบตเตอรี่ถูกอัปเกรดให้สามารถใช้ได้ยาวนานตลอดวัน รองรับเทคโนโลยีสื่อสาร 5G

มาพร้อมกล้อง 3 ตัว คือกล้องไวด์ รูรับแสงขนาด ƒ/1.5, เทเลโฟโต้ รูรับแสงขนาด ƒ/2.8 และอัลตร้า ไวด์ อัลตร้าไวด์ รูรับแสงขนาด ƒ/1.8 และมุมมองภาพ 120 องศา ความละเอียดกล้อง 12 MPภาพถ่ายบุคคลในโหมดกลางคืนที่ทำได้โดยอาศัยสแกนเนอร์ LiDAR มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวคู่แบบออปติคัล ผลึกแซฟไฟร์ป้องกันหน้าเลนส์ มาพร้อมโหมดถ่ายภาพใหม่อย่าง Macro และ Photographic Style  ที่ช่วยให้การถ่ายภาพเป็นเรื่องง่าย ได้สีสันสวยงานและสมจริงมากขึ้น


พร้อมโหมดถ่ายวิดีโอ Cinematic ใหม่ ที่ Apple โชว์ให้เห็นเลยว่า สามารถนำไปใช้ได้ในการถ่ายทำภาพยนตร์จริงๆ มีสมองกล AI และ Machine Learning ช่วยในการวิเคราะห์ สามารถปรับโฟกัสหน้าชัดหลังเบลอ หรือหน้าเบลอหลังชัดได้อัตโนมัติ รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Dolby Vision HDR

iPhone 13 Pro ราคาเริ่มต้นที่ 38,900 บาท iPhone 13 Pro Max ราคาเริ่มต้นที่ 42,900 บาท มี  4 สีคือ สีกราไฟต์, ทอง, เงิน และเซียร์ร่าบลู พร้อมความจุ 128 GB, 256 GB, 512 GB และ 1 TB โดย iPhone ทุกรุ่นเปิดให้จองได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 พร้อมจำหน่ายจริงวันที่ 8 ตุลาคม 2564

IPhone 13 iPhone 13 mini


iPhone 13 และ iPhone 13 สมาร์ตโฟนเจนเนอร์เรชั่นล่าสุด ถูกออกแบบให้ดียิ่งขึ้น ดีไซน์ขอบแบนเน้นความทนทาน มาพร้อมหน้าจอ Super Retina XDR ขนาด 6.1 นิ้วและ 5.4 นิ้ว เสริมความทนทานด้วยกระจก Ceramic Shield ที่ Apple เคลมว่าแข็งแกร่งสุดๆ ใช้การวางกล้องหลังคู่แบบแนวแทยง และอัปเกรดสถาปัตยกรรมใหม่ทั้งหมด เซนเซอร์กล้องไวด์ขนาดใหญ่และเร็วขึ้น มีระบบกันภาพสั่น ถ่ายภาพดีขึ้นในที่มืด มีโหมดใหม่ Photographic Style ถ่ายภาพสวยเป็นธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี Cinematic ซึ่งเป็นโหมดภาพยนต์ที่สามารถถ่ายวิดีโอ HDR ในแบบ Dolby Vision มี AI คอยช่วยประมวลผลหน้าชัดหลังเบลอให้อัตโนมัติ


มาพร้อมชิป A15 Bionic เพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ และรองรับเทคโนโลยี 5G มี  5 สีคือ ชมพู น้ำเงิน มิดไนท์ สตาร์ไลท์ และ Product Red โดย iPhone 13 mini มีราคาเริ่มต้นที่ 25,900 บาท ส่วน iPhone 13  เริ่มต้นที่ 29,900 บาท